ไขข้อข้องใจ อสุจิกระเด็นเข้าน้องสาวท้องได้หรือไม่?

ไขข้อข้องใจ อสุจิกระเด็นเข้าน้องสาวท้องได้หรือไม่?

มาร่วมกันหาคำตอบจากกระทู้ร้อนของเว็บดังกับคำถามที่ว่า "เข้าห้องน้ำต่อจากผู้ชาย ซึ่งเปื้อนคราบอสุจินั้น มีโอกาสท้องได้ จริงหรือไม่...?"

จากการตั้งกระทู้คำถามของเด็กคนนึง กับความสงสัยที่แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนอาจจะฟังแล้วตั้งคำถามว่า จริงหรือ?! ไร้สาระหรือเปล่า หรือบางท่านอาจจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะอย่างน้อยการตั้งคำถามของเด็กคนนี้ก็ทำให้เราได้คำตอบที่มีประโยชน์และเราสามารถนำไปสอนลูกหลานได้ เพราะการใช้ห้องน้ำสาธารณะนั้นช่างใกล้ตัวกับเราเสียเหลือเกิน ดังนั้น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกับคำถามที่ว่า "อสุจิกระเด็นเข้าน้องสาว ท้องได้หรือไม่?" กันค่ะ

อสุจิ ท้อง

ผู้ที่จะมาให้คำตอบกับเราในวันนี้ก็คือ รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์นรีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งผู้ที่จะมาตั้งคำถามได้แก่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์อย่าง "ซอซิ่ม" นั่นเอง

อสุจิ ท้อง

"ชักโครกเปื้อนคราบอสุจิ น้องสาวสัมผัส มีโอกาสท้องได้หรือไม่"

คำตอบก็คือ “ไม่เป็นความจริง” ทั้งนี้ หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เมื่ออสุจิออกมาภายนอกร่างกาย และภายนอกช่องคลอด อสุจิจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และการที่ตัวอสุจิจะเคลื่อนตัวเข้าไปในโพรงมดลูก และเกิดการปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิงได้จะต้องอาศัยน้ำเชื้ออสุจิและมูก ปากช่องคลอดที่เหมาะสม แต่กรณีที่มีคราบอสุจิเปื้อนอยู่บริเวณฝานั่งชักโครกนั้น เป็นอสุจิที่ตายแล้ว ดังนั้น คราบอสุจิ จึงไม่สามารถทำให้ท้องได้แน่นอน

“เข้าห้องน้ำต่อจากผู้ชายก็ท้องได้” ความเชื่อที่ว่านี้ มาจากไหน?

รศ.นพ.สุภักดี เผยอีกว่า ปัจจุบันโลกอินเทอร์เน็ตเข้ามามีอิทธิพลกับคนในสังคมค่อนข้างมาก จากประสบการณ์หลายครั้งพบว่า มีคนไข้จำนวนไม่น้อยมีความเชื่อในรูปแบบที่ผิด ๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเพศ จากที่เคยได้ยินเล่าต่อกันมา หรือจากบทความหรือข้อความต่าง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต ที่ใครก็ไม่รู้เขียนขึ้นมา โดยไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงหรือข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเลย ทำให้หลายคนที่เข้าไปอ่านนั้นเกิดความเชื่อแบบผิด ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ วัยรุ่น ที่ไม่กล้าปรึกษาเรื่องเพศกับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง

อสุจิ ท้อง

น้องๆ หนูๆ ต้องรู้! ประจำเดือนขาด มาน้อย อย่ากังวล “หนูไม่ได้ท้อง”

นอกจากนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้แก่น้อง ๆ หนู ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง ได้ทำความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษามากขึ้น รศ.นพ.สุภักดี ยังอธิบายความรู้เรื่องประจำเดือน เพื่อไม่ให้น้อง ๆ เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความวิตกกังวลว่า การที่ประจำเดือนขาด หรือมีสีน้ำตาลเข้มนั้นหมายถึง “เลือดล้างหน้าเด็ก” ตามที่เคยได้ยินมา หรือตั้งคำถามว่า “หนูจะท้องมั้ยคะ” รศ.นพ.สุภักดี อธิบายในประเด็นนี้ว่าการที่ประจำเดือนขาดในวัยรุ่นนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ หากน้อง ๆ หนู ๆ คนใดที่รู้สึกว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ มาบ้างไม่มาบ้าง บางเดือนก็ไม่มา ก็ไม่ต้องกังวลหรือคิดไปเองว่าจะ “ท้อง” โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ยิ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ สาเหตุที่ประจำเดือนขาด มาบ้างไม่มาบ้าง หรือมาน้อยเนื่องจากว่าฮอร์โมนการตกไข่ในวัยรุ่น ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร โดยเฉพาะช่วงอายุระหว่าง 12-14 ปี ระบบฮอร์โมนการตกไข่ เพิ่งเริ่มทำงาน ทำให้ไข่ไม่ตก ส่งผลให้ประจำเดือนขาดได้”

ปัญหา "ไข่ไม่ตก" เกิดจากอะไร?

เนื่องจากระบบฮอร์โมนรังไข่ของวัยรุ่นยังทำงานไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้อาจไม่มีการตกไข่ทุกเดือนเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือน นักกีฬาที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม คนที่อดอาหารจนน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่คนที่อ้วนมาก ๆ หน้ามัน สิวเยอะ ขนขึ้นตามร่างกาย มีฮอร์โมนเพศชายสูง กลุ่มนี้ก็จะทำให้เกิดภาวะตกไข่ยากและมีปัญหาเรื่องมีลูกยากตามมา

เคลียร์ชัดๆ! การตั้งท้องใน “ผู้หญิง” เกิดขึ้นได้ ต้องมีเพศสัมพันธ์ในช่วง “ตกไข่” เท่านั้น

รศ.นพ.สุภักดี อธิบายถึงกลไกที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ว่า การตั้ง "ท้อง" ในผู้หญิงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการตกไข่ในผู้หญิง และมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่มีการตกไข่เท่านั้น กรณีอื่น ๆ เช่น การที่มีคราบอสุจิหลงเหลืออยู่ แล้วเกิดอวัยวะเพศของผู้หญิงไปสัมผัสนั้น ไม่สามารถทำให้เกิดการตั้งท้องได้
หากอธิบายถึงการ “ตั้งครรภ์” ในผู้หญิง จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบ ดังนี้

1. ผู้หญิงต้องมีการตกไข่ โดยธรรมชาติของผู้หญิงที่ปกติ จะต้องมีการตกไข่ ประมาณวันที่ 14 นับจากวันที่ประจำเดือนมาวันแรก หรืออาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้น ประมาณ 2 วัน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายแต่ละคน

2. ผู้หญิงและผู้ชาย จะต้องมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงเวลาที่มีการตกไข่ หรือใกล้เคียงช่วงวันหรือหลังการตกไข่ เพราะเมื่อมีการตกไข่ จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 24 ชม. ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์ภายใน 24 ชม. หรือก่อนและหลังวันไข่ตก ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากอสุจิที่อยู่ในมดลูกมีชีวิตอยู่ได้ 24-48 ชม.

3. ผู้หญิงที่จะสามารถตั้งครรภ์ได้ ต้องมีความสมบูรณ์ของมดลูกพอสมควร และท่อรังไข่ต้องทำงานปกติ ไม่มีการอุดตัน รวมถึงอสุจิผู้ชายก็ต้องมีความแข็งแรงพอสมควรด้วยเช่นกัน

ที่สำคัญ กลไกการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง จนทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้นั้น ฝ่ายชายจะต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องคลอดของฝ่ายหญิงเท่านั้น และเมื่อมีการหลั่งในช่องคลอด ตัวอสุจิจะต้องสามารถว่ายเคลื่อนตัวเข้าไปในโพรงมดลูก ย้ำว่า ตัวอสุจิต้องว่ายเข้าไปในโพรงมดลูก โดยต้องอาศัยน้ำเชื้ออสุจิและมูกช่องคลอดที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

“ดังนั้น จะเห็นว่า การที่ผู้หญิงจะตั้งท้องได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเพียงแค่อวัยวะเพศผู้หญิงไปสัมผัสน้ำเชื้ออสุจิหรือ คราบอสุจิที่เปื้อนอยู่บนขอบโถส้วม แล้วจะทำให้เกิดการตั้งท้องได้ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดเป็นอย่างมาก” รศ.นพ.สุภักดี ระบุ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คำถามของเด็กคนนี้ก็สะท้อนให้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาของไทย หรือแม้แต่ผู้ปกครอง ที่อาจจะต้องใส่ใจลูกหลานของเราให้มากกว่านี้ก็เป็นได้

ที่มา: ไทยรัฐ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
theAsianparent Community

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner