5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

คนเป็นพ่อเป็นแม่อาจจะเข้าไม่ถึงความรู้สึกลูกไปทั้งหมด คำพูดที่พ่อแม่เผลอพูดหรือทำลงไปกับลูก อาจจะทำให้เขารู้สึกแย่และอ่อนแอลง เพราะเด็กก็มีหัวใจ คำพูดบางคำจึงกลายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อใจลูกได้

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก คำพูด บางคำพูด ที่พ่อ แม่ อาจพูดว่าลูกไปโดยไม่คิดอะไร แต่อาจกลายเป็นประโยคต้องห้าม ที่ไม่ควรใช้ เพราะอาจส่งผล ต่อความรู้สึกของลูก ๆ ได้ อย่างเช่น ประโยคเหล่านี้

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

#1 “ ดื้อมาก เดี๋ยวผีมาจับไปหรอก ” / “ ดื้อแบบนี้ส่งไปให้หมอจับฉีดยาเลย ”

คำพูด ที่เป็นคำขู่สารพัด จะส่งผลให้เจ้าตัวเล็ก รู้สึกกลัว แค่ว่าผีจะมาจับ หรือ คนอื่นจะมาเอาไป ก็ทำให้ลูก รู้สึกว่าต้องพลัดพราก ไปจากพ่อ แม่ ที่เขารักแล้ว การขู่ลูก ด้วยประโยคแบบนี้นอกจาก จะทำให้เด็ก ไม่รู้จักเหตุผล ที่แท้จริงแล้ว ยังทำให้เด็ก เกิดความกลัวที่จะอยู่คนเดียว หรือ ต้องเปิดไฟนอนตลอดเวลา เพราะความรู้สึกกลัว และ กลายเป็นเด็กขี้หวาดระแวงได้นะคะ

#2 “ น่ารำคาญจริง ๆ ไปไกล ๆ ไป้ ”

รู้ไหมคะคำว่า “ น่ารำคาญ ” เป็นคำพูด ที่ส่งกระทบ ต่อจิตใจได้มาก การที่ลูกเข้าหาพ่อ แม่ หมายความว่าเขา ต้องการที่จะให้พ่อ แม่ มีส่วนร่วม กับความคิด หรือ กิจกรรมที่อยากจะให้พ่อแม่สนใจ การแสดงทีท่าไม่สนใจ หรือ ใช้คำพูดที่ไม่ให้ความสนใจ กับลูก จะทำให้เด็ก สูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง และ เกิดความคิดว่า พ่อแม่ไม่รัก หรือ ไม่ต้องการเขา ทำให้ส่งผล ต่อพฤติกรรมของลูกเป็นอย่างมาก อาจกลายเป็นเด็กเก็บกด ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เกิดภาวะซึมเศร้า ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าคิด หรือ พูด เพราะกลัวจะถูกพ่อแม่ว่า กลัวที่จะถูกพ่อแม่ไม่รัก และ ทำให้ลูกกลายเป็นเด็ก ที่มีพัฒนาการล่าช้าเด็ก ในวัยเดียวกันได้

ประโยคต้องห้าม

#3 “ เป็นลูกผู้ชายห้ามร้องไห้ ! ”

ธรรมชาติของเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชายย่อมต้องร้องไห้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ เพราะเด็ก ไม่สามารถอธิบายอะไรได้มาก การร้องไห้ จึงเป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง ของเด็ก การบังคับให้ลูก หยุดร้องไห้ โดยเฉพาะกับเด็กผู้ชาย อาจทำให้ลูก ไม่สามารถรู้จักจัดการอารมณ์ ของตัวเอง ได้อย่างถูกต้อง การให้ลูกระงับอารมณ์ให้ได้ การจะส่งผลให้ลูก กลายเป็นเด็กเก็บกดขึ้นมาได้ ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ลูกต้องร้องไห้ เช่น หกล้มเจ็บ เพื่อนแกล้ง ฯลฯ ลองปล่อยให้ลูกร้องไห้ ซักพักก่อนเข้าไปปลอบโยนลูก และ อธิบายให้ลูกเข้าใจ ในสิ่งที่เขาเจอมานะคะ

#4 “ หยุดพูดไปเลย ”

พัฒนาการของเด็กเล็ก พอพูดได้ มักจะกลายเป็นเจ้าหนูทำไม คอยถามนู้น ถามนี่ ตลอดเวลา พูดนั่นพูดนี่ การห้ามลูกไม่ให้พูด หรือ สั่งให้เงียบนั้น ถือเป็นการปิดกั้นพัฒนาการเด็กอย่างมาก ส่งผลให้ลูกไม่กล้าที่จะถาม หรือ เล่าเรื่องที่เขาได้เจอมา ที่โรงเรียนให้พ่อแม่รู้ ทำให้พัฒนาการ ด้านการพูดช้าลง ดังนั้น ถ้าหากต้องการไม่ให้ลูก พูดในสถานการณ์ที่พ่อ แม่ คุยธุระ หรือ พูดแทรกขึ้นมา ในขณะที่คุยโทรศัพท์ ควรใช้ถ้อยคำ และ น้ำเสียงที่อ่อนโยนบอกลูก ขอเวลาแล้วจึงเปิดค่อยหันมาพูดกับลูก การกระทำแบบนี้ จะทำให้ลูกไม่ตกใจ เสียความรู้สึก  และ รู้สึกว่าพ่อแม่ต้องการฟังเขาอยู่

5 ประโยคต้องห้ามที่เป็นกลายเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับลูก

#5 “ ทำไมลูกคนอื่นไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย ”

พ่อ แม่ หลายคน เผลอที่จะชอบเอาลูก ไปเปรียบเทียบ กับคนอื่น ซึ่งอาจเป็นความหวังดี เพื่อให้ลูกได้มีตัวอย่างดี ๆ แต่รู้ไหมคะว่า การเปรียบเทียบลูก กับคนอื่นนั้น ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สำหรับเด็ก ที่จะส่งผลให้ลูกรู้สึก ขาดความมั่นใจ นำไปคิดมาก รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ และ เกิดความรู้สึกอิจฉา จนอาจเป็นเด็กก้าวร้าว ที่ไปกลั้นแกล้งคนที่ถูกนำมาเปรียบเทียบได้ และ คอยคิดแต่เอาชนะตลอดเวลา เพื่อให้พ่อแม่หันมาชื่นชม การทำแบบนี้จะไม่ส่งผลต่อความสุขในตัวเด็กเลย

เห็นไหมคะ นี่แค่คำพูดไม่กี่ประโยคเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลต่อกระทบลูกได้มากกว่าที่เราคิดเสียอีก คำพูดที่ใช้กับลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรคิดก่อนพูดเสมอ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก และผลลัพธ์ดี ๆ ที่จะลูกจะได้รับด้วยนะคะ


Credit content : www.meekhao.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

https://aboutmom.co/features

8 คำต้องห้าม!! ถ้าอยากให้ลูกสมองดี

รวมรายชื่อสุดแปลกที่ทั่วโลก “ต้องห้าม” นำมาตั้งชื่อลูกชายลูกสาว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner