น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

undefined

ดูเกณฑ์ WHO น้ำหนักเด็ก 6 เดือน ของเด็กหญิงและเด็กชาย ควรเป็นเท่าไหร่ พร้อมวิธีดูแลลูกน้อย และเมื่อไรควรปรึกษาหมอ

Advertisement

คุณแม่ที่เพิ่งชั่งน้ำหนักลูกวัย 6 เดือนได้ 10.5 กก. แล้วตกใจเพราะตัวเลขดูเยอะกว่าที่เห็นในตาราง บทความนี้จะพาดู น้ำหนักเด็ก 6 เดือน ตามเกณฑ์ WHO ว่าตัวเลขของลูกอยู่ตรงไหน และคุณแม่ทำอะไรต่อได้บ้างค่ะ

 

สรุปสั้นๆ สำหรับคุณแม่

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน ตามเกณฑ์ WHO ค่ากลางอยู่ที่ราว 7.3 กก. (เด็กหญิง) และ 7.9 กก. (เด็กชาย) ส่วนขอบบนของช่วงปกติ (P97) อยู่ที่ 9.2 และ 9.7 กก. ตามลำดับ
  • น้ำหนัก 10.5 กก. จึง สูงกว่าเกณฑ์ ทั้งสองเพศ
  • ส่วนสูง 65 ซม. อยู่ในช่วงปกติ
  • เมื่อเทียบกับความยาว 65 ซม. น้ำหนัก 10.5 กก. อยู่เหนือเส้น +3 SD ของ WHO
  • ตัวเลขนี้เป็นเครื่องมือคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย การนัดคุยกับกุมารแพทย์และดูกราฟการเติบโตทั้งเส้นเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดค่ะ
  • ยังไม่ต้องลดนมเองนะคะ ให้ปรึกษาหมอก่อน

น้ำหนัก 10.5 กก. ตอนอายุ 6 เดือน เกินเกณฑ์จริงไหม?

กุมารแพทย์ทั่วโลกใช้เกณฑ์การเติบโตของ WHO ดูทารก ซึ่งแยกตามเพศและอายุ ตัวเลขของเด็ก 6 เดือนเป็นดังนี้ค่ะ

ค่าอ้างอิง WHO

เด็กหญิง เด็กชาย
น้ำหนักค่ากลาง (P50) 7.3 กก. 7.9 กก.
น้ำหนักขอบบน (P97) 9.2 กก. 9.7 กก.
ความยาวค่ากลาง (P50) 65.7 ซม. 67.6 ซม.
ความยาวขอบล่าง (P3) 61.5 ซม. 63.6 ซม.
น้ำหนักที่ความยาว 65 ซม.: ค่ากลาง / +2 SD / +3 SD ≈ 7.1 / 8.6 / 9.5 กก. ≈ 7.3 / 8.6 / 9.4 กก.

ที่มา: ตารางน้ำหนักตามอายุ ความยาวตามอายุ และน้ำหนักตามความยาวของ WHO [1]–[6]

ส่วนสูง 65 ซม. อยู่ในช่วงปกติค่ะ เด็กหญิงอยู่ใกล้ค่ากลาง ส่วนเด็กชายอยู่ค่อนไปทางต่ำกว่าค่ากลางเล็กน้อยแต่ยังเหนือขอบล่าง (P3)

น้ำหนัก 10.5 กก. สูงกว่าขอบบน (P97) ของทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย แต่เวลาประเมินว่าตัว “หนักเกินส่วนสูง” หรือไม่ WHO ดูที่ น้ำหนักตามความยาว เป็นหลัก ซึ่งกรมอนามัยก็ใช้เกณฑ์นี้ในการจัดกลุ่ม “เริ่มอ้วนและอ้วน” ในเด็ก 0–5 ปีเช่นกัน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี WHO ถือว่าเกิน +2 SD คือน้ำหนักเกิน และเกิน +3 SD คือกลุ่มอ้วนค่ะ

ที่ความยาว 65 ซม. น้ำหนัก 10.5 กก. อยู่เหนือเส้น +3 SD ค่ะ นั่นแปลว่า ควรให้หมอดูกราฟจริงของลูกโดยเร็ว แต่ตัวเลขชุดเดียวไม่ได้บอกทุกอย่าง หมอจะดูประวัติการเติบโตตั้งแต่แรกเกิด วิธีการกิน และการวัดซ้ำที่สถานพยาบาลประกอบกันด้วยค่ะ

 

น้ำหนักเด็ก 6 เดือน

 

เด็กอ้วนตอนทารก จะอ้วนตอนโตไหม?

งานวิจัยพบว่า น้ำหนักที่ขึ้นเร็วและมากในช่วง 6 เดือนแรก สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะน้ำหนักเกินในวัยเด็กมากขึ้น เช่น ทารกที่น้ำหนักตามความยาวข้ามเส้นเปอร์เซ็นไทล์หลักตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไปในช่วง 6 เดือนแรก มีความเสี่ยงอ้วนที่อายุ 5 ปีสูงกว่าช่วงอายุอื่น

สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร?

พาลูกไปพบกุมารแพทย์ หรือไปที่คลินิกเด็กสุขภาพดีของโรงพยาบาลใกล้บ้านค่ะ ให้หมอหรือพยาบาลชั่งน้ำหนัก วัดความยาวซ้ำ และดูกราฟการเติบโตในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) ของกรมอนามัย ถ้าตัวเลข 10.5 กก. และ 65 ซม. มาจากการชั่งหรือวัดเองที่บ้าน การวัดซ้ำที่สถานพยาบาลจะช่วยให้มั่นใจขึ้นค่ะ

สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วย

  • สมุดสีชมพูของลูก พร้อมน้ำหนักและความยาวที่บันทึกไว้ตั้งแต่แรกเกิด
  • บอกหมอว่าลูกกินอะไรบ้าง นมแม่ นมผสม หรือเริ่มอาหารเสริมแล้ว
  • ถ้าให้นมผสมหรือป้อนนมขวด ให้จดปริมาณและจำนวนมื้อต่อวัน
  • เวลานอนรวมต่อวันของลูก

 

พัฒนาการเด็ก 6 เดือน ควรเป็นอย่างไร?

น้ำหนักเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพรวม หมอจะดูพัฒนาการควบคู่ไปด้วย ตามรายการของ CDC เด็ก 6 เดือนส่วนใหญ่

  • จำคนคุ้นเคยได้ ชอบมองตัวเองในกระจก และหัวเราะ
  • ผลัดกันส่งเสียงกับคุณพ่อคุณแม่ เป่าลิ้นเป็นฟองและส่งเสียงแหลมๆ
  • เอื้อมคว้าของเล่น และเอาของเข้าปากเพื่อสำรวจ
  • เม้มปากเพื่อบอกว่าไม่อยากกินแล้ว
  • พลิกจากท่านอนคว่ำเป็นนอนหงาย ยกตัวขึ้นด้วยแขนที่เหยียดตรงเมื่อนอนคว่ำ และใช้มือยันพื้นเพื่อพยุงตัวเวลานั่ง

พัฒนาการที่เป็นไปตามวัยถือเป็นข่าวดีค่ะ แต่ไม่ได้ทดแทนการให้หมอดูกราฟน้ำหนักนะคะ

 

น้ำหนักเด็ก 6 เดือน

 

ควรปรับการกินอะไรบ้างไหม?

ถ้ายังกินนมแม่อย่างเดียว WHO แนะนำให้กินนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรก ช่วงนี้อย่าเพิ่งลดนมเองโดยไม่ได้คุยกับหมอนะคะ สิ่งที่ช่วยได้คือให้นมตามสัญญาณหิวและอิ่มของลูก ซึ่งงานวิจัยพบว่าสัมพันธ์กับการน้ำหนักขึ้นเหมาะสม ในวัย 6 เดือนลูกเริ่มสื่อสารได้แล้วว่าอิ่ม เช่น เม้มปากไม่รับอีก

ถ้าป้อนนมขวด ผู้ดูแลเป็นคนควบคุมปริมาณมากกว่าการให้ลูกดูดจากเต้า งานทบทวนงานวิจัยระบุว่าทารกที่กินจากขวดมักได้รับนมและพลังงานมากกว่า ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่า ดังนั้น ปริมาณที่เหมาะกับลูกควรถามหมอจากกราฟของลูกโดยตรงค่ะ

เมื่อลูกครบ 6 เดือนและพร้อมเริ่มอาหารเสริม WHO แนะนำให้เริ่มอาหารเสริมที่ 6 เดือน ควบคู่กับการให้นมแม่ต่อไปจนถึง 2 ปีหรือนานกว่า  โดยช่วง 6–8 เดือนเริ่มจากโจ๊กข้นหรืออาหารบดละเอียด วันละ 2–3 มื้อ พร้อมให้นมแม่บ่อยๆ ตามเดิม นอกจากนี้ควรเลี่ยงน้ำผลไม้และนมวัวก่อนอายุ 12 เดือน

 

การนอนกับน้ำหนักของลูกเกี่ยวกันไหม?

สมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐฯ (AASM) แนะนำให้ทารกอายุ 4–12 เดือนนอนรวม 12–16 ชั่วโมงต่อ 24 ชั่วโมง นับรวมการงีบกลางวันด้วย งานวิจัยบางชิ้นพบว่าการนอนน้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อวันตั้งแต่ทารกสัมพันธ์กับความเสี่ยงน้ำหนักเกินในวัยเด็ก ลองสังเกตเวลานอนรวมของลูกแล้วเล่าให้หมอฟังได้ค่ะ

 

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเกี่ยวกับ น้ำหนักเด็ก 6 เดือน

Q: ลูกกินนมแม่แล้วน้ำหนักขึ้นเร็วมาก ต้องลดนมไหม?

 ไม่ควรลดเองค่ะ ให้ปรึกษาหมอก่อน WHO แนะนำให้กินนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรก และการให้นมตามสัญญาณหิวและอิ่มของลูกเป็นแนวทางที่ช่วยได้

Q: เมื่อไรควรปรึกษาหมอ?

คุณแม่ปรึกษาได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอถึงนัดครั้งถัดไป โดยเฉพาะถ้าเส้นกราฟน้ำหนักของลูกไต่ข้ามเส้นเปอร์เซ็นไทล์หลายเส้นในเวลาสั้นๆ เพราะการข้ามตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไปในช่วง 6 เดือนแรกสัมพันธ์กับความเสี่ยงอ้วนที่สูงขึ้นในภายหลัง

Q: เด็ก 6 เดือน เริ่มอาหารเสริมได้แล้วไหม?

 ได้ค่ะ WHO แนะนำให้เริ่มเมื่อครบ 6 เดือน ลองอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ของเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก 6 เดือน เพื่อชวนลูกขยับตัวมากขึ้นด้วยนะคะ

Q: น้ำหนักขึ้นเดือนละเท่าไรถือว่าปกติสำหรับเด็ก 6 เดือน?

ตามค่ากลางของ WHO ช่วง 4–6 เดือน น้ำหนักเพิ่มราว 400–500 กรัมต่อเดือน ถ้าลูกขึ้นเร็วกว่านี้ต่อเนื่อง ให้หมอดูแนวโน้มในกราฟค่ะ

สรุป น้ำหนัก 10.5 กก. ตอนอายุ 6 เดือนสูงกว่าเกณฑ์ WHO และเมื่อเทียบกับความยาว 65 ซม. ก็อยู่เหนือเส้น +3 SD ส่วนความยาวอยู่ในช่วงปกติ สิ่งที่ดีที่สุดคือพาลูกไปให้หมอวัดซ้ำและดูกราฟการเติบโตทั้งเส้น ระหว่างนี้ให้นมตามสัญญาณหิวและอิ่มของลูก ไม่ลดนมเอง และรอเริ่มอาหารเสริมเมื่อครบ 6 เดือนค่ะ การดูแลตั้งแต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่คุณแม่ทำได้เต็มที่แน่นอน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากคุณแม่กังวลเรื่องน้ำหนักหรือการเติบโตของลูก ควรปรึกษากุมารแพทย์ค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คุณพ่อคุณแม่กลุ้มใจ ลูกน้ำหนักน้อย ตัวเล็กเกินไป ทำอย่างไรดีนะ

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

โรคใหลตายในทารก ป้องกันได้อย่างไร? นอนท่าไหนที่ปลอดภัยสำหรับทารก

 

แหล่งอ้างอิง

  1. WHO Child Growth Standards: Weight-for-age BOYS, Birth to 5 years (percentiles), World Health Organization
  2. WHO Child Growth Standards: Weight-for-age GIRLS, Birth to 5 years (percentiles), World Health Organization
  3. WHO Child Growth Standards: Length-for-age BOYS, Birth to 2 years (percentiles), World Health Organization
  4. WHO Child Growth Standards: Length-for-age GIRLS, Birth to 2 years (percentiles), World Health Organization
  5. Weight-for-length/height tables (WHO Child Growth Standards), World Health Organization
  6. WHO Infant Weight-for-Length (LMS parameters), Merck Manuals
  7. Noncommunicable diseases: Childhood overweight and obesity, World Health Organization
  8. เด็กอายุ 0 – 5 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน, กรมอนามัย (Open Government Data of Thailand)
  9. Infant and young child feeding, World Health Organization
  10. Biological Determinants Linking Infant Weight Gain and Child Obesity: Current Knowledge and Future Directions, Advances in Nutrition (PMC)
  11. Milestones In Action: By 6 Months, CDC
  12. Recharge with Sleep: Pediatric Sleep Recommendations Promoting Optimal Health, American Academy of Sleep Medicine
  13. Dietary Guidelines for Americans: Make Every Bite Count for Babies (fact sheet), health.gov
  14. “สมุดสีชมพู” คู่มือแม่ตั้งครรภ์ กรมอนามัยปรับโฉมใหม่เชื่อมโยงสู่ดิจิทัล ยกระดับการฝากครรภ์คุณภาพ พร้อมดูแลสุขภาพแม่-ลูก, Hfocus
  15. Child health and development, World Health Organization

 

บทความอัปเดตล่าสุด ตุลาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!