ไม่ฝากครรภ์อันตราย! ลูกเสี่ยงติดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

lead image

เด็กป่วยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น! สธ.เผยตัวเลขการป่วยปี 2558 เด็กแรกเกิดถึง 2 ปี เกือบ 100 ราย เป็นซิฟิลิสแต่กำเนิด

ตัวเลขของเด็กป่วยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จนน่ากังวล! โดยนายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เป็นประธานเปิดการอบรม แนวทางการดำเนินงานเพื่อยุติการถ่ายทอดเชื้อซิฟิลิส เอชไอวี โรคตับอักเสบจากไวรัสจากแม่สู่ลูก พร้อมทั้งสรุปสถานการณ์โรคซิฟิลิสในประเทศไทยว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น

 

ผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่ม 2 เท่า ใน 10 ปี

ใน 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยโรคซิฟิลิสเพิ่มสูงขึ้น 2 เท่า ปี 2548 มีผู้ป่วยโรคซิฟิลิส 1,557 ราย และเพิ่มเป็น 3,373 รายในปี 2558 แยกเป็นเพศชาย 2,308 ราย เพศหญิง 1,065 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากสุด คือกลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25-34 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป ตามลำดับ ส่วนผู้ป่วยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (เด็กแรกเกิด ถึง 2 ปี) ก็พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกๆ ปีเช่นกัน โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2558 พบผู้ป่วยมากถึง 91 ราย

จากตัวเลขที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงระดมผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมหารือและทบทวนแนวทางการกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้มีการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดมาตลอด

แต่ทารกที่ป่วยส่วนหนึ่งเป็นจากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการฝากครรภ์!

ทำให้ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อซิฟิลิส หรือบางรายรับการฝากครรภ์แล้วไม่มีการติดตามผลเลือด กรณีติดเชื้อจึงไม่ได้รับการรักษา จนตรวจพบเมื่อเข้ารับบริการคลอดในสถานพยาบาล

 

ตั้งเป้าควบคุมอัตราการเกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ จัดทำแนวทางในการดำเนินการกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด ทั้งการคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ สามีหรือคู่เพศสัมพันธ์ และทารก ในปี 2558 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบในระดับต่างๆโดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอัตราการเกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดให้ไม่เกิน 0.05 ต่อเด็กเกิดมีชีพ 1 พันราย ภายในปี พ.ศ. 2563 (เหลือน้อยกว่า 50 ราย)

"จากข้อมูลสถานการณ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะสามารถกำจัดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดได้ เพราะระบบบริการที่มีอยู่เอื้อต่อการดำเนินงาน ซึ่งต้องอาศัยการจัดทำแผนระดับชาติในการกำจัดโรค และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมถึงมีการบูรณาการร่วมกับแผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์แห่งชาติ โดยเฉพาะด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเมื่อแรกเกิด" นายแพทย์ภาณุมาศ กล่าว

 

ทำความรู้จักโรคซิฟิลิสในหน้าถัดไป

โรคซิฟิลิสเกิดจากอะไร

โรคซิฟิลิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทรีโพนีมาพาลลิดัม (Treponema pallidum) หากติดเชื้อแล้วจะกระจายไปตามกระแสเลือด ทำให้เกิดพยาธิสภาพได้เกือบทุกอวัยวะ ซึ่งการติดต่อของโรคสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูก โดยแม่ที่มีเชื้อซิฟิลิสจะส่งเชื้อผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์ จนทำให้ลูกติดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

 

อันตรายจากโรคซิฟิลิส

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อแล้วไม่ได้เข้ารับการรักษา เชื้อจะแพร่เข้าสู่อวัยวะ เกิดอันตรายต่อร่างกาย สติปัญญาเสื่อม และอาจจะเสียชีวิตได้ ส่วนแม่ท้องที่ติดเชื้อซิฟิลิส ก็มีความเสี่ยงเกิดภาวะแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ คลอดก่อนกำหนด หรือทารกพิการแต่กำเนิด

 

อาการของซิฟิลิสตั้งแต่เกิด

ระยะแรก อาการตามระยะที่ติดโรค (อายุครรภ์ของแม่) รวมไปถึงการรักษาของแม่ ทั่วไปแล้ว มักจะมีอาการดังนี้

- ตัวจะเล็กกว่าอายุ
- มีผื่นเมื่อแรกคลอด หรือเกิดผื่นภายหลัง
- คัดจมูก น้ำมูกไหล คล้ายเป็นหวัดเรื้อรัง,
- ต่อมน้ำเหลือง ตับและม้ามโต บ้างมีอาการทางไต บวมทั้งตัว หรือมีท้องมาร แต่ก็พบได้น้อย
- บางรายเด็กนอนนิ่ง คล้ายเป็นอัมพาตเนื่องจากเยื่อหุ้มกระดูกอักเสบ
- เด็กมักซีด ตัวเหลืองเพราะตับอักเสบ
- บางรายปอดบวม, บางรายมีต้อหิน, บางรายก็มีอัณฑะอักเสบ
- พบอาการทางระบบประสาทได้ เช่น ประสาทสมองพิการ ปัญญาอ่อน

ระยะท้าย พบหลังเด็กอายุได้ 2 ขวบ ระยะนี้ไม่ติดต่อ อาการได้แก่

- เพดานโหว่ จมูกบี้ รอบปากเป็นแผล รูปฟันผิดปกติ แข็งบวม
- ข้อเข่าบวม มีน้ำในข้อเข่าแต่ไม่เจ็บ
- ตาดำอักเสบ
- หูหนวก
- ปัญญาอ่อน

 

วิธีป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดที่ดีที่สุดของแม่ท้อง คือหมั่นตรวจเช็คสุขภาพ และฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของแม่และทารกในครรภ์ ทั้งนี้ หากทารกมีเชื้อซิฟิลิส ก็ต้องเข้ารักษากับกุมารแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความผิดปกติของอวัยวะในระยะยาว

 

ที่มา : pr.moph.go.thsi.mahidol.ac.th และ doctor.or.th ภาพจาก : medlibes.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ทารกไม่มีกะโหลกและสมอง เพราะแม่ท้องขาด “โฟลิก”