ไฟไหม้!!! รู้วิธีเอาตัวรอด ก่อนจะถูกไฟคลอกทั้งแม่ทั้งลูก

lead image

ไฟไหม้!!! รู้วิธีเอาตัวรอด ก่อนจะถูกไฟคลอกทั้งแม่ทั้งลูก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ที่สำคัญที่พ่อแม่ต้องมีคือ มีสติตลอดเวลา

ไฟไหม้!!! รู้วิธีเอาตัวรอด ก่อนจะถูกไฟคลอกทั้งแม่ทั้งลูก

ไฟไหม้!!! รู้วิธีเอาตัวรอด ก่อนจะถูกไฟคลอกทั้งแม่ทั้งลูก ไม่นานมานี้คุณพ่อคุณแม่น่าจะเห็นข่าวที่คุณแม่อุ้มลูกหนีตายขึ้นดาดฟ้า  เคยลองคิดดูหรือเตรียมรับสถานการณ์กันไหมคะว่า ถ้าบ้านหรือคอนโดของเราไฟไหม้ จะพาลูกน้อยออกมายังไงให้รอดทั้งตัวเองและลูกน้อย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำโปสเตอร์คำแนะนำเรื่อง "บัญญัติ 10 ประการเพื่อช่วยเหลือตนเองเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร บ้านเรือน และตึกแถว"

1.มีสติ

การควบคุมสติให้ได้ อย่าตระหนก ตื่นเต้น ตกใจ เพราะจะทำให้ลนลาน และตัดสินใจผิดพลาดได้ค่ะ การฝึกฝนหากเกิดเหตุไฟไหม้ ควรจะทำเป็นประจำ เพราะคนที่ผ่านการฝึกฝนจะมีสติมากกว่าคนทีื่ไม่เคยฝึกฝนค่ะ หากลูกเป็นวัยเข้าอนุบาลเเล้ว ให้พาลูกฝึกฝนบ่อยๆ ลูกจะจำได้ และรอดทั้งแม่ทั้งลูกแน่ๆ ค่ะ

2.แจ้งเหตุ

หากเกิดเหตุไฟไหม้ในตึกให้ดึงอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ ในบริเวณใกล้เคียง หรือตะโกนว่าไฟไหม้ ในขณะที่หลบพ้นทางเดินหลักแล้ว เนื่องจากในสถานที่แออัดเหตุการณ์น่าตกใจนี้จะทำให้ทุกคนวิ่งหนีแบบขาดสติ และมีเหตุการณ์เหยียบกันตายด้วยเช่นกันนะคะ ถ้าลูกยังเล็กเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรต้องอุ้มลูกขึ้นมาและเดินอย่างมั่นคง ป้องกันการชน การผลัก และการล้มที่อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ

สำหรับเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นที่บ้าน เมื่อรู้ว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้น ให้รีบแจ้งสายด่วนดับเพลิง 199 หรือหมายเลขโทรศัพท์ดับเพลิงในพื้นที่ ที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ค่ะ

3.ใช้ถังดับเพลิง 

ถ้าพื้นที่ใกล้เคียงมีถังดับเพลิง ให้ใช้ถังดับเพลิงดับไฟที่เกิดขึ้น เลือกขนาดที่ยกไหว ฝึกฝนวิธีใช้เป็นประจำ และฟิตร่างกายให้แข็งแรง ในกรณีที่เหตุไฟไหม้เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าหรือตึกสำนักงาน จะมีถังหรือสายยางดับเพลิงอยู่ตามจุดต่างๆ หากไม่ทราบวิธีการใช้ให้รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแทนค่ะ

นอกจากนี้กรณีที่พบว่าถูกไฟคลอก ย่างสดทั้งเป็นทั้งครอบครัวคือเหตุการณ์ที่เมาหลับไปบ้าง สูบบุหรี่แล้วหลับไป บุหรี่ติดไฟบ้าง เรื่องเหล่านี้จะลดลงถ้าเลิกบุหรี่ เลิกเหล้าได้

4.หนี

ให้รีบหนี ในกรณีที่ไฟไหม้ในห้องของตัวเอง ให้รีบหนีออกจากห้อง ส่วนกรณีที่ไฟไหม้นอกห้องหรือบริเวณใกล้เคียง ต้องรีบหนีออกนอกอาคาร และในกรณีที่ไฟลามมาถึงหน้าห้องออกไปไหนไม่ได้ ให้ปิดประตูและใช้ผ้าชุ่มน้ำปิดบริเวณที่มีควันเข้ามาอย่างใต้ประตู หากมีหน้าต่างหรือระเบียงให้รีบเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศและขอความช่วยเหลือค่ะ

5.ใช้บันไดหนีไฟ

ในกรณีที่ไฟไหม้เกิดขึ้นในอาคาร ควรใช้บันไดหนีไฟแทนการใช้ลิฟต์ เนื่องจากอาจจะเกิดไฟดับได้ และถ้าไฟไม่ดับทีมดับเพลิงจะต้องทำการตัดไฟฟ้าอยู่ดี เพื่อป้องกันการถูกไฟช็อต การใช้ลิฟต์หนีไฟจึงไม่ค่อยต่างอะไรจากการเข้าไปอยู่ในตู้อบ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกอบ ย่าง หรือเผาทั้งเป็น

การที่จะวิ่งหนีลงบันไดได้เร็วพอ สมรรถภาพทางกายมีความสำคัญมากๆ จึงควรฝึกเดิน และเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำ ร่างกายจะได้ฟิตพอ ไม่เป็นลมเป็นแล้งไปก่อนหนีไฟได้สำเร็จ

6.หมอบแทนเดิน

ถ้าเส้นทางหนีไฟมีควัน ให้หมอบลง คลานหนีควันไฟ เพราะธรรมชาติแล้วควันไฟจะลอย หากก้มต่ำไว้เราจะไม่สำลักควันไฟค่ะ 

สาเหตุการตายจากไฟไหม้ส่วนหนึ่งคือ การสำลักควันไฟ ดังนั้นก่อนจะหนีออกจากอาคาร ให้ราดตัวด้วยน้ำให้เสื้อผ้าชุ่ม และนำผ้าชุ่มน้ำมาปิดปากปิดจมูกก่อนที่จะหนี

7.กลิ้งตัวไปมา 

ถ้าเสื้อผ้าติดไฟ ให้ใช้มือปิดหน้า กลิ้งตัวทับเสื้อผ้าที่ติดไฟจนดับ และไม่ควรจะยิ่งวิ่งหนี เพราะยิ่งวิ่ง ไฟที่ติดอยู่แล้วจะยิ่งลุกลามค่ะ

8.แตะก่อนเปิดประตู

ก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้องอื่น ไม่ว่าจะเป็นห้องใดก็ตาม ต้องเอาหลังมือไปแตะบานประตู หรือลูกบิดประตูก่อนเสมอ ถ้าบานประตูหรือลูกบิดประตูร้อนมักจะหมายถึงว่า มีไฟไหม้อยู่ในห้อง ถ้ามีควันเล็ดลอดออกมามักจะหมายความว่า มีควันไฟอยู่ในห้องถัดไป อย่าเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีไฟไหม้ หรือมีควันไฟ ยกเว้นจำเป็นจริงๆ

9.ติดอยู่ในอาคาร

ให้ปิดประตูและหน้าต่างด้านในอาคาร เพื่อป้องกันควันไฟ ใช้ผ้าชุบน้ำอุดตามช่องว่างตามซอกประตูหรือหน้าต่าง หลังจากนั้นให้เปิดหน้าต่างด้านนอกอาคาร ใช้ไฟฉายหรือผ้าโบก เพื่อให้คนนอกอาคารรู้ตำแหน่งที่แน่นอน

ถ้ามีโทรศัพท์มือถือ ให้โทร.บอกตำแหน่งคนที่รู้จักให้เร็วที่สุด ยุคนี้อย่าไปไหนโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงจะดีที่สุด ในกรณีที่หามือถือไม่เจอหรือทำตกหาย ให้โยนข้าวของชิ้นเล็กๆ ลงไปข้างล่างค่ะ เพื่อที่คนข้างล่างจะได้สังเกตเห็นความผิดปกติด้านบน

10.ถ้าหนีได้และมีคนอื่นตกค้าง

ถ้าหนีออกมาจากอาคารได้ ให้รีบแจ้ง พนักงานดับเพลิงหรืออาสาสมัครป้องกัน-บรรเทาสาธารณภัย เพื่อจะได้ช่วยคนที่ตกค้างอยู่ในอาคาร

ที่มา เนชั่น

บทความที่น่าสนใจ

13 สิ่งต้องทำถ้าไม่อยากให้ลูกตายก่อนวัยอันควร

หน้าฝน น้ำท่วม น้ำขัง ต้องระวัง! 3 โรคร้ายทำร้ายลูก

parenttown