6 วิธีรับมือกับปัญหาเจ้าตัวเล็กไม่อยากไปโรงเรียน

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เมื่อลูกถึงวัยเข้าเรียนปัญหาที่พ่อแม่หลายคนกังวลคือ ไปโรงเรียนวันแรก ลูกจะร้องไห้ไหม จะมีดราม่าน้ำตาแตกอีกนานแค่ไหน ลูกจะยอมเรียนหนังสือกับเพื่อนๆคนอื่นรึเปล่า แล้วถ้าลูกร้องไห้โยเยไม่อยากไปโรงเรียนจะทำอย่างไร ห่วงลูกก็ห่วง แต่เรื่องการเรียนของสำคัญทำอย่างไรดี

เบาใจได้เลยค่ะคุณแม่เพราะเรามีวิธีดีๆมาแนะนำกัน

  1. ฝึกเล่นจำลองสถานการณ์กับลูก เตรียมความพร้อมก่อนถึงวัยเข้าเรียน

การเรียนรู้ผ่านการเล่นจะทำให้เด็กได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนาน ให้คุณแม่จะลองสถานการณ์การไปโรงเรียน สร้างบรรยากาศภายในห้องเรียนให้ลูกได้มีโอกาสเตรียมตัวให้พร้อมและรู้ตัวว่าตัวเองอาจต้องเจอสถานการณ์แบบไหน เจอกับใครบ้างเมื่อไปโรงเรียน

ฝึกให้ลูกรู้จักปรับตัวเข้ากับเพื่อนเช่นสมมุติสถานการณ์ว่าหากอยากเข้าไปเล่นกับเพื่อนไหม่ ลูกควรพูดว่าอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกในระดับหนึ่ง

  1. ไปรับ-ไปส่งลูกด้วยตัวเองช่วงสัปดาห์แรก

เด็กวัย 2-3 ขวบเป็นช่วงวัยที่มีความกังวลเมื่อต้องแยกจากพ่อแม่ อาการร้องไห้งอแงช่วงไปโรงเรียนวันแรกจึงไม่ใช่เรื่องผิดปรกติอะไร สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือการสร้างความมั่นใจให้กับลูก โดยการไปส่งลูกด้วยตัวเอง เพื่อให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้ทิ้งเขาไปไหน

เมื่อถึงโรงเรียนก็บอกลากันเล็กน้อย หากลูกยอมเดินเข้าไปในโรงเรียนเองก็ปล่อยให้เขาไป หรือถ้าลูกต่อรองให้ไปส่งหน้าห้องเรียน ก็ได้ แต่ไม่ต้องร่ำลากันนาน จะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกขาดความมั่นใจเข้าไปอีก และให้สัญญากับลูกว่าจะกลับมารับตอนโรงเรียนเลิก ลูกจะได้เข้าเรียนอย่างมั่นใจว่าไม่ได้ถูกพ่อแม่ทิ้ง

และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรแสดงท่าทีกังวลใจให้ลูกเห็นเพราะจะกลายเป็นการสร้างความกังวลใจให้ลูก ทำให้ร้องไห้หนักขึ้นไม่อยากไปโรงเรียนมากขึ้นไปอีก

  1. ไปรับลูกให้ตรงเวลา

เมื่อสัญญากับลูกไปแล้วว่าจะไปรับ คุณแม่ต้องไปให้ตรงเวลา หรือไปรอลูกก่อนโรงเรียนเลิกได้ยิ่งดี เพราะเมื่อเด็กเลิกเรียนแล้ว สิิ่งแรกที่เขามองหาต้องเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพ่อแม่ ในช่วงสัปดาห์แรกของการไปโรงเรียนไม่ควรปล่อยให้ลูกรอหลังเลิกเรียนนานเกินไป เพราะเด็กอาจรู้สึกว่าถูกทิ้ง ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง และไม่อยากไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น

  1. หมั่นคุยกับลูก

หลังจากชวนลูกเล่นสมุติบรรยากาศการไปโรงเรียนไปแล้วเมื่อไปรับลูกคุณแม่ก็ควรชวนลูกคุย ถามไถ่ว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง คุณครูสวยไหม วันนี้หนูเรียนอะไรไปบ้าง เล่นอะไรกับเพื่อนคนไหนบ้าง เพื่อให้ลูกได้ทบทวนการเรียน

ให้ลูกได้แบ่งปันประสบการณ์และเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดคุยแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆและความเห็นที่มีต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนในวันนั้น ความชอบ ความไม่ชอบ และความสนุกในการเรียนและเล่นกับเพื่อนใหม่ลูกจะได้อยากมาโรงเรียนในวันต่อๆไป

  1. ห้ามขู่ ห้ามบังคับ

การสร้างทัศนคติไม่ดีต่อครูให้เด็กเช่น ขู่ว่าร้องไห้เดี๋ยวครูดุ หรือจะปล่อยให้ครูตี จะเป็นการทำให้ลูกสร้างภาพคุณครูในแง่ลบ ลูกจะกลัวและไม่ไว้ใจครู กลัวครูจะทำโทษหากทำผิด หรือใช้อารมณ์ดุด่า หรือตีเมื่อลูกเริ่มร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน ก็ยิ่งทำให้เด็กเล็กเป็นกังวลจนไม่อยากไปโรงเรียน

พ่อแม่จึงควรพูดคุยกับลูกด้วยเหตุผล ว่าเพราะอะไรถึงต้องไปโรงเรียนคอยให้กำลังใจและเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกเพื่อให้ลูกรู้สึกอยากออกไปเรียนรู้สิ่งแวดล้อมใหม่ๆและเพื่อนใหม่ด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ

  1. สอนให้ลูกรู้สึกภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง

สาเหตุหนึ่งที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียนอาจเป็นเพราะ เขารู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเพื่อน ทำอะไรเก่งไม่เท่าเพื่อนๆ เพราะพ่อแม่ดูแลอย่างดีไม่เคยให้ทำอะไรด้วยตัวเองเลย เด็กจึงยิ่งขาดความมั่นใจในตัวเอง และขาดความรู้สึกมั่นคงหนักเข้าไปอีก

เข้ากับเพื่อนไม่ได้จึงไม่อยากไปโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง เช่น อาบน้ำแต่งตัวเอง กินข้าวเอง ช่วยคุณแม่ทำอาหาร หรือช่วยหยิบข้าวของต่างๆ และชมเชยลูกทุกครั้งที่ลูกช่วยงาน หรือทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จเพื่อสร้างความรู้สึกภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองให้ลูกทำให้ลูกรู้สึกมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออกมากขึ้นเข้ากับเพื่อนง่าย ทำให้อยากไปโรงเรียนทุกวัน

โดยปรกติแล้วอาการโยเยไม่อยากไปโรงเรียนของเด็กเล็กจะเป็นในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการเปิดเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลมากค่ะ รอให้เด็กปรับตัวให้เข้าสังคมใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่สักระยะแล้วจะดีขึ้นเอง สำหรับเด็กที่ขึ้นอนุบาล 2 ไปจนถึง ป.3

ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ อาจมีอาการงอแงไม่อยากไปโรงเรียนบ้างเพราะติดมาจากช่วงปิดเทอมแต่ระยะเวลาในการปรับตัวจะสั้นลงไปตามวัยที่เพิ่มขึ้นแต่ถ้าถึงวัยนี้แล้วยังร้องไห้ไม่ยอมไปโรงเรียนอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์อาจจะมีความผิดปรกติที่ส่วนอื่น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องรีบหาสาเหตุที่แท้จริงให้พบ หรือพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กเพื่อหาสาเหตุและรีบหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไปค่ะ

 

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/thaichildpsy/

http://www.thaihealth.or.th/Content/28550

 

การเลี้ยงดูเด็กวัยเรียน พฤติกรรมของเด็กวัยเรียน วัยอนุบาล (3-4 ปี) วัยเรียน เด็กวัยเรียน โรงเรียนอนุบาล