100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 13 อุ้มลูกอย่างไร

100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 13 อุ้มลูกอย่างไร

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่ชิน เพราะไม่รู้ว่าจะต้อง อุ้มลูกอย่างไร ถึงจะถูกวิธีและปลอดภัย แล้ว อุ้มลูกอย่างไร เสี่ยงอันตรายแก่ลูก

 

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่คุ้นชินกับการอุ้มเจ้าตัวน้อย และท่าอุ้มก็มีหลากหลายท่า ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับใช้ได้ตามความถนัด ในการอุ้มช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะลูกยังบอบบาง รวมถึงในช่วงแรก ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องระมัดระวังในการอุ้มเป็นพิเศษ

 

ขั้นตอนในการอุ้มลูก 

  • คุณพ่อคุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มลูก เพราะระบบคุ้มกันของเด็กยังน้อยอยู่ เชื้อโรคที่อยู่ในมือคุณพ่อคุณแม่อาจจะทำให้เด็กป่วยได้
  • ไม่ต้องเกร็ง คุณพ่อคุณแม่พยายามอุ้มท่าที่สบายที่สุด เพราะถ้าจัดท่าที่ไม่สบาย จะทำให้ไม่มั่นใจเวลาอุ้ม
  • ประคองคอเด็กตอนอุ้ม เวลาที่คุณพ่อคุณแม่อุ้มต้องประคองศีรษะของเด็กไว้ เพราะศีรษะของทารกเด็กแรกเกิดจะมีน้ำหนักมากที่สุด และ บอบบางกว่าส่วนอื่น ๆ
  • หาท่าอุ้มที่ถนัด เพราะท่าอุ้มเด็กไม่ตายตัว คุณพ่อคุณแม่สามารถอุ้มท่าไหนก็ได้ที่รู้สึกว่าสบายและไม่เกร็ง และจะต้องประคองคอและศีรษะอยู่เสมอ

 

ท่าอุ้มเด็ก 

ท่าอุ้มลูก

ท่าอุ้มลูก

  • ท่าอุ้มไกวเปล 

ท่าอุ้มลูกไกวเปลเป็นท่าที่นิยมใช้ และเป็นท่าที่ใช้ให้นม และกล่อมลูกให้หลับ

วิธีอุ้มท่านี้ ลูกนอนอยู่ให้ใช้มือข้างหนึ่งช้อนจับคอลูก แล้วสอดแขนอีกข้างให้ศีรษะของลูกอยู่ตรงข้อศอก ส่วนมือข้างที่จับคอให้เอามารองก้นและสะโพกของลูกเอาไว้ ท่าอุ้มลูกนี้จะทำให้ลูกหลับสบาย และยังสร้างสายสัมพันธ์ผ่านการสบตากับลูกได้อีกด้วย

  • ท่าอุ้มพาดบ่า 

ถือเป็นท่าที่สบายกับลูกที่สุด และยังสร้างความอบอุ่นให้ลูกได้ เพราะลูกจะสัมผัสเสียงหัวใจของคุณแม่

วิธีอุ้มท่านี้ ให้ศีรษะของลูกน้อยพาดพอดีกับไหล่ โดยหันหน้าออกจากตัวแม่ มือข้างหนึ่งให้ประคองก้นลูก ส่วนอีกข้างประคองศีรษะเอาไว้ คุณแม่จะอุ้มลูกไป ร้องเพลงกล่อมไปก็ได้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ

  • ท่าอุ้มนอนคว่ำ 

เป็นท่าที่วางลูกคว่ำบนแขน เหมาะกับพ่อแม่ที่แข็งแรง หากคุณพ่อคุณแม่แขนเล็กเกินไป อาจจะทำให้ไม่เหมาะกับการใช้ท่าอุ้มท่านี้ เพราะจะทำให้ลูกนอนทับกระดูก อาจจะทำให้ลูกเจ็บหรือไม่สบายตัว

วิธีอุ้มท่านี้ ให้เอาลูกพาดลงบนแขน โดยให้ศีรษะอยู่ใกล้ ๆ ข้อพับศอก แขนและขาให้ห้อยลง ส่วนมืออีกข้างของคุณพ่อคุณแม่ให้จับที่หลัง เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย การอุ้มลูกในท่านี้จะช่วยให้ลูกนอนหลับสบายและผ่อนคลายมากขึ้น และยังช่วยให้ลูกเรอ ระบายลมในท้องได้ดีอีกด้วย

  • ท่าอุ้มวางตัก

เป็นท่าที่เหมาะแก่การคุยเล่นกับลูก

วิธีอุ้มท่านี้ ให้พ่อแม่วางลูกบนหน้าขาที่ชิดกัน แล้วเอามือขนาบข้างลำตัวของลูกไว้ เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษถ้าลูกดิ้นแรงเวลาหัวเราะ แต่ข้อดีของท่านี้ก็ช่วยให้เขาได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ พ่อแม่ก็จะได้พูดคุยเล่นกับลูกน้อยเพื่อสานสัมพันธ์รัก นอกจากนี้ลูกน้อยจะเริ่มเรียนรู้ว่าใครคือคนที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอีกด้วย

  • ท่าอุ้มเข้าเอว 

ถือเป็นท่าฮิตที่คุณแม่ชอบอุ้ม แต่การอุ้มท่านี้ลูกจะต้องคอแข็งแล้วนะคะ ท่านี้จะเหมาะกับลูกที่อายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตร่างกายของลูกก่อนนะคะ

วิธีอุ้มท่านี้ ให้ขาทั้งสองข้างของลูกขนาบกับสะโพกของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนมืออีกข้างจับหลังของลูกไว้ เพื่อไม่ให้หงายหลัง

  • ท่านั่งเก้าอี้ 

ท่านี้จะเหมาะแก่การอุ้มไปเดินเล่น เพราะจะช่วยให้ลูกได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เป็นการตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นได้เป็นอย่างดี ท่านี้จะเหมาะกับลูกที่อายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปเช่นกันค่ะ

วิธีอุ้มท่านี้ ให้พ่อแม่ใช้มือหนึ่งประคองก้น ส่วนอีกมือโอบรัดตัวลูกไว้ แต่จะบอกไว้ก่อนว่าท่าอุ้มลูกแบบนี้อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เมื่อยได้ แนะนำว่าให้เปลี่ยนท่าอุ้มบ่อย ๆ

 

เคล็ดลับการอุ้มลูก

  • การอุ้มแบบเนื้อแนบเนื้อ เป็นวิธีสานสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูก อีกทั้งยังช่วยให้เด็กรู้สึกถึงความอบอุ่น
  • หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่มั่นใจ ให้ลองเริ่มจากการอุ้มบนตัก หรือ ขณะนั่งก่อน ท่านี้จะเหมาะกับคนที่ไม่มีแรงอุ้มมากเท่าไหร่นัก
  • สามารถใช้เป้อุ้มเด็กในการช่วยอุ้มได้ เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วยได้ หรือใช้หมอนรองคอเวลาอุ้มเพื่อช่วยลดอาการเมื่อยลงได้
  • ไม่ทำอาหาร หรือกินของร้อนเวลาที่อุ้มลูกอยู่ด้วย
  • เมื่อลงบัดไดต้องอุ้มลูกด้วยสองมือเสมอ
  • ห้ามเขย่าตัวเด็กเพราะจะทำให้เกิดเลือดออกในสมอง หรืออาจะทำให้เสียชีวิตได้

 

ท่าอุ้มไหน  อันตรายต่อลูก 

  • อุ้มไม่ได้ประคองคอและหลัง ในวัย 0-3 เดือน เนื่องจากเด็กยังมีกล้ามเนื้อคอและหลังที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ การที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ประคองคอ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อคอของลูกอักเสบได้
  • อุ้มไม่ประคองหลัง ในวัย 3-6 เดือน เด็กวัยนี้ถึงจะชันคอได้ แต่กล้ามเนื้อหลังยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้กล้ามเนื้อหลังของลูกอักเสบได้
  • ไม่อุ้มเขย่าหรืออุ้มโยน เพราะจะทำให้เลือดออกในสมองของลูกได้
  • อุ้มท่าที่คอพับหรือหงายเกินไป การที่อุ้มแบบนี้ จะทำให้ลูกหายใจไม่สะดวก ควรสังเกตว่าคอลูกพับลงมาติดกับหน้าอกหรือเปล่า หรือว่าอุ้มแล้วแหงนหน้าจนเกินไป
  • อุ้มเข้าเอวเป็นเวลานาน การที่คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกท่านี้บ่อย ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อของคุณพ่อคุณแม่อักเสบได้ และลูกก็จะเห็นมุมสภาพแวดล้อมแค่มุมเดิน ๆ ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของลูก

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

ที่มา : (1),(2)

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

พ่อแม่มือใหม่ อุ้มลูก ไม่ให้เก้ๆ กังๆ อุ้มท่าไหนถึงจะดี

รักต้องอุ้ม อุ้มลูกบ่อยๆ อย่าไปกลัวลูกติดมือ ให้ลูกติดสิดี ถ้าลูกไม่ยอมให้แม่อุ้มซิ..ใจหาย

คุณหมอเตือน อุ้มลูกผิดวิธี ระวังลูกข้อหลุด กระดูกเสื่อม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner