6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก ที่ส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต

lead image

หยุด!! 6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก ตั้งแต่ยังเล็ก ดีกว่าจะต้องไปเสียใจภายหลัง เพราะถ้าลูกติดเป็นนิสัยแล้วจะแก้ยาก มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรห้ามตั้งแต่ตอนนี้

6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก ที่ส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต

เมื่อรู้ว่าลูกเริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่ดี พ่อแม่ต้องรีบหยุดก่อนที่จะสายเกินไป โดยเฉพาะ 6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก เพราะถ้าลูกโตขึ้นจะฝึกหรือจะปรับเปลี่ยนอะไรย่อมยาก พ่อแม่ต้องใจแข็ง อย่าใจอ่อนเกินไป แต่ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ให้ลูกน้อยได้เรียนรู้และได้ปรับตัว โดยที่เราต้องบอกเหตุผลและอธิบายให้เขาเข้าใจด้วย

 

1. คาบขวดนม

ถ้าพ่อแม่ไม่อยากให้ลูกต้องติดการคาบขวดนม แนะนำให้เปลี่ยนจากขวดนมไปเป็นใช้ถ้วยแทน และต้องระวังถ้าลูกดื่มนมมากเกินไป จะทำให้ลูกไม่ยอมทานข้าวในมื้ออาหาร และจะทำให้ขาดสารอาหารในที่สุด ทั้งยัง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกฝันพุ จากการคาบขวดนมอีก

ซึ่งทางสถาบัน American Academy of Pediatrics (AAP) ได้แนะนำว่า ให้ลูกน้อยได้เปลี่ยนไปใช้ถ้วบยหัดดื่มแทน เมื่อเด็กเริ่มมีอายุได้ 15 เดือน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะนำให้ใช้กับลูกน้อยตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน พอเด็กอายุได้ 1 ขวบ ก็จะเลิกใช้ขวดนมได้พอดี พอเด็กเริ่มเข้าใจในการใช้ถ้วยแล้ว ก็สามารถดื่มน้ำ หรือนมจากแก้วได้ตามปกติ

 

2. ดูดนิ้วมือ

พฤติกรรมการดูดนิ้วมือเป็นเรื่องปกติของเด็กทารกและวัยหัดเดิน เพราะการดูดมือเป็นการปลอบใจตัวเอง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่ได้รับและระยะเวลา เนื่องจากเด็กบางคนก็หยุดดูดนิ้วไปเองเมื่อโตขึ้น แต่สำหรับเด็กที่โตแล้วยังคงดูดอยุู่นั้นอาจส่งผลเสียต่อขากรรไกรของพวกเขาในอนาคต ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยมีอาการที่เรียกว่า ฟันกัดคล่อม คือ มีลักษณะของฟันหน้าที่หุบเข้าไปด้านในแทนที่จะออกมาอยู่ด้านนอก และฟันสบลึก คือ ฟันบนหรือขากรรไกรบนที่ยื่นออกมามากกว่าฟันล่างมาก

ดังนั้น พ่อแม่ควรพาลูกน้อยเข้าตรวจสุขภาพฟันประจำปี ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ หรือเมื่อฟันขึ้นครั้งแรก วิธีการที่จะทำให้ลูกน้อยหยุดดูดเล็บ อาจจะทาเล็บสีสวยๆ หรือสวมอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้ลูกดูดนิ้ว และพยายามชักชวนให้ลูกน้อยทำกิจกรรมอย่างอื่น

 

6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก

 

3. เลือกกินอาหาร

เด็กบางคนเลือกกินอาหาร จะกินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด และบางคนยังเลือกกินแต่ของไม่มีประโยชน์เสียอีก ทำให้คุณต้องเครียดกลัวลูกจะได้รับสารอาหารไม่ครบในแต่ละมื้อ บางคนเคยลองให้ลูกกินผัก ผลไม้ ต่างๆ มากมาย แต่ลูกก็คงยังไม่ยอมกินอยู่ดี

วิธีการที่จะทำให้ลูกได้ลองชิมหรือกินอาหารใหม่ๆ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนคำถามจาก "ลูกอยากกินไหม" "ลูกชอบกินไหม" ลองถามว่า "อาหารพวกนี้มีกลิ่นอย่างไร" "มีลักษณะแบบไหน" โดยพยายามให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับประสาทสัมผัสมากกว่า

 

4. แคะขี้มูก

พฤติกรรมแบบนี้คงจะไม่ดีนักถ้าลูกเคยทำจนเป็นนิสัย เพราะมันจะทำให้ลูกมีบุคลิกภาพที่ไม่ดี และยิ่งเด็กที่เป็นภูมิแพ้ หรือในช่วงที่อากาศเย็นก็จะยิ่งให้เด็กแย่ลงไปอีก

วิธีการจะช่วยให้ลูกหยุดการแคะขี้มูก เพียงแค่เข้าไปเช็คน้ำมูก และล้างจมูกลูก อย่าปล่อยให้ขี้มูกต้องแห้ง เพราะเด็กจะต้องเอานิ้วไปแคะแน่นอน สำหรับวิธีการล้างจมูก สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

 

6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก

 

5. นอนกัดฟัน

เด็กกว่า 14-20 เปอร์เซนต์ จะชอบกัดฟันของเขาในตอนกลางคืน และยังสามารถเกิดขึ้นในตอนกลางวันด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติถ้าลูกมีความเครียดและความวิตกกังวล หรืออาจมากจากโรคของเด็ก เช่น ต่อมทอมซิลขนาดใหญ่ โรคเนื้องอกในจมูก ซึ่งมีผลต่อการนอนเช่นเดียวกัน อาการนอนกัดฟันอาจเกิดจากที่เด็กขยับขากรรไกรล่างของพวกเขาไปข้างหน้า เพื่อใ้หพวกเขาสามารถหายใจได้ดียิ่งขึ้น

หากลูกมีปัญหาเหล่านี้ พ่อแม่ลองไปปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับอาการนอนกัดฟันที่รุนแรง เพื่อเช็คดูว่าลูกมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่ และหาแนวทางให้ลูกเลิกนอนกัดฟันหรือบรรเทาอาการให้ดีขึ้น

 

6. กินแต่ขนมตลอดวัน

พ่อแม่บางคนเคยให้ลูกได้กินขนมขบเคี้ยวตลอดทั้งวันจนเคยตัว ทำให้เด็กติดนิสัยกินขนมแม้จะไม่หิวก็ตาม เหมือนเป็นการให้ลูกออกห่างจากอาหารที่มีประโยชน์ไปอีก เพราะเวลาถึงมื้ออาหารลูกอาจจะกินได้น้อยลง หรือไม่ยอมกินเลย

เมื่อลูกน้อยเริ่มไม่ยอมกินข้าว พ่อแม่จะต้องจัดการกับการกินของลูกน้อยอย่างจริงจัง โดยที่ให้ลูกน้อยได้กินอาหารหลัก และขนมขบเคี้ยวตามตารางเวลา แล้วบอกว่าเวลาไหนควรกินข้าว ขนมจุบจิบ รวมถึงผลไม้

 

6 พฤติกรรมยอดแย่ของลูก

 

ที่มา: foxnews

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ทายนิสัยลูกจากราศีเกิด 12 ราศี

จริงมั้ย? คนท้องเกลียดใคร บ่นใคร นินทาใคร ลูกคลอดออกมาจะเป็นแบบนั้น