6 อาการผิดปกติหลังคลอดที่ไม่ควรมองข้าม

6 อาการผิดปกติหลังคลอดที่ไม่ควรมองข้าม

โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ที่คลอดลูกที่โรงพยาบาลมากกว่าครึ่งมักไม่มีอาการผิดปกติหลังคลอดใด ๆ ให้เป็นที่น่ากังวลใจ หรือจะเกิดขึ้นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจพบอาการแทรกซ้อนภายหลังการคลอด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการรุนแรง และในระหว่างที่คุณแม่พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลคุณหมอและพยาบาลจะคอยช่วยสังเกตอาการผิดปกติหลังคลอดที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับอาการผิดปกติหลังคลอดที่คุณแม่อาจพบเจอ ได้แก่

อาการผิดปกติหลังคลอด

1.เจ็บฝีเย็บ

อาการเจ็บฝีเย็บเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ที่คลอดลูกผ่านทางช่องคลอด หรือการคลอดแบบธรรมชาติแทบจะทุกคน โดยอาการมักเป็นมากในช่วง 2-3 วันแรก และจะหายไปจนไม่รู้สึกเจ็บใน 1 สัปดาห์ ซึ่งหากมีอาการเจ็บปวดมาก คุณหมอจะสั่งยาแก้ปวดให้ ซึ่งส่วนใหญ่ยาที่ได้รับคือ พาราเซตามอล โดยกินครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง

2.เป็นไข้

ภายหลังคลอดใหม่ๆ ใน 1-2 ชั่วโมงแรก คุณแม่อาจรู้สึกว่าตัวเองมีอาการรุม ๆ และมีไข้ ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการหมุนเวียนเลือดภายหลังการคลอด ทำให้ร่างกายต้องมีการปรับตัว และจะหายไปเองในวันแรกของการคลอด แต่หากพบว่ามีอาการไข้สูงผิดปกติ รู้สึกหนาวสั่น อาจต้องหาสาเหตุของไข้เพิ่มเติม เช่น อาจมีการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การอักเสบของมดลูก หรือมีการอักเสบของแผลที่เย็บไว้ ซึ่งคุณหมอจะตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

3.ปัสสาวะไม่ออก

สาเหตุที่คุณแม่หลังคลอดมีอาการปัสสาวะไม่ออก เนื่องจากในเวลาคลอดหัวเด็กจะกดบริเวณท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะบวม และจะทำให้คุณแม่เริ่มถ่ายปัสสาวะลำบากจนถึงหลังคลอด เนื่องจากคุณแม่เสียแรงเบ่งจากการคลอดจึงทำให้มีแรงขับในการเบ่งปัสสาวะน้อย โดยปกติถ้าคุณแม่ไม่ถ่ายปัสสาวะภายใน 6 ชั่วโมง หมอจะทำการสวนปัสสาวะเป็นครั้ง ๆ เพื่อระบายปัสสาวะที่คั่งค้างอยู่ และอาการดังกล่าวจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน

4.ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการปัสสาวะไม่ออก ซึ่งจะทำให้คุณแม่มีอาการปัสสาวะแสบขัด มีไข้หนาวสั่น ปวดบริเวณบั้นเอว หากปล่อยไว้นานๆ อาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้ เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อระบบปัสสาวะเรื้อรัง เป็นต้น ดังนั้นหากคุณแม่มีอาการดังกล่าวควรบอกคุณหมอทันทีเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

5.ริดสีดวงทวาร

อาการนี้พบในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เช่นกัน และจะพบได้มากขึ้นหลังคลอดใหม่ ๆ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีการเบ่งคลอดแบบธรรมชาติ มักพบในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังคลอด คือมีอาการเจ็บ และมีอาการอักเสบบริเวณก้อนริดสีดวง หากเจ็บปวดมากให้รีบไปพบแพทย์เพื่อดูอาการ หมอจะสั่งยาลดอาการบวมและยาแก้อักเสบ โดยใช้ยาทาและยาเหน็บเฉพาะที่

6.ตกเลือด

การตกเลือดหลังคลอด แบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ คือ ตกเลือดภายหลังคลอดทันทีหรือพบได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด สาเหตุเกิดจากมดลูกแข็งตัวไม่ดี ทำให้มีเลือดไหลซึมจากภายในมดลูก และการตกเลือดหลังคลอดที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอดไปจนถึงภายใน 6  สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีการติดเชื้อบริเวณฝีเย็บหรือภายในโพรงมดลูก หรือเกิดจากมดลูกอักเสบและการมีเศษรกหรือเศษถุงน้ำคร่ำค้างอยู่ในโพรงมดลูก ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นเพียงชิ้นเล็ก ๆ อย่างไรก็ตามภายหลังการคลอด คุณหมอจะมีการแนะนำการดูสีและปริมาณน้ำคาวปลาหลังคลอด หากกลับบ้านไปแล้วคุณแม่สังเกตว่าน้ำคาวปลามีปริมาณมาก หรือมีสีแดงเข้มขึ้น จำเป็นที่คุณแม่ต้องกลับมาหาหมอเพื่อตรวจดูอาการอีกครั้ง

สังเกตว่าอาการหลังคลอดส่วนใหญ่ คุณแม่จะเป็นได้ในช่วงที่พักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 1-3 วันแรก ซึ่งคุณหมอจะดูแลและทำการรักษาให้คุณแม่มีสุขภาพดีก่อนกลับบ้าน แต่หลังจากกลับบ้านไปนอกจากคุณแม่จะให้เวลาหมดไปกับการเลี้ยงลูกน้อยแล้วก็ควรแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน ดูแลสุขภาพตัวเอง และหากพบว่ามีอาการที่ผิดปกติก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

Credit : www.doctoratiwut.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
อาการฟื้นตัวหลังคลอดต้องเป็นแบบนี้!!
การปฏิบัติตนหลังคลอดจากโรงพยาบาลจนถึงบ้าน

8.TAP_th-ios-Footer670x196

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner