5 ประสาทสัมผัสเพื่อพัฒนาการที่ดีของทารกน้อย

lead image

เมื่อครั้งที่เจ้าตัวน้อยยังอยู่ในท้องของคุณแม่ การเรียนรู้ทางด้านประสาทสัมผัสอาจจะไม่รอบด้าน แต่เมื่อลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกกันแล้ว คุณแม่สามารถใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ช่วยลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวได้อย่างดี ช่วยพัฒนาการให้ทารกน้อยอย่างรอบด้าน ติดตามอ่าน

5 ประสาทสัมผัสเพื่อพัฒนาการที่ดีของทารกน้อย

ประสาทสัมผัสทั้ง 5, ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทารก

1. พัฒนาการด้านการมองเห็น (Visual sense)

เด็กทารกมักจะสะดุดตากับสิ่งของที่มีสีสันสวยงามชวนมอง อย่างเช่น โมบายสีแดง-ดำ เหลือง-ฟ้า เป็นต้น โมบายที่แขวนไว้เหนือเปล มีประโยชน์ในการฝึกกล้ามเนื้อตาของลูก เด็กในช่วงนี้จะเริ่มมองเห็นในระยะ 2 ฟุต และจะมองเห็นในระยะไกลขึ้นเรื่อยๆ ตามพัฒนาการเมื่อโตขึ้น

วิธีกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัส 

1. จัดให้เด็กอยู่ในท่านอนควํ่า คุณแม่เขย่าของเล่นที่มีเสียงตรงหน้าเด็ก ระยะห่างประมาณ 30 ซม. (1 ไม้บรรทัด) เมื่อเด็กมองที่ของเล่นแล้วค่อย ๆ เคลื่อนของเล่นมาทางด้านซ้าย เพื่อให้เด็กหันศีรษะมองตาม

2. ค่อย ๆ เคลื่อนของเล่นกลับมาอยู่ที่เดิม

3. ทําซํ้าอีกครั้งโดยเปลี่ยนให้เคลื่อนของเล่นมาทางด้านขวา

4. ของเล่นควรเลือกแบบพื้นผิวไม่เรียบ และสีก็เป็นแบบปราศจากสารพิษตกค้าง

ประสาทสัมผัสทั้ง 5, ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทารก

2. พัฒนาการด้านการได้ยิน (Auditory sense)

เด็กวัยทารกนั้นหากคุณพ่อคุณแม่สังเกตให้ดี  เมื่อเกิดเสียงดังเข้ามาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เจ้าตัวน้อยมักจะตกใจร้องจ้า หรือสะดุ้งสุดตัว  นั่นแสดงว่าหูและระบบการได้ยินมีพัฒนาการในระดับหนึ่งแล้ว และพร้อมที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สียงที่จะกระตุ้นพัฒนาการด้านการได้ยินนั้น ควรเป็นเสียงดนตรีที่มีท่วงทำนองไพเราะ มีจังหวะ ของเล่นที่มีเสียง และที่สำคัญคือ เสียงของคุณพ่อคุณแม่นี่ล่ะค่ะที่จะพัฒนาลูกได้มากที่สุด

วิธีกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัส

1. จัดเด็กอยู่ในท่านอนหงาย ผู้ปกครองเรียกชื่อหรือพูดคุยกับเด็กจากด้านข้างทั้งข้างซ้ายและขวา โดยพูดเสียงดังปกติ

2. หากเด็กสะดุ้งหรือขยับตัวเมื่อผู้ปกครองพูดคุยเสียงดังปกติ ให้ผู้ปกครองยิ้มและสัมผัสตัวเด็ก

3. ถ้าเด็กไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ให้พูดเสียงดังเพิ่มขึ้น โดยจัดท่าเด็กเช่นเดียวกับข้อ 1 หากเด็กสะดุ้งหรือขยับตัวให้ลดเสียงลงอยู่ในระดับดังปกติ พร้อมกับสัมผัสตัวเด็ก

ประสาทสัมผัสทั้ง 5, ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทารก

3. พัฒนาการด้านการรับรส (Gustatory sense)

ในช่วงวัยทารกแรกเกิดถึง 4 เดือน รสชาติที่ลูกจะได้รับ คือ  รสชาติของนมแม่เป็นรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว   เพราะรสชาติของทารกวัยนี้ควรเป็นรสธรรมชาติ  การให้ลูกดื่มนมที่ผสมน้ำตาลนั้นนอกจากจะทำให้ลูกติดหวานแล้ว  ยังไม่จำเป็นต่อเด็กวัยนี้อีกด้วย ส่วนการที่ลูก มักจะเอาของต่าง ๆ เข้าปากนั้นไม่ใช่ว่าเขาอยากลิ้มรสนะคะ  แต่ลูกอยากจะสำรวจของต่างๆ ด้วยปากนั่นเอง

 วิธีกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัส   

1. เตรียมอาหารหลายชนิดที่มีพื้นผิวแตกต่างกัน เช่น นุ่ม  กรอบ  เหนียว  มีรสชาติต่าง ๆ กัน เช่น  หวาน  เปรี้ยวน้อย   เค็มน้อย ๆ

2. แตะลิ้นให้ลูกได้ชิม แล้วบอกลูกว่าสิ่งนี้คืออาหารอะไร เช่น หวาน ๆ แบบนี้ เรียกว่ามะม่วงสุกนะจ๊ะ  เป็นต้น

ประสาทสัมผัสทั้ง 5, ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทารก

4. พัฒนาการด้านการได้กลิ่น (Olfactory sense)

แน่นอนว่า กลิ่นที่ทารกน้อยคุ้นเคยและไว้ใจ  คือ  กลิ่นของคุณพ่อคุณแม่  และกลิ่นสมาชิกในบ้าน  ดังนั้น คนในบ้านจึงไม่ควรใส่น้ำหอมหรือเปลี่ยนแป้งบ่อย ๆ  เพราะนอกจากลูกจะจดจำยากแล้ว  ยังทำให้ลูกขาดความไว้ใจอีกด้วย

วิธีกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัส   

1. คุณแม่อุ้มเจ้าตัวน้อยออกไปเดินเล่น รับกลิ่นต่าง ๆ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เช่น กลิ่นดอกไม้ในสวน กลิ่นต้นไม้ใบหญ้า เป็นต้น

2. หากลูกโตสักหน่อยคุณแม่นำผัก ผลไม้มาให้ลูกลองดมกลิ่น พอโตขึ้นมาหน่อยก็สามารถเล่นเกมปิดตาดมกลิ่นกับคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องภูมิแพ้นะคะหากเป็นพวกดอกไม้ต่าง ๆ

ประสาทสัมผัสทั้ง 5, ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทารก

5. พัฒนาการด้านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Tactile sense)

แม้จะอยู่ในวัยทารกแต่ลูกก็สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนที่นอนหรือว่าอ้อมอกแม่ เนื่องจากการสัมผัสก่อให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะในสถานะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น คลานบนเบาะกับคลานบนพื้นไม้ เด็กจะเรียนรู้และปรับตัวด้วยวิธีคลานที่แตกต่างกัน ดังนั้น พ่อแม่ควรจัดหาสิ่งของที่มีทำจากวัสดุหลากหลายมาให้ลูกเรียนรู้ เช่น เลือกของเล่น ที่ทำจากไม้ ผ้า หรือพลาสติกบ้าง อย่าเลือกชนิดใดชนิดหนึ่งให้เพียงอย่างเดียว

วิธีกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัส   

1. จัดเด็กอยู่ในท่านอนหงาย

2. ผู้ปกครองเขย่าของเล่นให้ห่างจากตัวเด็กประมาณ 20-30 ซม. (1 ไม้บรรทัด)

ที่จุดกึ่งกลางลำตัว

3. ถ้าเด็กไม่เอื้อมมือออกมาคว้าของเล่นให้ใช้ของเล่นแตะเบาๆ ที่หลังมือเด็กและขยับของเล่นถอยห่างในระยะที่เด็กเอื้อมถึง

4. ถ้าเด็กยังคงไม่เอื้อมมือมาคว้า ให้ผู้ปกครองช่วยเหลือด้วยการจับมือเด็กให้เอื้อมมาหยิบของเล่น

5. อาจแขวนโมบายในระยะที่เด็กเอื้อมถึงเพื่อให้เด็กสนใจคว้าหยิบ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://baby.haijai.com

เอกสารคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 5 ปี กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ลูกนอนหลับดีตลอดคืน จะส่งผลต่อสมองและพัฒนาการร่างกายอย่างไร

ทารกว่ายน้ำเสริมพัฒนาการรอบด้าน

TAP-ios-for-article-footer-with button (1)

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner