ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ อาการคนท้อง และพัฒนาการของทารกในครรภ์

ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ อาการคนท้อง และพัฒนาการของทารกในครรภ์

เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์ เจ้าตัวเล็กก็คงจะมีขนาดตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ในช่วงระยะเวลานี้ ลูกของเรามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง อาการไหนที่จะเกิดกับคุณแม่ที่ ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ เดี๋ยวเราจะมาเล่าให้ฟังกันในบทความนี้

 

ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ เท่ากับกี่เดือน

หากตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์มาแล้ว 5 สัปดาห์ ก็หมายความว่าคุณแม่มีอายุครรภ์คิดเป็น 1 เดือนกับอีก 1 สัปดาห์ ปกติระยะเวลาในการอุ้มท้องโดยเฉลี่ยของคนเรานั้นจะอยู่ที่ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน โดยนับจากวันสุดท้ายที่มีประจำเดือน อีกประมาณ 35 สัปดาห์ เจ้าตัวเล็กก็จะลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้ว ดังนั้น คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ ในระหว่างนี้นะคะ ครรภ์5สัปดาห์ ในช่วง 5 สัปดาห์นี้ เด็กในท้องจะมีขนาดประมาณ 12 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นน้ำหนัก 1 กรัม ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง เด็กจะมีขนาดเท่ากับเมล็ดงาค่ะ

 

อาการคนท้อง 5 สัปดาห์ มีอะไรบ้าง

แม้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่ อาจจะไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากนัก มองดูแล้วแทบจะเหมือนกับคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้ท้อง แต่คุณแม่ก็ต้องเตรียมรับมือกับอาการแพ้ท้องที่อาจเกิดขึ้น เช่น

  • เริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยคล่อง
  • เหนื่อยง่าย
  • จมูกไวต่อกลิ่น
  • คลื่นไส้ วิงเวียน หรือหน้ามืดได้ง่าย
  • อยากทานอาหารแปลก ๆ
  • ต้องการทานอาหารรสเปรี้ยว
  • รู้สึกไม่สบายท้อง กระเพาะหรือท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากมดลูกเริ่มขยายใหญ่ขึ้น
  • รู้สึกหน่วงมดลูก คล้ายกับช่วงเป็นประจำเดือน
  • หน้าอกเริ่มบวม เจ็บเต้านมได้ง่าย
  • อารมณ์แปรปรวน ไม่คงที่ มีหลาย ๆ อารมณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

หากช่วงนี้แพ้ท้อง ควรบรรเทาอาการอย่างไรดี

สัปดาห์การตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้อง เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับคนท้องทุกคน หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์ และมีอาการแพ้ท้อง ให้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินของตัวเองดู โดยการกินให้น้อย แต่บ่อย แบ่งอาหารใส่ถ้วยไว้กินเป็นมื้อเล็ก ๆ เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างผัก หรือผลไม้ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้ทารกไปด้วยในตัว นอกจากนี้ คุณแม่ควรเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม หรือทานของดอง เพราะอาหารเหล่านี้ อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้มากขึ้นกว่าเดิม ในช่วงตื่นนอนในตอนเช้า ให้ลองทานขนมปัง คุกกี้ แครกเกอร์ หรือบิสกิต เพื่อช่วยลดอาการแพ้ท้องอีกวิธีหนึ่ง

ถ้าคุณแม่ชอบจิบอะไรร้อน ๆ ให้ดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ในช่วงพักกลางวัน เพื่อช่วยลดแก๊สในกระเพาะ หรืออาการท้องอืดท้องเฟ้อ อย่างไรก็ตาม หากทำตามวิธีเหล่านี้แล้วอาการแพ้ท้องยังไม่ทุเลาลง ให้เข้าปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : พัฒนาการการตั้งครรภ์ประจำสัปดาห์ที่ 4

 

ท้องสัปดาห์ที่ 5 3

 

พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 5 สัปดาห์การตั้งครรภ์

ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 หรือ ท้อง5สัปดาห์ แม้ว่าทารกน้อย จะมีขนาดเท่ากับเมล็ดงาเมล็ดเล็ก ๆ และมีน้ำหนักตัวไม่มากนัก แต่เด็ก ๆ ก็เริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายแล้ว ดังต่อไปนี้

  • ตัวอ่อนของทารก จะแยกตัวกันเป็น 3 ชั้น ได้แก่ เอ็กโตเดิร์มชั้นนอก ซึ่งจะพัฒนาเป็นระบบประสาท ตา หูชั้นใน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ เอ็นโดเดิร์มชั้นใน จะพัฒนาขึ้นเป็นอวัยวะภายในต่าง ๆ เช่น ปอด ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น และเมโซเดิร์มชั้นกลาง ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นหัวใจและระบบเลือด
  • ร่างกายของเด็กทารก กำลังเริ่มสร้างลำไส้และไส้ติ่งเป็นของตัวเอง
  • หัวใจเด็กจะเริ่มทำงานสูบฉีดเลือด และเริ่มมีสัญญาณการเต้นของหัวใจ
  • ไขกระดูกและสมองของเด็กจะเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
  • น้ำคร่ำและรกเริ่มหล่อเลี้ยงตัวอ่อน และจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดของเด็กทารก

ถึงตอนนี้ เด็กทารกจะยังมีขนาดเล็ก และบอบบางมาก แต่เด็กก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากนี้ ดังนั้น คุณแม่จึงควรระมัดระวังให้มาก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมใด ๆ ที่อาจทำให้เด็กได้รับการกระทบกระเทือน

บทความที่เกี่ยวข้อง : พัฒนาการการตั้งครรภ์ประจำสัปดาห์ที่ 6

 

สิ่งที่คุณแม่ท้อง 5 สัปดาห์ควรทำ 

เมื่อท้องได้ 5 สัปดาห์  คุณแม่ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ช่วงน้ีคุณแม่อาจแพ้ท้องบ่อย เหนื่อยง่าย ดังนั้น ควรนอนหลับ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนแอเกินไป
  • ไม่ควรเครียดมากจนเกินไป เพราะความเครียดอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก
  • ปรึกษาและพูดคุยกับสามี เกี่ยวกับประวัติสุขภาพ และเตรียมตัวไปฝากครรภ์กับคุณหมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับประทานวิตามินบำรุงร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีโฟลิก ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อทารกในครรภ์อย่างมาก
  • หากต้องการทานยาชนิดใด ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะยาบางชนิด เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กทารก
  • ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเบา ๆ เพื่อเป็นการขยับร่างกาย โดยควรปรึกษาแพทย์ ว่าสามารถทำกิจกรรมชนิดไหนได้บ้าง
  • จัดตารางชีวิตใหม่ หากวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอะไร ก็อาจจะต้องเลื่อนไปก่อน เพราะช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่
  • หากคุณแม่ทำงานอยู่ ให้เตรียมตัวลางานหรือลาคลอดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • เตรียมตัวแจ้งข่าวดีให้คนอื่น ๆ ทราบ

 

การเปลี่ยนแปลงสำหรับคุณแม่ในช่วงตั้งท้อง 5 สัปดาห์ มีอะไรบ้างนะ

สำหรับคุณแม่คนไหนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในช่วง 5 สัปดาห์ หรือ ท้อง5สัปดาห์ ตอนนี้ อย่าพึ่งเป็นกังวลใจไปนะคะ เพราะแน่นอนว่าในช่วงของการตั้งครรภ์ร่างกายและอารมณ์ของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุครรภ์ ส่วนช่วงตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง มาดูกัน

 

1. เริ่มมีอาการเหนื่อย

การตั้งครรภ์ในช่วง 5 สัปดาห์แรกของคุณแม่บางคนก็อาจจะมีอาการเหนื่อยง่าย ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาจากเดิม รวมถึงบางคนก็อาจจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพียงช่วงการตั้งครรภ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามคุณแม่อย่าพึ่งเป็นกังวลหรือตกใจไปนะคะ

 

2. ร่างกายบางส่วนเริ่มเปลี่ยนไป

อีกหนึ่งข้อที่จะต้องเกิดขึ้นกับแม่ ๆ หลายคนนั้นคือมีร่างกายที่เปลี่ยนไปจากเดิม อย่างที่รู้กันดีว่าช่วงการตั้งครรภ์ร่างกายของเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณช่วงท้อง นอกจากเราจะร่างกายที่แตกต่างไปจากเดิมแล้ว ในส่วนของน้ำหนักคุณแม่ก็อาจจะเพิ่มขึ้นตามมาด้วย เอาเป็นว่าเราไม่ควรที่คุมน้ำหนักตัวเองจนเกินไปนะคะ พยายามทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เพื่อที่ลูกในท้องของเราจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และเติบโตมาเป็นเด็กที่แข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ

 

3. รู้สึกเวียนหัว

อีกหนึ่งอาการที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ในช่วงของการตั้งครรภ์นั่นคืออาการเวียนและคลื่นไส้อาเจียน เพราะนี้ถือได้ว่าเป็นอาการแพ้ท้องที่มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคนเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นในช่วงการตั้งครรภ์คุณแม่ก็อาจจะต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าค่ะ

 

4. รู้สึกปวดหรือหน่วงบริเวณท้องน้อย

มาต่อกันที่ข้อนี้ ท้อง5สัปดาห์มีเลือดออก  เชื่อว่าอาการเหล่านี้ก็อาจจะพบกับคุณแม่ในหลาย ๆ คน เพราะการตั้งครรภ์ในช่วงแรก เราอาจจะรู้สึกปวดหรือหน่วงบริเวณท้องน้อย คล้าย ๆ กับการจะเป็นประจำเดือนแต่ไม่ได้เป็น และหลายคนก็อาจจะสงสัยแหละว่าทำไมเราถึงมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงตั้งท้อง หารู้ไหมว่าการที่เรามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงการตั้งครรภ์ รกและถุงน้ำคร่ำของเราก็จะทำการขยายใหญ่ไปตามขนาดของลูกในท้อง และส่งผลทำให้เรามีอาการเหล่านี้นั่นเอง

 

5. รู้สึกไวต่อกลิ่น

คุณแม่เคยสังเกตไหมว่าในช่วงตั้งครรภ์เรามักจะได้กลิ่นอะไรง่ายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นควัน กลิ่นอาหาร หรือน้ำหอม ทุกอย่างก็ล้วนทำให้คุณแม่มักเกิดอาการเวียนและคลื่นไส้ขึ้นมาได้ แน่นอนว่าเราไม่ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ แต่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของการตั้งครรภ์เท่านั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามักจะเกิดในช่วงการแพ้ท้องค่ะ

การตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะหลายคนก็พยายามมานานกว่าจะมีลูก ในขณะที่บางคน ก็อาจมีลูกโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว หรือเตรียมใจมาก่อน หากรู้สึกเครียด หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ สามารถเข้าปรึกษาคุณหมอ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทุกเมื่อนะคะ

 

*ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และนำรูปภาพไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืน ทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ อาการคนท้อง และพัฒนาการของทารกในครรภ์

อาการคนท้อง 6 สัปดาห์ มีอะไรบ้าง พัฒนาการของทารกในครรภ์เป็นอย่างไร ?

ตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์ อาการคนท้อง และพัฒนาการของทารกในครรภ์

ที่มา : 1 , 2, 3

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!