5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร ที่แม่ต้องรู้ก่อน ฝึกลูกให้กินข้าวเอง

lead image

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 1 ขวบ พวกเขาสามารถหยิบจับอาหารได้เองแล้ว และสามารถกินอาหารที่คล้ายกับผู้ใหญ่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะฝึกลูกให้กินข้าวเอง พ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกในเรื่องการกินอาหารด้วย

ฝึกลูกให้กินข้าวเอง อีกหนึ่งทักษะที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมสอนเมื่อลูกน้อยอายุย่างก้าวเข้าสู่วัย 1 ขวบ เพราะพวกเขาเริ่มที่จะหยิบจับอาหารกินได้เอง และสามารถกินอาหารที่คล้ายกับผู้ใหญ่ได้ วันนี้เราจึงมีเคล็ด(ไม่)ลับเล็กน้อยมาแนะนำกับ 5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหารที่คุณแม่ควรรู้ก่อนสอนลูกน้อยให้กินข้าวเอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/11/DG18 Body 1.jpg 5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร ที่แม่ต้องรู้ก่อน ฝึกลูกให้กินข้าวเอง

 

ถึงแม้เด็กวัย 1 ขวบจะสามารถหยิบจับอาหารกินได้ด้วยตัวเอง และสามารถเริ่มกินอาหารที่คล้ายกับผู้ใหญ่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถปล่อยเขาให้กินอาหารเองตามใจได้แล้ว เพราะเขายังต้องเรียนรู้อีกหลากหลายอย่างในเรื่องการกิน ดังนั้นก่อนจะ ฝึกลูกให้กินข้าวเอง นั้น วันนี้เรามีเคล็ด(ไม่)ลับเล็กน้อยบนโต๊ะอาหารกับ 5 อย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีบนโต๊ะอาหารให้กับลูกมาฝาก

5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหารที่แม่ต้องรู้ก่อน ฝึกลูกให้กินข้าวเอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/11/DG18 Body 2.jpg 5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร ที่แม่ต้องรู้ก่อน ฝึกลูกให้กินข้าวเอง

 

  • ล้างมือก่อนกินอาหารเพื่อสุขอนามัยที่ดี เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรทำเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น และค่อย ๆ ปลูกฝังเป็นนิสัยที่ดีให้แก่ลูก เพราะในวัยที่เขาเริ่มหยิบจับทุกอย่างเข้าปากได้ นั่นหมายถึงการใส่ใจและระมัดระวังความสะอาดของสิ่งที่เจ้าตัวน้อยจะหยิบเข้าปากให้มากขึ้น การล้างมือก่อนกินอาหารนั้น จะช่วยกำจัดแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายและทำให้เจ้าตัวน้อยไม่สบายได้นั่นเอง
  • มารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหาร เพราะในอนาคตเมื่อเจ้าตัวน้อยโตขึ้น เขาจะไม่ได้นั่งกินข้าวอยู่กับเราที่บ้านเพียงอย่างเดียว แต่เขาจะต้องออกไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับคนอีกมากมาย ตั้งแต่เพื่อนที่โรงเรียน หรือแม้แต่การพาไปกินข้าวนอกบ้านของครอบครัว ดังนั้นมารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารจึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนเขา ซึ่งวิธีสอนก็ไม่ยาก เริ่มจากการที่เราทำให้ดูเป็นตัวอย่างตั้งแต่เขายังเล็กนี่แหละ เขาจะค่อย ๆ ซึมซับจนเป็นนิสัยด้วยตัวเอง
  • สร้างบรรยากาศการกินที่ดี ชื่นชมลูก ไม่บังคับ เพราะการบังคับให้ลูกต้องกินอาหารภายใต้กฏระเบียบที่เคร่งครัดนั้นอย่างเช่น ‘ต้องกินผักให้หมดถึงจะกินขนมได้’ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะจะทำให้พวกเขาเครียด และอาจจะขัดต่อการพัฒนาการทักษะต่าง ๆ ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรให้บรรยากาศการกินนั้น เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ให้เจ้าตัวน้อยได้สนุกในการเรียนรู้จากมื้ออาหารของพวกเขาอย่างเต็มที่
  • กินผัก ผลไม้ ให้ลูกเห็นเป็นประจำ เพราะเจ้าตัวน้อยมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของเราเกือบทุกเรื่อง รวมไปถึงเรื่องการกิน ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ไม่เคยกินผักหรือผลไม้ให้เขาเห็นเลยนั้น เจ้าตัวน้อยก็คงจะไม่อยากกินผักหรือผลไม้เท่าไหร่ และอาจส่งผลให้เขาไม่ชอบผักและผลไม้ในอนาคตได้ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่กินผักและผลไม้อย่างเอร็ดอร่อยให้เขาเห็นทุกวัน เชื่อได้เลยว่าเขาจะอยากกินตามในเวลาไม่นาน
  • กินน้ำเยอะ ๆ หลังมื้ออาหาร นอกจากปัญหาลูกกินข้าวยาก ลูกไม่ยอมกินผักแล้วนั้น อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านต้องหนักใจก็คือ “ลูกไม่ยอมกินน้ำ” นั่นเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่างตามมาได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นตัวอย่างที่ดี ดื่มน้ำให้พวกเขาเห็นบ่อย ๆ เริ่มจากในทุกมื้ออาหาร ให้เรากินน้ำให้เขาเห็นบ่อย ๆ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/11/DG18 Body 3.jpg 5 เรื่องเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร ที่แม่ต้องรู้ก่อน ฝึกลูกให้กินข้าวเอง

นอกจาก 5 เคล็ด(ไม่)ลับเล็กน้อยเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมที่จะคำนึงถึงการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีของพวกเขา และสามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีให้พวกเขาได้ ด้วยอาหารที่ดี อย่างเช่น นมแพะ เพราะนมแพะนั้นเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนดี ย่อยง่าย ไม่ทำให้เจ้าตัวน้อยท้องอืด และยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ที่สำคัญยังมี Prebiotics อย่าง Inulin & Oligofructose ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้เจ้าตัวน้อยท้องไม่ผูก มีภูมิคุ้มกันที่ดีได้นั่นเอง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!