7 ชนิดหมอน เลือกอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

lead image

มาทำความรู้จักกับคำว่า “หมอนที่ดี” ก่อนจะเลืแกซื้อหมอนกันค่ะ

7 ชนิดหมอน เลือกอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ใครจะไปรู้ว่าเรื่องเล็กๆ อย่างหมอนที่เรานอนกันอยู่ทุกวันจะมีผลต่อสุขภาพ อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดต้นคอ จนสามารลามไปถึงเป็นไมเกรน รวมถึงสาเหตุของอาการนอนไม่หลับ และโรคอื่นๆ ตามมาได้ ต่อไปนี้ไม่ต้องเผชิญกับภัยเงียบใกล้ตัวอีกต่อไป เมื่อได้รู้วิธีเลือกสรรหมอนแบบเหมาะกับตนเอง เพื่อจะได้นอนหลับฝันดีตลอดยามค่ำคืน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/08/Cover Week2 1.jpg 7 ชนิดหมอน เลือกอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ก่อนจะเลือกหมอนให้เหมาะกับตัวเอง มาทำความรู้จักกับคำว่า “หมอนที่ดี” กันก่อน ซึ่งจำเป็นต้องมีความนุ่มที่พอเหมาะ สามารถปรับรูปร่างตามลักษณะของคอและศีรษะได้ อีกทั้งยังมีความกว้างและความสูงในระดับที่พอดี เพื่อไม่ทำให้เกิดอาการเกร็งจนเป็นสาเหตุของการปวดต้นคอ ทั้งนี้ทั้งนั้นวัสดุของหมอนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน

 

ชนิดของหมอน
1. หมอนใยสังเคราะห์

หมอนใยสังเคราะห์ เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้

ทำจากวัสดุสังเคราะห์ อาทิ ไมโครไฟเบอร์ โพลียูรีเทน ทำให้มีคุณสมบัติปราศจากไรฝุ่น จึงเหมาะสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้ แต่มีอายุขัยในการใช้งานได้ไม่เกิน 2 ปี และหากต้องการดูแลรักษา สามารถซักทำความสะอาดได้ แต่อาจจำเป็นต้องซักมือ เพื่อถนอมใย

  1. หมอนขนสัตว์

แม้ว่าจะมีจุดเด่นเรื่องผิวสัมผัสนุ่ม ฟู และแน่น สามารถใส่ขนนก ขนเป็ด และขนห่านเพิ่ได้เมื่อรู้สึกว่านิ่มเกินไป แต่ในทางกลับกันหากผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับต้นคอ อาจทำให้ยิ่งเพิ่มอาการปวดมากขึ้นได้ รวมถึงกลุ่มผู้เป็นโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด ยิ่งเป็นกันกระตุ้นให้แสดงอาการ เป็นต้น ซึ่งการดูแลรักษาทำความสะอาด อาจใช้วิธีซักหมอนด้วยน้ำร้อน หรือนำไปปั่นในเครื่องซักผ้า แล้วนำไปอบในอุณหภูมิต่ำ แต่ถ้าหากคิดว่าอาจทำให้สภาพหมอนไม่สามารถนำมาใช้งานได้ แนะนำให้นำไปผึ่งแดดเท่านั้น

  1. หมอนลาแท๊กซ์หรือยางธรรมชาติ

สำหรับชนิดนี้มักมีส่วนโค้งรับกระดูกต้นคอ ศีรษะ และหัวไหล่ และมักผลิตเป็นหมอนสุขภาพ อีกทั้งตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยเป็นโรคไม่เกรน นอนไม่หลับ มีปัญหาด้านต้นคอ รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยโรคไต ที่จำเป็นต้องนอนหมอนสูง ที่รองรับหัวไหล่ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากคุณสมบัติของยางธรรมชาติจะไม่ถูกกับแดด ดังนั้นการทำความสะอาดเมื่อนำไปซักในน้ำอุ่น พร้อมด้วยนำผ้ามาเช็ดส่วนที่สกปรกแล้ว ให้นำไปผึ่งลมให้แห้ง

  1. หมอนธัญพืช

ระยะหลังหมอนชนิดนี้ค่อนข้างได้รับความนิยม สืบเนื่องจากเป็นหมอนที่สามารถถ่ายเทอากาศ และระบายความชื้นได้ดี มีคุณสมบัติช่วยให้หลับลึก สบาย แต่อาจต้องระวังแมลงมารบกวน ทั้งนี้การดูแลรักษา ให้ใช้ผ้าชุปน้ำเช็ดแล้วตากแดดหรือใช้เครื่องเป่าให้แห้งสนิท โดยแนะนำให้เอาออกมาผึ่งแดดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

  1. หมอนน้ำ

หมอนน้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ในช่วงระหว่างทำกายภาพบำบัด หรือจัดกระดูก

น้ำจะช่วยรองรับสรีระของเราได้ทุกท่วงท่าในการนอน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ในช่วงระหว่างการทำกายภาพบำบัด หรือจัดกระดูก เป็นต้น โดยการดูแลรักษาหมอนนี้ อาจจำเป็นต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดสิ่งสกปรกออก แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง ไม่ควรตากแดด เพราะจะทำให้หมอนมีอายุการใช้งานสั้นลง

 

  1. หมอนเย็น

เม็ดบีทส์ ที่ถูกบรรจุภายในหมอน จะช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการนอน ส่งผลให้นอนหลับสนิท และช่วยคลายอาการปวดหัว โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคไมเกรน ทั้งนี้การดูแลรักษา อาจจำเป็นต้องใช้ผ้ากำจัดสิ่งสกปรก และเก็บในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรนำไปตากแดดเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้หมอนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  1. หมอนออกซิเจน

เป็นเทคโนโลยีในการผลิตหมอนเพื่อสุขภาพ และนิยมใช้ในทางการแพทย์ เนื่องจากช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย ทำให้เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพด้านระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้การดูแลรักษาอาจจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ควรนำไปซัก แต่ใช้วิธีการปัดฝุ่น นำไปผึ่งลมแทน

สำหรับคนที่เพิ่งซื้อบ้านหรือคอนโดฯ แล้วกำลังสนใจรายละเอียดการตกแต่งห้องนอน แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ อย่างหมอน สามารถนำเคล็ดลับการเลือกประเภทของหมอนข้างต้น ไปประยุกต์ใช้ได้ แต่อันดับแรกก่อนจะจะซื้อหมอน ควรดูสุขภาพของตนเองว่าเหมาะกับหมอนชนิดไหน เพื่อจะได้ไม่ต้องฝันร้ายไปตลอดคืน

 

บทความข้างต้นเผยแพร่ครั้งแรกที่ DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางอสังหาริมทรัพย์ ที่รวบรวม ข่าวอสังหาฯ คู่มือซื้อขาย และรีวิวโครงการใหม่ ไว้กว่า 10,000 บทความ