4 เรื่องจริงของลูกเดือนแรกที่แม่ต้องเจอ

รับมือลูกเดือนแรกอย่างไรดี? เด็กแรกเกิดต้องการการเอาใจใส่ โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกที่สำคัญอย่างยิ่งกับชีวิตของลูก และแม่ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพื่อจะผ่านเดือนแรกของลูกไปให้ได้

4 เรื่องจริงของลูกเดือนแรกที่แม่ต้องเจอ

ในช่วงเดือนแรก เป็นช่วงที่แม่ต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อลูก ต้องเหนื่อยกับการนอนน้อย ต้องพาลูกไปหาหมอ และยังต้องทำทุกๆ วันอย่างเต็มที่ ทั้งให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม และปลอบลูกเมื่อร้องโยเย ยิ่งคุณแม่มือใหม่ด้วยแล้ว 1 เดือนแรกของลูก เปรียบเสมือนการเผชิญศึกหนักที่ไม่ทันตั้งตัว มีหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ เราเลยรวบรวม 4 เรื่องจริงของลูกเดือนแรกที่แม่ต้องเจอ เพื่อเป็นตัวอย่างให้ว่าที่คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษาและเตรียมตัวก่อนคลอดน้อง

 

1.ปัญหาที่ต้องเจอเมื่อให้นมลูก

นมแม่ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์และภูมิคุ้มกันสำหรับลูกรัก ด้วยประโยชน์มากมายนี้ แม่ๆ ก็ตั้งใจจะให้นมลูกได้นานๆ แต่คุณแม่มือใหม่อาจจะพบกับปัญหาระหว่างการให้นม เช่น เจ็บหัวนม หรือบางรายเกิดหัวนมแตก อาจเกิดจากท่าให้นมที่ไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การดูดนมผิดวิธี

สำหรับท่าให้นมที่ดีก็เช่น

  • ท่านอน ให้ลูกนอนตะแคง และปากของลูกระดับเดียวกับหัวนม ใช้มืออีกข้างประคองลูก
  • ท่านอนขวางบนตัก ให้ลูกนอนตะแคงในอ้อมแขน วางหมอนบนตัก
  • ท่าอุ้มลูกฟุตบอล เอาหมอนมาหนุนรองที่ใต้ต้นแขน แล้วให้ลูกนอนบนแขน ใช้มือข้างเดียวกันประคองหัวลูก ไว้ใกล้เต้า

ให้ลูกดูดนมแม่อย่างถูกวิธี

  • นำลูกเข้าเต้า แม่นั่งในท่าให้นม แบบท่าอุ้มขวางตักแบบประยุกต์
  • แม่ต้องจับพยุงเต้า วางนิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนของเต้า ห่างจากลานหัวนมเล็กน้อย นิ้วที่เหลือพยุงเต้านมอยู่ด้านล่าง
  • ให้ลูกงับ ด้วยการใช้หัวนมเขี่ยแก้มหรือริมฝีปาก
  • ลูกควรจะงับถึงลานนม ให้อมลานนมส่วนล่างมากกว่าลานนมส่วนบน
  • คางลูกแนบชิดกับเต้านมส่วนล่าง

 

2.ลูกร้องไห้โยเย

แม่บางคนโชคดีที่ลูกเลี้ยงง่าย ร้องไห้ไม่บ่อย แต่แม่บางคนกลับต้องเผชิญศึกหนัก เมื่อลูกร้องไห้แทบจะตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นไปมาเหมือนกำลังไม่สบายตัว แล้วอะไรบ้างที่ทำให้ลูกร้องไห้?

มาเช็คปัญหายอดฮิตที่ทำให้ลูกร้องกันเถอะ

  • หิว ในช่วง 2-3 วันแรก ลูกจะหิวบ่อยๆ อาจต้องป้อนนม 8-15 ครั้งต่อวัน แต่ความถี่ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเอง
  • ผ้าอ้อมเปื้อน เมื่อลูกขับถ่ายจนผ้าอ้อมเปียกจะรู้สึกไม่สบายตัว
  • รู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป พยายามใส่เสื้อผ้าให้ลูกรู้สึกสบายๆ แล้วอยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ
  • เพลีย เมื่อทารกเหน็ดเหนื่อย หรือเพลียมากๆ ก็จะรู้สึกหงุดหงิด เพราะอยากนอนแล้ว
  • แน่นท้อง หลังกินนมต้องจับลูกเรอ เพื่อไล่ลมออกจากกระเพาะ
  • ลูกไม่สบาย ถ้าเช็คทุกอย่างแล้ว โอ๋ลูกแล้ว กอดปลอบลูกแล้ว ลูกก็ยังไม่หาย แม่ต้องเช็คอาการอื่นๆ เช่น ลูกมีไข้หรือเปล่า หรือมีอาการซึม กระวนกระวาย ที่ผิดปกติหรือไม่

 

3.ลูกกินนอนไม่เป็นเวลา

ในช่วงสัปดาห์แรกที่ลูกลืมตาออกมาดูโลก แม่ต้องเหนื่อยหนักหน่อย เพราะลูกต้องกินนมอยู่ตลอด ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง รวมทั้งเวลากลางคืนที่ลูกจะร้องขอดูดนมบ่อยๆ แทบจะตลอดคืน แต่จะหนักขึ้นอีกเมื่อลูกอยู่ในช่วง Growth spurts ช่วงที่ร่างกายทารกเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องดูดนมบ่อยๆ  

 

ส่วนการนอนของลูกก็จะแบ่งเป็นช่วงๆ ทำให้ตื่นบ่อยๆ แต่รวมแล้วลูกจะนอนนานถึง 16-17 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อผ่านพ้นช่วงเดือนแรก ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น คุณแม่จะเริ่มมีเวลาพักผ่อนนานขึ้น

ในช่วงนี้คุณพ่อควรจะเข้ามาเป็นผู้ช่วย ใกล้ชิดคุณแม่ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก จับลูกเรอ และกล่อมลูกนอน เพื่อให้คุณแม่ได้พักผ่อนบ้าง

 

4.เสียงแปลกๆ ของทารก

ทารกมักจะทำเสียงแปลกๆ ตั้งแต่อ้อแอ้ ไปจนถึงเสียงคล้ายกับการขู่คำราม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีอะไรต้องกังวล นอกจากเสียงต่างๆ ที่ทารกทำขึ้นแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่ทารกมักจะเป็น เช่น

  • อาการสะอึก ซึ่งเกิดจากการอิ่มหลังดื่มนม แล้วสักพักลูกจะเลิกสะอึกได้เอง
  • จามบ่อยๆ อาการจามของเด็กแรกเกิด เป็นวิธีขับน้ำคร่ำและสิ่งที่เจือปนอยู่ในอากาศออกจากร่างกาย

 

ลูกเดือนแรก มีสิ่งที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ อะไรที่อ่านมาในตำรา สิ่งที่คุณหมอแนะนำ หรือประสบการณ์จากคุณแม่คนอื่นๆ ก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน คุณแม่ต้องเรียนรู้ลูกของตัวเองจากประสบการณ์ของตัวเอง

 

ที่มา : theindusparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

7 สัญญาณที่ทำให้ทารกร้องไห้

อยากรู้ไหม ทำไมเด็กทารกถึงตื่นบ่อย

ParentTown