5 เทคนิคดีๆ รับมือกับการแท้งลูก

5 เทคนิคดีๆ รับมือกับการแท้งลูก

ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องน่าเศร้าอย่างการแท้งลูกหรอกนะคะ ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขอย่างอุบัติเหตุหรือสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์ แต่สิ่งที่คุณแม่ต้องทำแน่ๆ คือการรับมือกับความเศร้าโศกเสียใจ ความผิดหวัง และก้าวต่อไปให้ได้ ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวคุณแม่เองค่ะ

1.ดูแลตัวเองดีๆ

อย่าจมอยู่กับอารมณ์เศร้านานๆ ค่ะ การ แท้งลูก  และอย่าปล่อยให้ร่างกายของตัวเองโทรมหรือสุขภาพแย่ลง หากิจกรรมที่คุณแม่ชอบอย่างเช่น การออกกำลังกาย งานอดิเรกต่างๆ กินอาหารดีๆ เพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่หาคนคุยด้วย ไม่จำเป็นว่าจะต้องคุยแบบเห็นหน้า ส่งข้อความหรือโต้ตอบอีเมลก็ช่วยได้ค่ะ

miscariage.jpg&h=341&w=600

2.อย่าลืมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่

ไม่ว่าจะเป็นคุณสามี อยู่อย่าลืมว่าลูกที่จากไปแล้วก็เป็นลูกของคุณสามีด้วยนะคะ เวลานี้คุณสามีคงเสียใจไม่แพ้คุณแม่ เวลาที่คุณแม่อ่อนแอหากคุณสามีคอยอยู่เคียงข้าง เป็นไหล่ให้ซบ เป็นที่ซับน้ำตา คราวนี้ก็ถึงตาคุณแม่แล้วที่จะเป็นที่พักใจของคุณสามีบ้าง ลูกคนโต หากคุณแม่ยังมีลูกอีกคน ก็คอยทนุถนอมเข้าให้ดี และตักตวงช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้เต็มที่ค่ะ

3.หยุดคิดวนไปเวียนมา

การจมอยู่กับความคิดและโทษตัวเองหรือสิ่งอื่นๆ ซ้ำๆ นอกจากจะไม่ทำให้อะไรๆ ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการสะกดจิตตัวเองด้วยพลังงานในด้านลบอีกด้วยค่ะ สิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว มีสติแล้วอยู่กับปัจจุบัน ทำทุกๆ วันให้ดีที่สุด

กำหนดคลอด, วิธีการนับกำหนดคลอด

4.หาคนคุยด้วย

คุณสามี เพื่อนสนิท และคนในครอบครัว คุณแม่สามารถพูดคุยในเรื่องการแท้งลูกในครั้งนี้ กับคนที่หวังดีต่อคุณแม่ได้ อย่างน้อยๆ คือได้ระบายสิ่งที่คิดสิ่งที่ตั้งใจอยู่ออกไป ปล่อยให้ความคิดและอารมณ์ในด้านลบออกไปจากตัว ไม่แน่ว่าอาจจะได้ความคิดหรือคำแนะนำดีๆ กลับมาก็ได้ค่ะ

5.หาผู้เชี่ยวชาญ

ผู้หญิง 1 ใน 6 คนเคยเจอกับสถานการณ์แท้งลูกเช่นเดียวกับคุณแม่ และเผชิญกับความเศร้าเช่นเดียวกันนี้ คุณแม่ไม่ได้เป็นคนๆ เดียวที่ต้องเสียลูกไปค่ะ ถ้าคุยกับคนอื่นแล้วยังไม่สบายใจ การปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางออกถึงวิธีคลายเศร้าดูนะคะ

แล้วจะพูดอะไรดี

ก่อนที่คุณจะปลอบใจเพื่อนที่แท้งลูก คุณต้องเข้าใจความรู้สึกสูญเสียจากการแท้งลูกเสียก่อนว่ามันคือการสูญเสียชีวิตน้อย ๆ ไปอีกหนึ่งชีวิตและเป็นเรื่องที่เศร้าใจอย่างมาก มันไม่ใช่เรื่องของเวรกรรมเพราะลูกคือของขวัญสุดพิเศษที่สวรรค์ได้มอบให้กับพ่อแม่

ถ้าคุณอยากปลอบใจใครสักคนที่แท้งลูก ต้องไม่พูดอะไรที่จะเป็นการตอกย้ำหรือกระทบกระเทือนจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้วให้แย่ลงไปกว่าเดิม คำพูดที่ใช้ต้องได้รับการกลั่นกรองและแน่ใจว่ามันจะช่วยให้คนแท้งรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง เช่น

  • “เสียใจด้วยจริง ๆ กับการสูญเสียในครั้งนี้” และคุณควรรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ใช่พูดตามมารยาท
  • อย่าพูดว่า “ ฉันเข้าใจว่าคุณรู้สีกอย่างไร” แต่ถ้าคุณไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อน อย่าได้ใช้คำพูดประเภทนี้เด็ดขาด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของผู้สูญเสียได้อย่างลึกซึ้ง ราวกับเป็นผู้สูญเสียเสียเอง
  • “อย่าห่วงเรื่องอาหารการกิน ฉันจะช่วยดูแลให้เอง คุณจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่าได้”
  • “ถ้าต้องการให้ช่วยอะไรก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
  • “ไว้รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยมาคิดว่าจะทำบุญให้น้องเขาอย่างไรดีนะ”
  • “ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าฉันเสียใจด้วยจริง ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น”

แท้งลูก

อะไรที่ไม่ควรพูด

การแท้งลูกเป็นอะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้เป็นแม่อย่างรุนแรง ผู้หญิงที่แท้งลูกโดยไม่ตั้งใจจะตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยาก บางคนก็โทษตัวเองที่ไม่ดูแลลูกในท้องให้ดี คนที่จะพูดปลอบใจต้องระมัดระวังและใช้คำพูดที่เหมาะสม คำปลอบใจที่คุณคิดว่าฟังดูดีแต่ความจริงแล้วอาจกลับเป็นการตอกย้ำถึงความสูญเสียที่คนพูดพูดไปโดยไม่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ที่แท้งลูก ขอยกตัวอย่างคำพูดที่ฟังแล้วสะเทือนใจไว้เป็นอุทาหรณ์และไม่ควรเอาไปใช้

  • ถ้าคุณไม่เคยพบกับความสูญเสียแบบเดียวกันมาก่อน ไม่มีทางที่คุณจะเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงได้ ดังนั้นอย่าพูดว่า “ฉันเข้าใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร” เป็นอันขาด
  • “ไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้ว” ฟังดูดีแต่ถ้าคุณเป็นคนที่สูญเสีย คุณคงอยากจะเก็บลูกน้อยไว้กับตัวคุณแทนที่จะให้ไปเป็นนางฟ้ามากกว่า
  • “น้องเขามีบุญมาแค่นี้” ฟังดูก็ดีอีกเช่นกัน แต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ขอแค่ให้ได้เกิดมาให้พ่อแม่ชื่นชมเท่านั้นก็พอแล้ว
  • “เดี๋ยวก็มีลูกได้อีก” ไม่ว่าจะมีลูกคนเดียวหรือหลายคน ลูกทุกคนมีค่าเท่ากันหมดสำหรับพ่อแม่ และคงไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่เสียใจถ้าต้องเสียลูกไปสักคน
  • “แต่คุณก็ยังมีลูกอีกหลายคน” คล้ายกับความเห็นข้างบน ไม่ว่าจะทีลูกกี่คน ลูกทุกคนมีค่าเท่ากันหมด ไม่มีพ่อแม่คนไหนจะยอมเสียลูกไปแม้แต่คนเดียว
  • “พอแข็งแรงก็มีลูกได้อีก” ถึงจะมีลูกได้อีก แต่ก็ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกของการสูญเสียชีวิตของลูกน้อยจากครั้งก่อนได้

บทความแนะนำ: แท้งลูกคืออะไร

การกระทำแสดงความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด

บางคนที่พูดไม่เก่งอาจแสดงออกด้วยการช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านก็เป็นอีกวิธีที่จะบอกว่าเป็นห่วงได้เช่นกัน เช่น ช่วยทำความสะอาดบ้าน ดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารหรือดูแลเด็ก ๆ ทำอะไรก็ได้ที่จะช่วยทำให้คนแท้งลูกหมดห่วงเรื่องงานบ้านและใช้เวลาที่มีอยู่ปรับตัวปรับใจให้เข้มแข็ง ความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ทำให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือซาบซึ้งใจ และรับรู้ได้ถึงความรักความห่วงใยของผู้กระทำที่มีผลด้านจิตใจได้ดีกว่าคำพูดที่ไม่เข้าท่าเป็นร้อยเป็นพันเท่านัก

โรคซึมเศร้าหลังแท้งบุตร กับการรับมือช่วงเวลาแห่งความทุกข์

โรคซึมเศร้าหลัง แท้งลูก เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นได้หลังจากเสียลูกน้อยในครรภ์ไป การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นี้อาจเป็นเรื่องยากต่อการทำใจสำหรับคู่สามีภรรยา ดังนั้น การเรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งต่อผู้หญิงที่แท้งบุตรและคนในครอบครัว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถข้ามผ่านความโศกเศร้าและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

โรคซึมเศร้าหลังแท้งบุตรเป็นอย่างไร ?

ภาวะแท้งบุตรสามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่ตั้งครรภ์ พ่อเด็ก รวมถึงคนอื่น ๆ ในครอบครัวได้ โดยอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะทำใจได้ และอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าซึ่งเป็นภาวะโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรงและยาวนาน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นอกจากนี้ การแท้งบุตรอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของหญิงตั้งครรภ์จนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

โรคซึมเศร้าหลังแท้งบุตรมีอาการอย่างไร ?

สายสัมพันธ์ระหว่างแม่และเด็กนั้นสามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างแน่นแฟ้นแม้ในช่วงการตั้งครรภ์เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้หญิงที่ผ่านการแท้งบุตรจึงอาจต้องเผชิญกับภาวะอารมณ์แปรปรวนและสับสนอย่างหนักเนื่องจากความเสียใจ โดยอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้สึกโกรธ ซึมเศร้า หรือรู้สึกผิดและโทษตัวเองว่าหากไม่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็อาจไม่แท้งบุตร ซึ่งจริง ๆ แล้วการแท้งบุตรเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติและไม่อาจป้องกันได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของคุณแม่แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผลกระทบทางอารมณ์และทางจิตใจอาจส่งผลให้ผู้หญิงที่แท้งบุตรมีอาการทางร่างกายเกิดขึ้นได้ด้วย เช่น

  • มีปัญหาในการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท เป็นต้น
  • ร้องไห้บ่อย
  • อ่อนเพลีย
  • ไม่มีสมาธิ
  • ความอยากอาหารลดลง
  • มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดอย่างครอบครัวหรือเพื่อน
  • คิดทำร้ายตัวเอง หรือพยายามฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลังการแท้งบุตรอาจทำให้อาการข้างต้นยิ่งรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น บุคคลรอบข้างควรเฝ้าดูแลและคอยให้กำลังใจผู้ที่แท้งบุตรอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ โดยเฉพาะสามีและคนในครอบครัว ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้

การแท้งบุตรส่งผลกระทบกับฝ่ายสามีด้วยหรือไม่ ?

การสูญเสียทารกในครรภ์ไม่เพียงส่งผลต่อผู้หญิงที่แท้งบุตร แต่ยังกระทบต่อฝ่ายสามีได้ด้วยเช่นกัน โดยมีการศึกษาพบว่ามีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังภรรยาแท้งบุตร แต่ผู้ชายจะทำใจได้เร็วกว่าผู้หญิง ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าสายสัมพันธ์ระหว่างทารกกับพ่อและแม่มีความแตกต่างกัน โดยผู้หญิงจะรู้สึกผูกพันมากกว่า เนื่องจากทารกอยู่ภายในครรภ์และมักเริ่มเกิดความรู้สึกผูกพันตั้งแต่ทราบว่าตนตั้งครรภ์ ส่วนผู้ชายมักเกิดความผูกพันอย่างเด่นชัดหลังทารกคลอดออกมาแล้ว เมื่อภรรยาเกิดการแท้งบุตร สามีจึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางจิตใจน้อยกว่า ซึ่งในบางกรณีความโศกเศร้าที่ต่างกันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตคู่ได้เช่นกัน

วิธีรับมือโรคซึมเศร้าหลังแท้งบุตร

ผู้หญิงที่เผชิญความสูญเสียจากการแท้งบุตรอาจต้องใช้เวลานานในการพักฟื้นจิตใจ และหากมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ผู้ป่วยก็จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ รวมถึงสามีของผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ด้วย โดยแนวทางการรักษาภาวะซึมเศร้าและการดูแลตนเองในระหว่างนี้ ได้แก่

การรักษาจากแพทย์

  • การใช้ยาต้านเศร้า เป็นยาที่มีฤทธิ์ช่วยปรับสารเคมีในสมองที่ส่งผลให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้า
  • การทำจิตบำบัด เป็นการรักษาโดยการพูดคุยและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีจัดการอารมณ์และความรู้สึก ปรับความคิดและมุมมองต่อปัญหา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับความโศกเศร้าได้ดียิ่งขึ้น
  • การรักษาด้วยไฟฟ้า แพทย์อาจใช้กระแสไฟอ่อน ๆ กระตุ้นสมองของผู้ป่วย ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ

การดูแลตนเอง

ในระหว่างที่รักษาโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเองด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีเรี่ยวแรง และส่งผลให้อาการป่วยดีขึ้นได้ เช่น

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การดูแลคู่ครอง

กำลังใจจากสามีก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผูู้ป่วยรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังแท้งบุตรได้ และทั้งคู่ควรทำความเข้าใจว่าผู้หญิงและผู้ชายมีการแสดงออกถึงความเศร้าเสียใจและการรับมือกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน แม้สามีจะไม่ได้แสดงออกมากนักก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เสียใจ ส่วนสามีก็ควรพยายามเข้าใจและปลอบใจจนกระทั่งภรรยาทำใจได้ ทั้งคู่ควรสื่อสารและบอกเล่าแบ่งปันความรู้สึกของกันและกัน เพราะการเผชิญหน้ากับความโศกเศร้าเสียใจจะช่วยให้ทำใจยอมรับการสูญเสียได้ดีกว่าการเก็บความรู้สึกไว้ เพื่อให้ทั้งคู่สามารถข้ามผ่านความสูญเสียครั้งนี้ไปด้วยกันได้ในที่สุด

ใช้เวลานานเพียงใดจึงจะหายจากโรคซึมเศร้าหลังแท้งบุตร ?

โรคซึมเศร้าที่เกิดกับผู้หญิงแท้งบุตรจะค่อย ๆ เริ่มดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 1 ปีหลังการสูญเสีย โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้อาการดีขึ้น คือ การรักษาทางการแพทย์ และการเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิด ซึ่งหลังจากรักษาจนหายดีแล้ว ผู้หญิงที่เคยแท้งบุตรส่วนใหญ่จะสามารถตั้งครรภ์และมีบุตรได้สมความตั้งใจในครั้งต่อไป มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดการแท้งซ้ำอีก

บทความแนะนำ: สาเหตุทั่วไปของการแท้งบุตร

ที่มา Best Toddler Tips

ที่มาจาก https://www.pobpad.com/%

ไม่อยากแท้งต้องรู้ ความจริงที่ทำให้แม่ท้องต้องเสี่ยงแท้ง

แท้งได้ หากแม่ท้องเครียดจัด

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner