6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

ทุกวันที่ 28 พฤษภาคม คือวันปฏิบัติการเพื่อสุขภาพผู้หญิงสากล นี่คือสิ่งเตือนใจที่ยอดเยี่ยมของผู้หญิงทุกคน ที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนวิธีการดูแลสุขภาพของตัวเอง ให้เข้าสู่ยุค New Normal

ด้วยสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ทำให้คุณแม่อย่างเรา ๆ ต้องทำงานจากที่บ้าน และยังต้องทำงานบ้าน และดูแลลูกไปพร้อมๆ กัน ในบางวันที่คุณแม่ต้องทำงานประชุมออนไลน์หรือวีดีโอคอล คุณแม่อาจต้องวิ่งเข้าออกระหว่างโต๊ะทำงาน กับห้องครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกๆ นี่ยังไม่นับคุณแม่หลายคนที่ต้องสอนหนังสือให้ลูกๆ เพื่อเรียนให้ทันและทำการบ้านตามที่โรงเรียนมอบหมายได้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณแม่ในปัจจุบันต้องเผชิญอยู่ New Normal

New Normal

New Normal

ยิ่งไปกว่านั้น คนเป็นแม่ส่วนใหญ่ มักจะอยู่ในช่วงวัยที่เรียกว่า ช่วงวัยแซนด์วิช หมายถึงช่วงวัยที่ต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก พร้อมกับดุแลพ่อแม่ที่แก่ชราไปด้วยในเวลาเดียวกัน และในช่วงวิกฤติโรคระบาดขณะนี้ ทำให้ เวลาส่วนตัวของคนเป็นแม่ยิ่งมีน้อยลงไปอีก ทำให้ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพได้

โรงพยาบาลและผู้ให้บริการด้านสุขภาพผู้หญิงหลายแห่งต้องปิดให้บริการอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากกลัวการระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้ผู้หญิงหลายคนรวมถึงคุณแม่อย่างเรา ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างที่เคย ซึ่งรวมถึงเรื่องการวางแผนของครอบครัวที่อาจจะถูกละเลยไป

จากรายงานของ องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) พบว่ามีผู้หญิง 47 ล้านคนจาก 114 ประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง อาจไม่สามารถเข้าถึงวิธีการคุมกำเนิดที่ทันสมัย และอาจจะเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์มากถึง 7 ล้านคน  นอกจากนี้ หากการล็อคดาวน์ หรือการกักตัว ดำเนินไปอีก 6 เดือน อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ในด้านบริการสาธารณสุข1

“วิกฤติการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมในสังคมเพิ่มมาก ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงอีกหลายล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยงสูญเสียความสามารถในการวางแผนครอบครัว  และปกป้องสุขภาพร่างกายของตนเอง” ดร.นาตาเลีย คาเนม ผู้อำนวยการกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) กล่าว

เรากำลังปล่อยให้สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เราถอยหลังจากความก้าวหน้าในด้านสุขภาพและความเสมอภาคของสตรีอยู่รึเปล่า?

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

ทุกวันที่ 28 พฤษภาคม คือวันปฏิบัติการเพื่อสุขภาพผู้หญิงสากล ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี และได้รับการระลึกถึงด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิสตรี และกลุ่มพันธมิตรด้านสุขภาวด้านเพศและการสืบพันธุ์ เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิทั่วโลก2

นอกจากนั้น ปีนี้ยังครบรอบ 60 ปีของการคิดค้นยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ และความก้าวหน้าทางสังคมของผู้หญิง  ด้วยยาเม็ดนี้ ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิเลือกที่จะมีลูกได้ด้วยตัวเอง และยังทำให้ผู้หญิงมีโอกาสที่จะทำงานในอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งการระบาดไวรัสโควิด-19 ไม่ควรที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงหรือทำลาย ความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง ที่พวกเราได้พยายามสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน

แล้วเราจะรักษาสิ่งที่พวกเราทำงานหนักมานานหลายทศวรรษนี้ได้อย่างไร

เราได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชีย เกี่ยวกับ 6 วิธีที่จะทำให้เรายังคงพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้หญิงในช่วงวิกฤติโรคระบาด และสามารถใช้ชีวิตแบบ New Normal หลังวิกฤติได้ผ่านพ้นไปแล้ว

และนี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

  1. ทดลองใช้ระบบ เทเลเมดิซีน (Telemedicine)  ในการสุขอนามัยในช่วงวิกฤตินี้

New Normal

ทำไมถึงต้องตรวจคนไข้ผ่านเทเลเมดิซีน?

ดร. เจสเฮอริน สินธุ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ Insync Medical จากสิงคโปร์ อธิบายว่า ในช่วงที่มีการจำกัดการเดินทางและการออกนอกที่พักอาศัยเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรค หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์หรือไม่ ชั้นแรกคือคุณสามารถโทรไปที่คลินิกแพทย์ และขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน  วิธีนี้จะทำให้คุณทราบว่า ปัญหาของคุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการโทรปรึกษา หรือว่าจำเป็นต้องเดินทางไปคลินิก

“ฉันเชื่อว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพราะผู้หญิงสามารถเข้าถึงข้อมูลและรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้จากที่บ้าน และที่สำคัญยังสามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ผ่านทางช่องทางออนไลน์ การโทรคุยหรือวีดีโอคอล” กล่าวโดย ดร.แม ซัคกี-ยัง สูติแพทย์นรีแพทย์ แพทย์ประจำบ้านต่อยอดประจำ Philippine Obstetrical and Gynecological Society สมาชิกของ Philippine Society for Gynecological Endoscop และสมาชิกของ Aesthetic Gynecology Society of the Philippines จากประเทศฟิลิปปินส์

มันได้ผลอย่างไร?

ดร.เจสเฮอริน อธิบายว่า ในต่างประเทศเช่นสิงคโปร์ การตรวจคนไข้ผ่านเทเลเมดิซีน หรือ แพทย์ทางไกล คือการขอคำปรึกษาทางการแพทย์แบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย โดยเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลที่แพทย์ได้ใช้ในการระหว่างการตรวจ

เมื่อยืนยันตัวตนของคุณเรียบร้อย การสนทนาผ่านวีดีโอจะเริ่มขึ้น เช่นเดียวกับวิธีการตรวจแบบตัวต่อตัว การให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอเป็นไปในรูปแบบส่วนตัว ในช่วงท้ายของการให้คำปรึกษา แพทย์จะอธิบายสิ่งที่คิดว่าเกิดขึ้นกับคุณ และถ้าจำเป็นแพทย์อาจจะเขียนใบสั่งยา โดยยาจะถูกจัดส่งไปยังที่บ้านของคุณ นอกจากนั้น หากมีความจำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียด  แพทย์จะขอให้คุณเข้ามาที่คลินิกเพื่อรับการตรวจ

ดร.เจสเฮอริน กล่าวว่า เทเลเมดิซีน ยังสามารถใช้สำหรับสถานการณ์เช่นการติดตามการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด การคุมกำเนิดฉุกเฉิน การรักษาสำหรับการติดเชื้อในช่องคลอดหรือทางเดินปัสสาวะ การปวดประจำเดือน และความผิดปกติของประจำเดือนอีกด้วย

ดร.แม กล่าวเสริม “แม้ว่าการตรวจคนไข้ผ่านช่องทาง เทเลเมดิซีน เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับผู้หญิงฟิลิปปินส์ แต่ช่องทางนี้มีข้อดีกว่าการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว เพราะว่าผู้ข้ารับการรักษาไม่มีความเสี่ยงที่ต้องออกไปคลินิก สะดวก ประหยัดทั้งเวลาและการเดินทาง ดังนั้นผู้หญิงควรจะเริ่มทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มการสื่อสารนี้ เนื่องจากการตรวจคนไข้ผ่านเทเลเมดิซีน จะเป็นที่นิยมมากขึ้นแม้ว่าเราจะผ่านวิกฤตโรคระบาดนี้ได้แล้วก็ตาม”

2. ดูแลตัวเองและติดตามความคืบหน้าปัญหาสุขภาพของตนเอง

New Normal

สิ่งสำคัญในการดูแลตนเองคือการสามารถระบุตัวเองได้เมื่อมีสิ่งผิดปกติในร่างกายของคุณ ดร.เจสเฮอริน กล่าวว่า สำหรับทางการแพทย์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีรูปแบบลักษณะอาการเฉพาะ ผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง จากการมีประจำเดือน และจากมีเพศสัมพันธ์  ผู้หญิงบางคนพบว่าพวกเขามีตกขาวเพิ่มขึ้น หรือติดเชื้อหลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่กี่วัน

แม้กระทั่งการมีประจำเดือน คุณภาพและปริมาณของเลือดอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง เช่นอารมณ์ ความเครียดของร่างกายจากการออกกำลังกาย การเดินทางโดยเครื่องบิน และยารักษาโรคก็เช่นกัน

“การติดตามอาการเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณสังเกตว่ามีอาการที่คุณเป็นมีลักษณะอย่างไรผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการระบุสาเหตุของการเกิดอาหาร และช่วยให้ข้อมูลที่มีค่าแก่แพทย์ผู้ทำการรักษา ทำให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ลักษณะอาการ และวินิจฉัยโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น”

ดร.เจสเฮอริน ยกตัวอย่างของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)  ว่าคือ สภาพทางนรีเวชที่แสดงอาการ เช่นอาการปวดเรื้อรังและมีอาการเลือดออกมากผิดปกติ ผู้หญิงที่มีอาการนี้จะปวดท้องมากในช่วงก่อน ระหว่างหรือหลังจากการมีประจำเดือน อาการปวดเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับอาการปวดท้องอื่น ๆ เช่นจากการถ่ายอุจจาระ อีกด้วย

“เมื่อคุณไปพบแพทย์ คุณรู้สึกสับสนกับสิ่งที่คุณต้องการจะปรึกษา และมีโอกาสที่คุณอาจพลาดไม่ได้เล่ารายละเอียดบางอย่าง ดังนั้นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยคุณ ก็คือ การใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ หรือ หรือทำบันทึกอาการที่เกิดขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้แพทย์ทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ซึ่งจะเป็นข้อมูลช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยได้ดีมากยิ่งขึ้น วิธีการติดตามอาการนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถรักษาได้ตรงจุดมีประสิทธิภาพ”

  1. การพึงระวังถึงสุขภาพของผู้หญิง และ ตัวเลือกในการวางแผนสำหรับครอบครัว

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

ดร.ชริลปา นามบา ที่ปรึกษาสูตินรีแพทย์และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เกี่ยวกับแม่ จาก Prince Court Medical Centre ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่าการคุมกำเนิดและการรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะต่าง ๆ เช่นอายุ น้ำหนัก รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพ หรือยาที่กำลังกินอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการคุมกำเนิดในระยะยาวหรือสั้น การคุมกำเนิดมีหลายวิธี อาทิ การกินยาเม็ดคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด และการใส่ห่วงคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิด

“ยาเม็ดคุมกำเนิดประเภทแรก คือยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน และอีกประเภทหนึ่งคือยาที่มีเฉพาะฮอร์โมน โปรเจสเตอโรนเท่านั้น ยาเม็ดคุมกำเนิดออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการตกไข่ และหากรับประทานอย่างต่อเนื่อง จะมีประสิทธิภาพเกือบ 99% ในการป้องกันการตั้งครรภ์” ดร.ชริลปา กล่าว

ดร.ชริลปา กล่าวว่า ประโยชน์ของยาคือควบคุมการมีประจำเดือนของผู้หญิง บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน สามารถช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก และสามารถใช้รักษาอาการปวดประจำเดือนและอาการปวดก่อนมีประจำเดือนได้ อย่างไรก็ตามสูตรยามีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน

การฝังยาคุมกำเนิดและการใส่ห่วงคุมกำเนิด

ดร.ชริลปา อธิบายถึงประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นทางเลือกที่ “fit-and-forget” เนื่องจากไม่จำเป็นต้องกินยาประจำและต่อเนื่อง และมีประโยชน์มากกว่าหากจำเป็นต้องคุมกำเนิดในระยะยาว  อย่างไรก็ตามการฝังและการถอดจะต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

ดร.ชริลปา ย้ำว่าความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้หญิงมีสิทธิที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการสุขภาพของตัวเอง สามารถ “เลือกเวลาที่เหมาะสมในการตั้งครรภ์” ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นเรื่องทางสังคม การเงิน หรือสุขภาพ แต่เมื่อผู้หญิงตระหนักถึงทางเลือกของเธอ เธอจะสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้

 

  1. การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดิจิทัลเพื่อการศึกษา

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

นายแพทย์ ดร. บอย อบิดิน ที่ปรึกษาสูตินรีแพทย์ จากคลินิกต่อมไร้ท่อสืบพันธุ์และการเจริญพันธุ์ โรงพยาบาล Mitra Keluarga Kelapa Gading ประเทศอินโดนีเซีย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำ เทคโนโลยีช่วยให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูด้านสุขภาพออนไลน์  ว่า ถึงแม้ว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูล และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

”แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องตระหนักและเข้าใจถึงความถูกต้องของข้อมูลออนไลน์ เนื่องจากมีหลายๆข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอยู่ในออนไลน์”

“อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรกระจายอยู่ในสภาพสังคม และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การดำเนินการส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่ทั่วประเทศอินโดนีเซียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราไม่สามารถพึ่งพารัฐบาลเพียงลำพังได้ ถ้าเราทำมันทั้งหมดด้วยตัวเองคงเป็นการยากที่จะทำให้อินโดนีเซียที่มีสุขภาพดีในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นเครือข่ายการสื่อสารออนไลน์จะมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการนี้”

เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถช่วยสนับสนุนผู้หญิงในเรื่องของข้อมูลเพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพ นายแพทย์ ดร.บอย กล่าวว่า ในอินโดนีเซียนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่การรักษา มากกว่าหาวิธีการป้องกันให้กับสุขภาพตัวเอง

นพ.ดร. บอย เน้นว่าสิ่งสำคัญคือจะต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่เผยแพร่ในออนไลน์นั้นถูกต้อง เชื่อถือได้ และเข้าใจได้ง่าย ซึ่งวิธีนี้ จะทำให้การแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง และโปรแกรมการวางแผนครอบครัว มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ผู้หญิงรักษาอนามัยการเจริญพันธุ์ได้ดีขึ้น

ดร.เกรซ คารัส-ทอร์เรส ศัลยแพทย์ด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง  และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดจาก Philippine Society of Reproductive Medicine กล่าวว่า สำหรับประเทศฟิลิปปินส์ คณะกรรมาธิการด้านประชากรและการพัฒนา (Commission on Population and Development) เผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์ (www.popcom.gov.ph) และใน Facebook (http://facebook.com/commissiononpopulationanddevelopment/) และยังมีช่องทางให้ข้อมูลสำหรับประชากรที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

ผู้หญิงอินโดนีเซียสามารถเข้าไปยังเว็ปไซต์ Bicara Kontrasepsi เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์และวิธีในการคุมกำเนิดได้ ซึ่งเว็ปไซต์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ยังมีความลังเลที่จะนัดพบแพทย์หรือแม้แต่พูดถึงเรื่องเหล่านี้

เว็บไซต์อื่นๆ เช่น Howuknow สำหรับผู้หญิงในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเว็บไซต์ Your Life ยังเป็นแหล่งข้อมูลแบบครบวงจร สำหรับข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับผู้หญิง

นอกจากนี้ระบบ chatbots ได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งการให้ข้อมูลออนไลน์ เกี่ยวกับการคุมกำเนิดและสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ เป็นรู้จักกันในชื่อ Ask Maya (Malaysia) และ Ask Mara (Philippines) โดย chatbots เหล่านี้เป็นสื่อที่ให้ความรู้ และให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเชื่อถือได้ เกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์จากโทรศัพท์มือถือ

“สื่อต่างๆเหล่านี้ เป็นแหล่งข้อมูลที่ให้คำแนะนำเบื้องต้น และคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพของสตรีและการวางแผนครอบครัว อย่างไรก็ตามในกรณีที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการวิธีการวางแผนครอบครัวที่แตกต่าง และการพิจารณาการใช้ยา ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์” ดร.เกรซ  กล่าว

  1. ค้นหาชุมชนที่สนับสนุนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

เนื่องจากการรับรู้เกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของผู้หญิงในมาเลเซียยังมีน้อย ทำให้เรื่องปัญหาสุขภาพผู้หญิงจึงไม่ได้รับความสนใจมากนัก  อาทิอาการปวดท้องจาก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดประจำเดือน และจะหายเองไปหลังจากตั้งครรภ์

ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องทนทรมานจากสภาวะดังกล่าว คุณสุริตา โมแกน ประธาน Persatuan Endometriosis Malaysia (MyEndosis) ได้ก่อตั้งกลุ่มผู้ป่วย (patient group) กลุ่มขึ้นในปี 2557 เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงได้พูดในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจาการมีประจำเดือน ซึ่งมักจะเป็นหัวข้อต้องห้ามในมาเลเซีย วัตถุประสงค์ของ MyEndosis คือการสร้างความตระหนักและให้ความรู้แก่ผู้คนเกี่ยวกับ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

“ เราไม่ต้องการให้สิ่งนี้เป็นเพียงปัญหาทั่วไปของผู้หญิง เพราะคนที่ป่วยเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มีทั้งคนที่เป็นภรรยา คุณแม่ พี่สาว พนักงาน และนายจ้าง นี่คือปัญหาชุมชนที่ต้องได้รับการแก้ไข” คุณสุริตา กล่าว

กลุ่มผู้ป่วยนี้มีความสำคัญเนื่องจากพวกเขาได้สร้างแพลตฟอร์มสำดหรับผู้หญิงในการแบ่งปันประสบการณ์ สร้างการรับรู้ และมีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่สมาชิกมีความเห็นอกเห็นใจกัน” คุณสุริตา กล่าว

  1. เปลี่ยนความคิดของคุณเพื่อดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเคล็ดลับและข้อมูลที่กล่าวมาในข้างต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้หญิงจะต้องตัดสินใจลงมือทำเพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเอง การดูแลสุขภาพของคุณ หมายถึงการวางแผนไว้ล่วงหน้า

ถ้าถามว่าทำไมบางครั้งผู้หญิงเลือกที่จะชะลอการรักษา หรือขอคำแนะนำทางการแพทย์ เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล ประธานสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ผู้หญิงบางคนกลัวการไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน

อีกปัญหาหนึ่งคือ ความเพิกเฉย คุณสุริตากล่าวเสริมว่า  “ผู้หญิงมักจะคิดว่าอาการปวดจากการมีประจำเดือนเป็นสิ่งที่ปกติที่ต้องเจอ และสาเหตุที่คิดเช่นนี้ อาจเป็นเพราะประสบการณ์ในวัยเด็ก ที่ได้รับการสอนว่าให้อดทนกับอาการปวดอย่างเงียบ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการมีประจำเดือนไม่อย่างนั้นอาจถูกล้อเลียน ซึ่งเห็นว่าต้องเปลี่ยนความคิดแบบเดิมๆ นี้ให้ได้”

“ผลเสียที่อาจตามมาจากการไม่เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือรับการรักษาอย่างล่าช้า นั่นคือ อาการของโรคจะแย่ลงเรื่อยๆ และยากต่อการรักษา” ศ.นพ. สุรศักดิ์ กล่าว การเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ อาจหมายถึงความแตกต่างระหว่าง การที่คุณสามารถควบคุมอาการเจ็บป่วยได้ กับการที่อาการเจ็บป่วยส่งผลต่อชีวิตคุณ

ในกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ การเพิกเฉยและไม่หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการการคุมกำเนิดที่เหมาะกับคุณ อาจนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์  ความเครียดที่เพิ่มขึ้นของการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณและครอบครัว

การต่อสู้เพื่อผู้หญิงและคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขานั้นเป็นหนทางที่ยาวนานและยากลำบาก

แต่สิ่งเตือนใจง่าย ๆ อย่าง กฎการสวมหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบินนั้น สามารถเตือนตัวเราให้นึกถึงความสำคัญของสุขภาพของตนเองได้ เพราะคุณต้องสวมหน้ากากออกซินเจนให้ตัวเองก่อนที่จะพยายามช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น ผู้หญิงโดยเฉพาะคนเป็นแม่ ก็ควรที่จะต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน เพื่อที่จะสามารถดูแลผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ เราต้องต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้หญิงทั่วโลกจะได้รับโอกาสเดียวกันในการเติมเต็มความฝันของพวกเขาในอีก 60 ปีข้างหน้า เพื่อตัวของเขาเอง เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อครอบครัวของพวกเขา และเพื่อผู้หญิงทุกคน

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

6 วิธีเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตัวเองให้เข้าสู่ยุค New Normal

 

 

PP-UN-WHC-TH-0014-1 (06/20)

References:

  1. https://news.un.org/en/story/2020/04/1062742
  2. http://www.may28.org/

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner