10 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ครอบครัวจะมีสมาชิกตัวน้อย ๆ ที่เกิดมาจากความรักของคุณพ่อคุณแม่ แต่สำหรับว่าที่คุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่แล้วท่ามกลางความยินดี มักจะมีความกังวลที่แฝงอยู่ และอาจเกิดคำถามขึ้นในใจหลาย ๆ อย่าง ติดตามอ่านกันค่ะว่ามีคำถามอะไรบ้างจะโดนใจแม่ท้องบ้างหรือไม่

10 ข้อสงสัยสุดฮิตที่คนท้องอยากรู้

มีคนท้องจำนวนมากที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องการตั้งครรภ์  โดยเฉพาะแม่ท้องมือใหม่  สำหรับข้อสงสัยสุดฮิตที่คนท้องอยากรู้ เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ค่ะ

คำถามที่ 1   น้ำหนักที่เหมาะสมจนถึงคลอดควรควรมีน้ำหนักประมาณเท่าใดถึงจะดี

คำตอบ  รศ.ดร.นพ.บุญศรี จันทร์รัชชกูล  สูตินรีแพทย์  โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับน้ำหนักของคนท้องที่เหมาะสมว่า  โดยทั่วไปตลอดอายุการตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 12–15 กิโลกรัม โดยน้ำหนักของแม่ท้องมักจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 2 กิโลกรัม แบ่งออกเป็น

ไตรมาสที่ 1  เดือนที่ 1-3 ในช่วงนี้คนท้องจะยังมีอาการแพ้ท้อง อาจทำให้กินอาหารได้น้อยลง หรือบางคนมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย ดังนั้น ในช่วงนี้น้ำหนักของแม่ท้องมักจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 กิโลกรัม หรืออาจะเป็นไปได้ที่บางคนจะมีน้ำหนักที่ลดลงเล็กน้อยถือว่าไม่อันตราย

ไตรมาสที่ 2  เดือนที่ 4-6   ในช่วงนี้คนท้องจะเริ่มมีน้ำมีนวล อิ่มเอิบมากขึ้น เพราะอาการแพ้ได้ลดลงแล้ว และเริ่มกินอาหารได้มากขึ้น ทำให้ตอนนี้น้ำหนักตัวจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ประมาณสัปดาห์ละ 0.25 กิโลกรัม หรือเดือนละ 1-1.5 กิโลกรัม ในช่วงนี้คุณแม่จะต้องเริ่มใส่ชุดคลุมท้องกันแล้ว  เพราะท้องจะเริ่มขยายมากขึ้น

ไตรมาสที่ 3 เดือนที่ 7-9   ช่วงนี้รูปร่างของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือประมาณเดือนละ 2-2.5 กิโลกรัม  ในเดือนสุดท้ายน้ำหนักจะคงที่หรือลดลงเล็กน้อย  ช่วงนี้ลูกจะเจริญเติบโตเร็วมาก ทั้งทางสมองและร่างกายและเป็นช่วงที่คุณแม่จะเจริญอาหารมากที่สุด เห็นอะไรก็อร่อยไปหมด   แต่ควรระมัดระวังพวกของหวาน หรือผลไม้ที่ให้น้ำตาลมาก ๆ เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะเบาหวานในช่วงตั้งครรภ์ได้

ได้คลายข้อสงสัยสำหรับคนท้องในเรื่องน้ำหนักกันแล้วนะคะ  ติดตามอ่านข้อต่อไปเลยค่ะ

คำถามที่ 2  วัคซีนที่จำเป็นสำหรับคนท้อง มีอะไรบ้าง

คำตอบ   กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีการฉีดวัคซีนสำหรับคนท้อง  เพื่อความปลอดภัยของแม่และทารกในครรภ์  วัคซีนที่จำเป็นสำหรับคนท้อง มีดังนี้

1. วัคซีนบาดทะยัก(Tetanus) วัคซีนตัวนี้ช่วยป้องกันบาดทะยักทั้งแม่และทารกในครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าตัวน้อยจะคลอดออกมาแล้วการดูแลสายสะดือให้สะอาดเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ เพราะหากเกิดติดเชื้อโรคจะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกได้

2. วัคซีนคอตีบ (Diptheria) วัคซีนคอตีบจะช่วยป้องกันโรคคอตีบในแม่และทารกในครรภ์ ตามปกติแล้ววัคซีนคอตีบจะฉีดร่วมกับวัคซีนบาดทะยัก

3. วัคซีนไอกรน (Pertussis) โรคไอกรน พบว่า จำนวนทารกเกินร้อยละ 50 ที่ป่วยเป็นโรคไอกรน ติดมาจากเชื้อโรคไอกรนจากแม่ ซึ่งหากลูกเป็นโรคไอกรนใน 3 เดือนแรก ลูกมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต แต่หากฉีดวัคซีนไอกรนให้แม่ สามารถป้องกันโรคไอกรนในลูกที่คลอดออกมาได้ตั้งแต่ 2-6 เดือน

4. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ตามปกติไข้หวัดใหญ่จะระบาดมากในช่วงหน้าหนาว แต่สำหรับคนท้องแล้วไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตามสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ตลอด โรคนี้จะเป็นอันตรายต่อคนท้องมากกว่าคนปกติ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง  เช่น  ปอดบวม  เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ฯลฯ ส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตทั้งแม่และลูกได้

5. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)  แม้ว่าแม่ท้องจะไม่เคยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือเจาะเลือดแล้วไม่มีภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี ควรฉีดวัคซีนนี้ซึ่งนอกจากป้องกันแม่ท้องแล้วยังป้องกันทารกในครรภ์อีกด้วย

เรื่องน่ารู้    วัคซีนหัดเยอรมัน การฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันควรฉีดก่อนที่จะตั้งครรภ์ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน  เนื่องจากให้ฤทธิ์ของวัคซีนนั้นจะได้เพาะบ่มในร่างกายของคุณแม่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน  ดังนั้น  หากคู่แต่งงานที่วางแผนจะมีลูกควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด

คำถามที่ 3 ยาบำรุง  วิตามินเสริม หรืออาหารเสริมจำเป็นต่อแม่ท้องหรือไม่

คำตอบ  การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับแม่ท้อง  ส่วนสารอาหารที่ต้องเพิ่มเติม  ได้แก่  ธาตุเหล็ก  เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญในการนำออกซิเจนไปสู่ทารกในครรภ์,  แคลเซียม  ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันของทารกในครรภ์  ซึ่งแม่ท้องต้องรับประทานตลอดช่วงอายุครรภ์  และโฟเลตเป็นสิ่งที่คนท้องขาดไม่ได้  เพราะช่วยเสริมสร้างสมองให้แก่ทารก

สำหรับคนท้องที่ไม่สามารถทานอาหารได้ครบทุกหมู่ สามารถรับประทานวิตามินเสริมเพื่อทดแทน แต่ควรได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ เนื่องจากการได้รับวิตามินบางชนิดมากเกินไปอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้

คำถามที่ 4  ถอนฟัน  อุดฟัน ในช่วงตั้งครรภ์อันตรายหรือไม่

คำตอบ  การทำฟันในช่วงตั้งครรภ์สามารถทำได้  เพียงแต่เวลาที่ไปทำฟันคุณแม่ต้องแจ้งให้คุณหมอทราบด้วยว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่
สำหรับคุณแม่ที่จำเป็นต้องถอนฟัน อาจจะทำให้มีเลือดออกได้มากกว่าคนที่ไม่ตั้งครรภ์บ้าง  หมอฟันจึงมักจะหลีกเลี่ยงที่การถอนฟันของคนท้อง  แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ทำได้  สำหรับคนท้องบางรายที่มีปัญหาต้องกรอฟันเป็นเวลานาน ๆ อาจจะทำให้เกิดอาการเกร็ง ถ้าเคยมีประวัติหรือมีความเสี่ยงจะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด  อาจจะทำให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้ ดังนั้น คุณแม่ควรปรึกษาหมอฟันเพื่อรับคำแนะนำก่อนทำฟันเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ค่ะ

คำถามที่ 5 แม่ท้องดื่มนมวัวดีหรือไม่

คำตอบ   การดื่มนมวัวในช่วงตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนท้อง  เพราะจะช่วยเพิ่มแคลเซียมในร่างกายแก่แม่ท้องได้ อีกทั้งช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

อ่าน คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้ข้อ 6 – 10 คลิกหน้าถัดไป

จากคุณหมอ การตั้งครรภ์ การฝากครรภ์และการตรวจครรภ์ สุขภาพของแม่ท้อง ข้อควรระวังของการตั้งครรภ์​ เตรียมตัวเป็นแม่