10 สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่เสมอไป เรื่องจริงของลูกที่พ่อแม่ต้องเจอ

10 สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่เสมอไป เรื่องจริงของลูกที่พ่อแม่ต้องเจอ

อะไร คือสิ่งที่คิดว่าใช่ และอาจไม่ใช่เสมอไปนะ ถ้าอยากรู้ ต้องอ่าน!

"สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจะไม่ใช่เสมอไป" ที่พูดถึงและเกี่ยวกับลูกนั้นก็คือ เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ใหญ่ที่เราคิดว่าลูกน่าจะทำได้ แต่พอท้ายที่สุดแล้ว ลูกกลับทำไม่ได้ อีกนัยหนึ่ง สิ่งที่เราคิดว่าลูกไม่น่าจะทำได้ กลับทำได้ง่าย ๆ เสียอย่างนั้น และนี่คือตัวอย่างบางส่วน ที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องเจอ

สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่เสมอไป

 

5 สิ่งที่คุณคิดว่าลูกน่าจะทำได้ แต่พวกเขากลับทำไม่ได้

1. เรื่องการควบคุมอารมณ์ บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่า ลูกน่าจะรู้จักควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่านี้นะ ทำไมเรื่องเล็กแค่นี้ ต้องร้องไห้โวยวายทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ อย่าลืมนะคะว่าลูกยังเด็ก พวกเขายังไม่รู้จักวิธีการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง การที่พวกเขาร้อง อาจเป็นเพราะพวกเขาก็รู้สึกตกใจกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้น แต่ไม่สามารถที่จะสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ ใช่ค่ะ... นั่นไม่ใช่เพราะพวกเขาดื้อ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้อย่างไร

2. เรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน ทำไมนะ โตป่านนี้แล้ว ยังไม่รู้จักอีกเหรอลูกว่าควรทำอะไร ตอนไหน อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ตื่นเช้ามาก็ต้องแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็ทานข้าว สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ มากเลยใช่ไหมคะ แต่กับเด็ก ที่คาดว่าพวกเขาน่าจะต้องรู้แล้วก็เข้าใจ กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด กว่าจะจับมาแปรงฟัน อาบน้ำ ทานข้าวหรือพาเข้านอนได้ เล่นเอาพวกเราแทบหมดแรง

3. ตัดสินใจไม่ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด แปลกไหมคะ ที่ลูกรู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร แต่กลับไม่รู้เลยว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา ... ไม่แปลกหรอกค่ะ นั่นเป็นเพราะว่าลูก ยังไม่สามารถเข้าใจเกี่ยวกับผลของการกระทำที่อาจมีผลต่อเนื่องไปถึงพวกเขาในอนาคตได้ ผิดกับพ่อแม่ ที่รู้ว่า การทานบราวนี่สามชิ้นต่อวัน จะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เป็นต้น

4. นักอ่านใจ อย่าไปคาดหวังเลยนะคะ ว่าลูกจะเข้าใจว่า ทำไมการออกไปวิ่งเล่นกลางสายฝนนั้นเป็นสิ่งไม่ดี พวกเขารู้แต่ว่ามันสนุกแล้วก็เย็น ดังนั้นการที่คุณแม่จะคอยบอกเขาว่า อย่าไปออกไปวิ่งเล่นกลางฝนแบบนั้น โดยที่ไม่ให้เหตุผลเขา คงไม่ใช่ความคิดที่ดี ค่อย ๆ อธิบายลูกให้เข้าใจค่ะว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ควรทำเช่นนั้น และถ้าหากพวกเขาทำเช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้น

5. ชั่วโมงเร่งด่วน ใช่ค่ะ ผู้ใหญ่อย่างเราพอได้ยินคำนี้ ก็รู้แล้วว่า นาทีต่อจากนี้ ฉันจะไม่สามารถทำอะไรอืดอาดได้เลย ทุกอย่างจะต้องรีบและรวดเร็วที่สุดที่เท่าที่จะทำได้ แต่เอ้ะ ทำไมนะ พอมาบอกลูกว่า "ลูกจ๋า ... สายแล้วนะ เราต้องรีบไปแล้ว ไม่งั้นอาจสายได้" ค่ะ! ผ่านไปห้านาที เรายังอยู่กันที่เดิม เหมือนลูกไม่รู้ว่า เรารีบ หรือว่าลูกไม่เข้าความหมายของคำนี้กันแน่นะ พวกเขายังทำตัวเหมือนเดิม หรือเผลอ ๆ อาจจะช้ากว่าเดิมอีกเสียด้วย

คลิกเพื่ออ่าน 5 สิ่งที่คุณคิดว่าลูกทำไม่ได้ แต่พวกเขากลับทำได้ ๆ ที่หน้าถัดไปค่ะ

 

สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่เสมอไป

5 สิ่งที่คุณคิดว่าลูกทำไม่ได้ แต่พวกเขากลับทำได้

1. เล่นคนเดียว เคยกังวลว่า ลูกจะสามารถเล่นคนเดียวได้หรือไม่ พอให้เวลาเขาได้ปรับตัวและใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ผลที่ออกมา กลับเหลือเชื่อ!  พวกเขาสามารถหากิจกรรม เล่นเกมส์หรืออ่านหนังสือคนเดียว ได้นานเกือบชั่วโมงเลยเสียด้วย...ดีใจใช่ไหมละคะ ที่ผลลัพธ์ออกมาดีเช่นนี้ แต่อย่างไรก็อย่าประมาทโดยเด็ดขาด อันตรายอยู่แค่เอื้อม ถึงแม้ลูกจะสามารถเล่นคนเดียวได้ ก็อย่าให้เขาอยู่นอกสายตาของเราเป็นอันขาด

2. การนอนหลับ เด็ก ๆ นี่ก็แปลก พอให้นอนก็ไม่อยากนอน แต่พอให้ตื่นก็ไม่อยากตื่น นอนได้นอนดี นอนไปเถอะ ทำเสียงดังก็แล้ว ปลุกก็แล้ว คาดว่าเสียงเหล่านี้จะไปรบกวนเวลาหลับของพวกเขาได้ ผิดถนัด พวกเขายังคงนอนหลับสนิทเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

3. ให้รู้จักการรอคอย เวลาลูกอยากได้อะไร หรืออยากทำอะไร ตอนที่เรายุ่ง ๆ อยู่ เคยคิดเหมือนกันนะว่า การที่เราบอกให้ลูกรู้จักคอยนั้น พวกเขาจะทำได้หรือเปล่า เพราะขนาดเวลาปกติ ยังไม่อยู่นิ่งเลย แล้วถ้าจู่ ๆ มาบอกให้นั่งคอยหรือนั่งนิ่ง ๆ พวกเขาจะทำได้เหรอ แต่หลังจากทดสอบและฝึกฝนทุกวัน พวกเขากลับทำได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสั้น ๆ แค่หนึ่งนาทีก็เถอะ หากฝึกฝนทุกวัน พวกเขาจะต้องสามารถอดทนรอคอยได้นานกว่านี้แน่ ๆ

4. การเก็บข้าวของเครื่องใช้ มีพ่อแม่ท่านไหนกำลังประสบปัญหาลูกเล่นของเล่นแล้วไม่เก็บกันบ้างไหมคะ ถ้าใช่  คุณอาจจะคิดว่าลูกชอบรื้อ เล่นอย่างเดียวแล้วไม่ยอมเก็บ แล้วคนที่เก็บก็ต้องเป็นคนทุกครั้ง ลองปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ดูค่ะ จากที่เคยเก็บคนเดียว ค่อย ๆ ชวนลูกมามีส่วนร่วมในการทำด้วย แต่อย่าชวนแค่ครั้งเดียวนะคะ ชวนทุกครั้งที่พวกเขาเล่นเสร็จ ลองหาวิธีโน้มน้าวแบบน่ารัก ๆ ดู แล้วคุณจะได้เห็นสิ่งที่คุณไม่คิดว่าจะได้เห็นก็เป็นได้

5. ทำในสิ่งที่ยาก เพราะลูกเรายังเด็ก เราก็มักจะคิดว่า ลูกคงจะไม่สามารถช่วยเราทำอะไรได้มากนัก ... ว่าแต่คุณลองแล้วหรือยังคะ ยกตัวอย่างเด็กสามขวบ จริง ๆ แล้วเด็กในวัยนี้ เริ่มทำอะไรที่ยากสำหรับเขาได้แล้วละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำงานบ้าน การยกจานชาม ช่วยยกกับข้าว หรือหยิบขวดน้ำเป็นต้น ลองให้เขาทำดูสักครั้งสองครั้ง แล้วคุณจะเห็นภาพน่ารัก ๆ จากลูก ที่คุณเองก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะทำได้ก็ได้นะคะ

ที่มา: A Mother far from home

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

งานบ้านง่าย ๆ สำหรับลูกอายุ 2-8 ขวบ

5 เทคนิคโละของให้เรียบ จัดระเบียบบ้านให้เลิศ!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner