5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การแพ้อาหารของทารก

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ทารกวัยแรกเกิดมักจะมีภูมิต้านทางที่ต่ำ ทั้งยังไม่ทราบได้ว่าลูกน้อยจะแพ้อาหารอะไรหรือไม่ จนกว่าเขาจะได้รับเชื้อเข้าไป ซึ่งกว่าที่พ่อแม่จะทราบก็อาจทำให้อาการของลูกแย่ลง

5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การแพ้อาหารของทารก

ปัจจุบันนี้ มีความเชื่อและความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับ การแพ้อาหารของทารก แพร่หลายกันมากขึ้น โดยเฉพาะตามสื่อออนไลน์ต่างๆ วันนี้หมอจะมาเล่าเรื่องความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแพ้อาหารของทารกจากประสบการณ์ของกุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริง รวมถึงข้อควรปฏิบัติให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบนะคะ

 

1. คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมลูกต้องงดอาหารกลุ่มเสี่ยงต่อการแพ้ได้บ่อย เช่น นมวัว ไข่ ถั่ว แป้งสาลีและอาหารทะเล ทั้งในระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมลูก เพราะหากทางเข้าไปจะทำให้ลูกแพ้อาหารได้

ความจริง : คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูกมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างหลากหลาย หากคุณแม่และลูกไม่ได้แพ้อาหารชนิดใด ก็ไม่จำเป็นต้องดอาหารทุกชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้คุณแม่ควรเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทานอะไรซ้ำกันมากเกินพอดี โดยเฉพาะอาหารกลุ่มเสี่ยงต่อการแพ้ดังกล่าว เช่น คุณแม่ที่ชอบดื่มนมก็สามารถดื่มนมได้ตามปกติวันละ 1 แก้ว ไม่ควรดื่มนมวัววันละเป็นลิตร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกจะแพ้นมวัวได้

 

2. ทารกแรกเกิดมีผื่นแดงขึ้นตามตัวเกิดจากโรคภูมิแพ้ เช่น การแพ้อาหาร อย่างแน่นอน

ความจริง : ผื่นผิวหนังหลายชนิดในทารกแรกเกิดเป็นผื่นซึ่งสามารถยุบหายไปได้เองเมื่อทารกอายุ 1-2 เดือนขึ้นไป โดยไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องรักษา หรืองดอาหารชนิดใด และมีผื่นบางชนิดเกิดจากโรคที่ต้องรับการรักษาเช่นการติดเชื้อ ส่วนการแพ้อาหารหรือโรคภูมิแพ้ก็เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งของการเกิดผื่นในทารกเท่านั้น การจะทราบว่าผื่นนั้นเกิดจากสาเหตุใด ต้องได้รับการตรวจร่างกายจากคุณหมอนะคะ

 

การแพ้อาหารของทารก

 

3. ทารกร้องกวนมากผิดปกติ นอนหลับไม่ได้นาน คุณแม่ต้องงดอาหารกลุ่มเสี่ยงทันทีเพราะเกิดจากการแพ้อาหาร

ความจริง : ทารกโดยเฉพาะวัยแรกเกิดอาจร้องกวนได้จากหลายสาเหตุ เพราะการร้องไห้เป็นวิธีการสื่อสารแบบเดียวของทารกเนื่องจากยังพูดไม่ได้ เมื่อลูกร้องไห้คุณพ่อคุณแม่ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เช่น หิวนม ไม่สบายตัว อากาศร้อนหรือเย็นจนเกินไป ปัสสาวะหรืออุจจาระเปียกเปื้อน มีไข้ตัวร้อน หรืออาจแค่อยากให้อุ้มกอด ซึ่งเมื่อได้รับการตอบสนองและจัดการกับสาเหตุอย่างถูกต้องทารกก็จะหยุดร้องได้เอง ทั้งนี้หากทารกน้อยร้องกวนมากและนานผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจร่างกาย เพราะการที่ทารกร้องกวนมากนั้นอาจเกิดจากความเจ็บป่วยทางกายได้ค่ะ

 

4. ทารกถ่ายมีเลือดปนเกิดจากการแพ้อาหาร โดยเฉพาะนมวัวเท่านั้น คุณแม่ให้นมลูกควรงดนมวัวและอาหารกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ แล้วอาการจะหายได้เองโดยไม่ต้องไปพบคุณหมอ

ความจริง : ทารกถ่ายมีเลือดปนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่ทำให้มีการอักเสบของลำไส้หรือภาวะที่มีเลือดออกผิดปกติในทางเดินอาหาร ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารเสมอไป เช่น ลำไส้อักเสบติดเชื้อ ลำไส้กลืนกัน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายต่อทารกได้ ตั้งนานหากทารกถ่ายมีเลือดปนควรรีบพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุนะคะ

 

การแพ้อาหารของทารก

 

5. ทารกหายใจเสียงดัง ครืดคราด มักเกิดจากการแพ้อาหาร เมื่องดอาหารกลุ่มเสี่ยงแล้วอาการจะดีขึ้นเอง

ความจริง : ทารกหายใจเสียงดังมีสาเหตุมากมาย เช่นความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ จมูกช่องปาก ลำคอ ไล่ลงไปจนถึง หลอดลม และปอด ส่วนการแพ้อาหารก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งเท่านั้น การจะทราบสาเหตุได้ต้องได้รับการตรวจร่างกายจากคุณหมอ ซึ่งบางสาเหตุอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหากไม่รีบรักษา แต่บางสาเหตุอาจไม่รุนแรง เช่นเป็นหวัดคัดจมูก จึงมีน้ำมูก หายใจเสียงดัง หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาการหายใจเสียงดังครืดคราดก็จะหายไปโดยไม่ต้องอดอาหารชนิดใด

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณพ่อคุณแม่มีความเข้าใจที่ผิด 5 ข้อเหล่านี้บ้างหรือเปล่า ถ้าหากมีก็ควรจะรีบแก้ไขโดยทำตามที่หมอแนะนําเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

แม่แชร์ ลูกแพ้อาหาร เพราะไม่ได้ทดสอบก่อนทาน

วิธีเริ่มอาหารเสริม ป้องกันลูกแพ้อาหาร

ทารก old จากคุณหมอ เด็กแรกเกิด