10 ประโยชน์ที่ยกให้ "นมแม่" ชนะเลิศ

10 ประโยชน์ที่ยกให้ "นมแม่" ชนะเลิศ

ความสำคัญของนมแม่เริ่มต้นตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิตที่ลูกเกิด เพราะน้ำนมแม่มีประโยชน์มหาศาลทั้งเป็นวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกน้อย เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการให้นมแม่ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของชีวิต มาดูประโยชน์ของนมแม่ที่คุณแม่ทุกคนต่างยกให้ “นมแม่” ชนะเลิศกันค่ะ

ประโยชน์ของนมแม่ ในน้ำนมแม่ประกอบด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน จึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์สุดสำหรับลูกแรกเกิดเพื่อให้ลูกน้อยได้เจริญเติบโต มีร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาการที่ดี และประโยชน์ของนมแม่ที่ลูกจะได้รับอีกมากมาย

10 ประโยชน์ที่ยกให้ “นมแม่” ชนะเลิศ

ประโยชน์ของนมแม่

ประโยชน์ของนมแม่

#1 สารอาหารครบถ้วนในนมแม่

– โปรตีนในนมแม่มีกรดอะมิโนที่แตกต่างจากนมวัวจึงย่อยง่ายและสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

– แลคโตส คือคาร์โบไฮเดรตที่มากที่สุดในนมแม่ ช่วยการดูดซึมของธาตุเหล็กและแคลเซียมในลำไส้

– ไขมันในนมแม่มีกรดไขมันที่จำเป็นครบถ้วน น้ำย่อยไขมันที่มีในนมแม่ช่วยย่อยไขมันเพื่อให้ทารกใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานได้อย่างเต็มที่

– โซเดียมและเกลือแร่อื่นในนมแม่ที่มีน้อยกว่านมวัว แต่ก็ทำให้ไตของทารกไม่ทำงานหนักเกินไปในระยะเริ่มต้นของชีวิต

#2 นมแม่มีภูมิคุ้มกันโรค

ในช่วง 2-3 วัน หลังคลอด น้ำนมแม่จะข้น มีสีเหลืองเข้มเรียกว่า “หัวน้ำนม” ซึ่งน้ำนมในระยะนี้มีภูมิคุ้มกันโรคสูงมาก เสมือนวัคซีนหยดแรกของชีวิตลูก ในน้ำนมแม่มีสารที่ปกป้องลำไส้จากการติดเชื้อ กรดอะมิโนในนมแม่ช่วยการเจริญในลำไส้ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ป้องกันโรคภูมิแพ้ ทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายทารกให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

ประโยชน์ของนมแม่

#3 ลูกกินนมแม่ทำให้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่

ทารกส่วนใหญ่ที่ได้กินนมแม่ใน 3-4 เดือนแรก จะมีการเจริญเติบโตได้ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก มีขนาดเส้นรอบศรีษะโตกว่าค่ามาตรฐานในขวบปีแรก จอประสาทตาของทารกที่ได้รับนมแม่อย่างเดียว 4 เดือน จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วกว่าของทารกที่ได้รับนมแม่น้อยกว่า 4 เดือน

Read : เด็กหัวโต มีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากกว่า?

#4 นมแม่ก่อให้เกิดความผูกพันแม่-ลูก

ไม่ใช่แค่เพียงน้ำนมแม่ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกทางกาย แต่นมแม่คือภูมิคุ้มกันทางใจที่ทำให้ก่อนเกิดความผูกพันที่ดีระหว่างแม่-ลูก ส่งผลทำให้ลูกมีความมั่นคงทางด้านจิตใจ การที่ลูกได้อยู่ใกล้ชิดกับตัวแม่ะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และรู้สึกได้รับความรักเต็มเปี่ยม เกิดพัฒนาการทางด้านสมองสติปัญญา มีความฉลาดทางอารมณ์ และมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์พร้อมสู่ในวัยเด็กโตและวัยผู้ใหญ่

#5  นมแม่คือต้นทุนทางสมองที่ดีของลูกแบบไม่ต้องลงทุน

ทารกที่ได้กินนมแม่อย่างเพียงพอจะมีระดับพัฒนาการและเชาว์ปัญญาที่ดีกว่าทารกที่ได้รับนมผสม  ตั้งแต่ 2-3 จุด จนถึง 8-11 จุด เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่ช่วยในการสร้าเซลล์สมองของลูกมากที่สุด

#6 นมแม่ช่วยลดอาการเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ของลูก

แม้สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กส่วนหนึ่งเกิดได้จากกรรมพันธุ์ แต่การที่ทารกได้รับอาหารที่มีโปรตีนแปลกปลอมในช่วง 6 เดือนแรกของวัย ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกน้อยยังมีระบบทางเดินอาหารไม่แข็งแรง น้ำย่อยอาหารยังไม่พอ สารภูมิคุ้มกันที่จะคอยดักจับของแปลกปลอมยังมีไม่พอ ดังนั้นถ้าได้รับโปรตีนแปลกปลอมซึ่งมีในนมผสมซึ่งเป็นนมวัวที่หลุดรอดไปก็อาจกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ได้ ต่างจากน้ำนมแม่ซึ่งเป็นโปรตีนของคนจึงไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ ซึ่งโดยทั่วไปทารกที่กินนมผสมจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าทารกที่กินนมแม่ 2 – 7 เท่า 

ประโยชน์ของนมแม่
#7 น้ำนมแม่มีสารที่ทำลายเชื้อโรค

สำหรับลูกที่ดูดนมแม่ น้ำนมที่ค้างอยู่ในปากจะช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งทำให้พบการเกิดฝ้าขาวในปาก (หยุดกังวล-ลิ้นเป็นฝ้าขาวในเด็กเล็ก) ลูกที่กินนมผสม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้ลูกกินน้ำตามหลังจากให้นมแม่แล้ว

Read : เด็กแรกเกิดควรกินน้ำหรือเปล่า

#8 นมแม่ช่วยป้องกันการเจ็บป่วย

สำหรับเด็กที่ได้กินนมแม่พบว่าลดโอกาสเกิดโรคต่าง ๆ เมื่อเทียบกับเด็กที่กินนมผสม

  • โรคท้องเสีย – ปอดบวม 3.5 – 4.9 เท่า
  • หูชั้นกลางอักเสบ 3 – 4 เท่า
  • โรคลำไส้อักเสบ 20 เท่า
  • โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 3.8 เท่า
  • โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ 2.6 – 5.5 เท่า
  • โรคภูมิแพ้ 2.7 เท่า
  • โรคเบาหวาน(ชนิดที่ 1) 2 – 4 เท่า

#9 นมแม่ย่อยง่าย ถ่ายง่าย ไม่ท้องผูก

ในช่วงระยะแรก ๆ ที่ทารกกินนมแม่จะเห็นว่าลูกจะถ่ายเหลวและถ่ายบ่อย เป็นเพราะนมแม่ย่อยง่าย ซึ่งจะทำให้ลูกอาจถ่ายได้บ่อย 8-10 ครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งหลังจากดูดนมแม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้คุณแม่สามารถสังเกตได้จากอึของลูก รวมถึงอาการของลูกด้วย หากอุจจาระนิ่มและเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นไม่รุนแรงเหม็นคาว ลูกไม่งอแง ไม่ซึม ไม่เป็นไข้ กินนมได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ถือว่าท้องเสีย และเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 สำไส้ของลูกน้อยจะพัฒนาและดูดซึมดีขึ้น ลูกจะไม่ถ่ายบ่อยเหมือนช่วงแรกแล้ว แต่จะอึครั้งละมากๆ แทน ถึงแม้บางรายอาจจะไม่ถ่ายนาน 2-3 สัปดาห์ ถ้าถ่ายไม่แข็ง ท้องไม่อืด ยังไม่อึดอัดแน่นท้อง ก็ยังถือว่าปกติ#9 นมแม่ย่อยง่าย ถ่ายง่าย ไม่ท้องผูก

#10 นมแม่มีความสดเสมอ

การบริโภคของคุณแม่ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งต่อถึงลูกที่ทานนมแม่ได้ หากคุณแม่ไม่ได้ทานอะไรที่เป็นอันตราย นมแม่ถือเป็นอาหารที่มีถึง 3 ส. คือ สะอาด สะดวก และสด ซึ่งปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

“น้ำนมแม่” คืออาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ที่สุดและทารกควรจะมีโอกาสได้รับน้ำนมแม่ได้นานที่สุดถึงอายุ 1 ปีหรือมากกว่านั้นหรืออย่างน้อย 6 เดือน องค์การอนามัยโลกแนะนำ ว่ายิ่งคุณแม่ให้นมลูกได้นานเท่าใดก็จะเกิดผลดีต่อแม่และลูกมากขึ้นเท่านั้น

แหล่งที่มา : www.gotoknow.org

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ประโยชน์ดี๊ดีของการให้ “นมแม่” ที่ทั้งแม่&ลูกได้รับ
นมแม่ชั่วโมงแรก คือวัคซีนหยดแรกในชีวิตลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner