5 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

lead image

เรื่อง “ผิว” ของลูกน้อย มักเป็นปัญหากวนใจของเหล่าคุณแม่ทั้งหลายตลอดเวลา เพราะปกติผิวของเด็กทารกมักจะบอบบางและไวต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ง่าย ยิ่งปัจจุบันด้วยปัจจัยหลักๆอย่าง สภาพแวดล้อมอากาศบ้านเราเต็มไปด้วยมลพิษขนาดจิ๋วที่ระคายเคืองต่อผิวบอบบางของเด็กได้ง่าย จึงทำให้ผิวของเด็กมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอมากขึ้น บวกกับหากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวก็จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กทำให้เกิดปัญหาผื่นแพ้ ส่งผลให้เหล่าคุณแม่ทั้งหลายเป็นกังวลเกี่ยวกับสุขภาพผิวของลูกๆเป็นอย่างมาก

วันนี้เราเลยรวบรวบสาเหตุและทางแก้ปัญหาหลักๆที่จะช่วยป้องกันผิวของลูกน้อยจากปัญหาผด ผื่น คัน ที่จะมากวนตัวลูกน้อยและกวนใจคุณแม่ให้หายสนิท พร้อมวิธีทำให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มและดูสุขภาพดีกับ 5 เคล็ดลับง่ายๆแต่ใช้ได้ผลดีมาฝากกันค่ะ

5 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

ขอบคุณรูปภาพจาก rock-cafe.info/suggest/vesicle-in-infant-76657369636c65.html

5 ปัญหาผิวที่มักเจอในเด็กทารก!!!

1. ผื่น Milia

เป็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ พบที่ หน้าผาก แก้ม จมูกของทารก และอาจจะพบที่เหงือกและกลางเพดานปากได้ด้วย เกิดจากการตกค้างของสารเคราตินซึ่งโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในหนังกำพร้า

ผม เล็บ ส่วนใหญ่หายภายใน 1-2 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องรักษา และไม่ควรใช้น้ำมันมะกอกหรือครีมทาเพราะจะอาจทำให้อาการที่เป็นอยู่นี้ แย่ลงได้ค่ะ

2. ผดร้อน

เป็นลักษณะของแผลพุพองที่เต็มไปด้วยน้ำ (หรือหนอง) หรือตุ่มแดงๆ ที่ปรากฏขึ้นที่หลัง หน้าอก หรือใต้วงแขนของเด็กทารกค่ะ ผดร้อนเกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อที่ผิวหนัง และจะพบมากในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น(นี่มันอากาศบ้านเราชัดๆ) หรือการสวมเสื้อผ้าให้ทารกมากเกินไปค่ะ

3. ภาวะต่อมไขมันอักเสบในเด็กทารก

ภาวะต่อมไขมันอักเสบในเด็กทารก (Cradle Cap) คือสภาวะของผิวหนังที่ไขผิวหนังส่วนเกิน ยึดติดเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกัน ทำให้ไม่สามารถผลัดออกไปได้ตามปกติ ทำให้เกิดเป็นแผ่นสีเหลืองมันเยิ้ม ที่บริเวณหนังศีรษะของเด็กทารกค่ะ

5 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

ขอบคุณรูปภาพจาก www.mybaba.com/our-journey-with-baby-eczema/

4. สิวในทารกแรกเกิด

ประมาณ 30 เปอร์เซ็นของทารกแรกเกิด จะมีสิวขึ้นภายใน 4 เดือนแรก (มักเกิดขึ้นหลังจาก 2 สัปดาห์) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตุ่มสีขาวหรือแดงนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการถ่ายทอดฮอร์โมนของแม่ เข้าสู่ร่างกายของเด็กทารก เนื่องจากอาการนี้สามารถหายไปได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องทาน้ำมันหรือครีม เพราะอาจทำให้อาการหนักขึ้นได้เช่นกันค่ะ

5. ผื่น

สภาวะนี้มีลักษณะเป็นรอยด่างสีแดง (บางคนอาจจะมีตุ่มสีเหลืองขาวตรงกลาง) มักจะปรากฏขึ้นที่หลัง ใบหน้า หน้าอก หรือแขนของเด็กทารก โชคดีที่ผื่นนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารก และมักจะหายไปเองหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือนค่ะ

 

แนะ 5 เคล็ดลับแก้ปัญหาผิว! ให้ผิวลูกน้อยกลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี ไร้ผด ผื่น คัน กวนใจ

1.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำให้ลูกน้อยด้วยน้ำร้อนและน้ำอุ่น

เพราะด้วยความที่ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันของเด็กยังทำงานไม่ได้เต็มที่ จึงทำให้ผิวแห้งและเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ค่ะ ยิ่งอยู่ในห้องแอร์หรืออาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ก็มีโอกาสที่ผิวลูกจะแห้งและแตกเป็นขุยได้ ซึ่งจะตามมาด้วยอาการคันหรือระคายเคืองได้ง่ายๆค่ะ ดังนั้น การอาบน้ำที่ดีที่สุดสำหรับผิวเด็กจึงจะช่วยถนอมผิวของลูกได้ดีที่สุดค่ะ โดยอุณหภูมิในการอาบน้ำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียสหรือน้ำอุณหภูมิห้อง(หากเย็น/อุ่นไป สามารถเติมน้ำผสมจนกว่าจะได้น้ำที่อุณหภูมิพอดีได้ค่ะ) เท่านั้นค่ะ เพราะวิธีนี้จะทำให้ผิวเด็กยังคงความชุ่มชื้นอยู่และหลีกเลี่ยงอาการผิวแห้งแตกเป็นขุยหลังอาบน้ำได้ดีทีเดียวค่ะ

ส่วนการอาบน้ำก็ควรอาบวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้นค่ะ ไม่ควรอาบน้ำบ่อยไป เพราะจะทำให้ผิวของลูกน้อยเกิดอาการผิวแห้ง ลอก เป็นขุย และอาจเกิดการอักเสบได้เช่นเดียวกันค่ะ

2.ใช้ผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้าย

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

ขอบคุณรูปภาพจาก www.nappibabyusa.com/

เพราะผื่น สามารถเกิดได้จากอาการอับชื้นซึ่งมีสาเหตุมาจากผ้าอ้อมและเสื้อผ้าที่ลูกน้อยสวมใส่ค่ะ ดังนั้น คุณแม่จึงควรจะใส่ใจในการเลือกชนิดของผ้าที่จะนำมาใช้กับลูกน้อยอย่างละเอียด โดยเนื้อผ้าที่เหล่าคุณแม่นิยมนำมาใช้กันในการสวมใส่ให้กับลูกน้อยก็คือ ผ้าฝ้ายหรือที่เราเรียกกันว่าผ้าคอตตอนนั่นเองค่ะ เพราะผ้าชนิดนี้มีการระบายอากาศได้ดี(เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเรามากๆค่ะ) ทำให้เมื่อลูกมีอาการเหงื่อออกหรือทำนมหกจึงสามารถระบายความอับชื้นที่เกิดขึ้นได้ และไม่ทำให้เกิดแบคทีเรียพร้อมทั้งลดแนวโน้มที่จะเกิดผื่นบนผิวลูกได้ด้วยค่ะ

อีกทั้งผ้าอ้อมยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอย่าง การส่วมใส่นิ่มสบายและทำความสะอาดง่ายจึงทำให้เหล่าคุณแม่นิยมใช้ผ้าชนิดนี้กับลูกน้อยและลูกเองก็รู้สึกสบายตัวยามสวมใส่เสื้อผ้าด้วยค่ะ

3.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสบู่ พาราเบน มิเนอรัลออยล์ และแอลกอฮอล์

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

เพราะส่วนผสมเหล่านี้อาจจะทำให้ผิวของลูกน้อยแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้ง่ายค่ะ คุณแม่จึงควรใส่ใจในส่วนผสมของสบู่อาบน้ำที่จะใช้กับลูกอย่างละเอียด อย่างคุณแม่บางท่านก็อาจจะโชคดีที่ลูกสามารถใช้สบู่อาบน้ำสำหรับเด็กที่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาดได้ แต่คุณแม่บางคนก็มีปัญหาใหญ่เพราะการที่ลูกผิวบอบบางและแพ้ง่ายมากๆทำให้ไม่สามารถใช้ครีมอาบน้ำทั่วไปได้ ทำให้ผิวของลูกเกิดอาการแพ้ แสบ และแดง จึงควรจะใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีค่าความระคายเคืองเป็นศูนย์ อย่างครีมอาบน้ำ Giraffe & Friends organic head to toe baby foam wash ขวดนี้ที่ใช้ได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงเด็กหรือคนทั่วไปที่มีอาการผิวแพ้ง่ายได้เลยล่ะค่ะ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

ครีมอาบน้ำยีราฟขวดนี้นอกจากจะมีค่าความระคายเคืองต่ำแล้วยังเป็นครีมอาบน้ำออร์แกนิคที่มีความอ่อนโยนต่อผิวของลูกน้อยสูง เพราะมีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง ข้าวโพดและมะพร้าว จึงทำความสะอาดผิวของลูกน้อยได้อย่างอ่อนโยนพร้อมทั้งเพิ่มความชุ่มชื้น และกลิ่นหอมๆให้กับผิวของลูกน้อยได้ตลอดทั้งวันเลยค่ะ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

นอกจากนี้ยังวางใจในความปลอดภัยไปจนถึงตัวผลิตภัณฑ์ที่ทางยีราฟแอนด์เฟรนด์ได้เลือกใช้พลาสติกเกรดเดียวระดับ Food Grade มาทำเป็นตัวขวดยีราฟน่ารักๆด้วยนะคะ ดังนั้น คุณแม่จึงวางใจในการใช้ครีมอาบน้ำขวดนี้ได้เลยค่ะว่า จะถนอม อ่อนโยน พร้อมทั้งปกป้องและปลอดภัยต่อผิวของลูกน้อยได้อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ

4.ทาโลชั่นเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวของลูกน้อยทุกครั้งหลังอาบน้ำ

การทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะช่วยลดปัญหาผิวแห้ง ลดอาการระคายเคืองบริเวณผ้าอ้อมของลูกน้อยได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสัมผัสที่ผิวหนังระหว่างแม่กับลูก (ลูกชอบสัมผัสที่อ่อนโยน) แต่ต้องระวังไม่ทาโลชั่นเยอะจนเกินไปนะคะ โดยเฉพาะบริเวณที่จะสัมผัสกับปากของทารกได้ง่าย เพราะหากโลชั่นหยดเข้าปากของลูกน้อย อาจจะเกิดอันตรายได้ค่ะ และไม่ควรใช้แป้งฝุ่นแทนการทาโลชั่นด้วยนะคะ เพราะแป้งฝุ่นบางครั้งก็มีสารที่เป็นอันตรายต่อเด็ก (ตัวอย่าง พาราเบน สารซัลเฟรต ทัลคัม)  ซึ่งหากลูกน้อยสูดดมเป็นระยะเวลานานก็อาจจะทำให้ระบบร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีอ่อนแอและเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ทั้งนี้ การทาโลชั่นให้กับลูกน้อย เราแนะนำว่า ไม่ควรทิ้งระยะเวลาเกิน 3 นาทีหลังจากอาบเสร็จ เพราะผิวกำลังมีความชื้นที่พอเหมาะ จึงสามารถดูดซึมมอยเจอไรซ์เซอร์ได้ดีค่ะ และที่สำคัญ! อย่าลืมทาอีกครั้งเมื่อผิวลูกน้อยเกิดอาการแห้งระหว่างวันด้วยนะคะ ผิวของลูกน้อยจะได้เนียนนุ่มและชุ่มชื้นดูสุขภาพดีค่ะ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

ขอบคุณรูปภาพจาก www.sanook.com/women/130885/

 

5.คอยระวังสิ่งที่อาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวของลูกน้อย เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เสื้อผ้าหรือชุดเครื่องนอนที่ทำจากวัสดุแข็ง มีจีบ หรือเป็นลอน และดูแลรักษาเสื้อผ้าของลูกน้อยให้สะอาดอยู่เสมอ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมี และสารสังเคราะห์ต่างๆเพื่อลดการระคายเคืองที่จะเกิดกับลูกน้อยโดยตรงได้ค่ะ ซึ่งหากคุณแม่ไม่แน่ใจว่า สารตัวนี้ที่มีในผลิตภัณฑ์ที่เราจะใช้เป็นอันตรายต่อลูกน้อยจริงๆหรือเปล่า? ก็แนะนำว่า ให้นำไปสอบถามคุณหมอจะปลอดภัยดีที่สุดเลยค่ะ

เพียงเท่านี้ ผิวของลูกน้อยก็จะดูสุขภาพดี นุ่มนิ่ม ไร้รอยตำหนิบนผิวหนัง ไม่กวนใจคุณแม่และสบายกายคุณลูกได้แล้วค่ะ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team