ไขข้อข้องใจ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้ลูกเริ่มใช้ได้เมื่อไร

lead image

ในเด็กเล็ก ๆ นั้น ขณะแปรงฟันบางครั้งจะกลืนยาสีฟันเข้าไปด้วย หากเป็นยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อาจส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกายได้ แล้วอย่างนี้จะให้ลูกเริ่มใช้ยาสีฟันมีฟลูออไรด์เมื่อไรดี เรามีคำตอบค่ะ

ฟลูออไรด์คืออะไร

ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับป้องกันฟันผุสามารถใช้ได้ 2 วิธี

1.ฟลูออไรด์ชนิดรับประทาน  ฟลูออไรด์ชนิดนี้จะถูกส่งผ่านกระแสเลือดไปสู่ฟัน (systemic fluoride) ฟลูออไรด์ชนิดนี้ได้จากอาหาร  น้ำ  และผลิตภัณฑ์เสริม คือ  ยาเม็ดฟลูออไรด์  ยาน้ำฟลูออไรด์  จะมีประโยชน์มากในระยะการสร้างฟันที่อยู่ในเหงือกตอนที่ฟันกำลังขึ้น

2.ฟลูออไรด์เฉพาะที่  คือ  การใช้ฟลูออไรด์ให้สัมผัสกับฟันโดยตรง  สามารถทำได้โดยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์  การใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์  การเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ การขัดฟันด้วยสารฟลูออไรด์  มีประโยชน์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีฟันขึ้นแล้วโดยจะช่วยลดหรือชะลอการเกิดฟันผุ

ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุได้จริงหรือไม่

ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุได้  โดยฟลูออไรด์จะไปสะสมอยู่ในฟันทำให้ผลึกเคลือบฟันแข็งแรงมากขึ้น ทนต่อกรดที่ทำให้ฟันผุมากขึ้น  ฟลูออไรด์ยังมีผลต่อแบคทีเรีย  โดยจะไปลดการสร้างกรดของแบคทีเรีย  ลดการเกาะติดของคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน  นอกจากนี้ฟลูออไรด์ทำให้เกิดการสะสมของแร่ธาตุที่ผิวฟันส่งผลให้ฟันผุในระยะเริ่มแรกหายเป็นปกติได้

ทพ.ประทีป พันธุมวนิช  กล่าวว่า   “จากการศึกษาวิจัยทางทันตแพทยศาสตร์ พบว่า “ฟลูออไรด์” สามารถใช้ป้องกันโรคฟันผุได้ และจะมีผลดียิ่งขึ้นถ้าใช้เป็นประจำ การผสมฟลูออไรด์ในยาสีฟันก็เพื่อให้ฟลูออไรด์สามารถทำปฏิกิริยากับฟันและอยู่ในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเติมสารที่มีประโยชน์ต่อฟันและช่องปากในยาสีฟัน ดังจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน มีการเติมสารป้องกันการเสียวฟัน สารช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์ สารช่วยป้องกันการเกิดหินปูนใหม่ ฯลฯ แต่ที่เห็นผลชัดที่สุดก็คือยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันโรคฟันผุอย่างได้ผล"

การเลือกใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ หรือไม่มีฟลูออไรด์ มีข้อควรคำนึง ดังนี้

1.เลือกยาสีฟันควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยจะต้องใช้ให้ถูกวิธีและเหมาะสมกับอายุของเด็ก
2.ในเด็กอายุช่วง 6 ปี ควรเลือกใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยให้ผู้ปกครองบีบยาสีฟันขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวและสอนให้เด็กไม่ให้กลืนยาสีฟัน ควรดูแลเด็กแปรงฟันอย่างใกล้ชิด
3.เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้ปกครองต้องดูแลขณะแปรงฟันอย่างใกล้ชิด
4.ยาสีฟันที่เหมาะสำหรับเด็กจะมีปริมาณฟลูออไรด์ต่ำกว่า 1,000 ppm อยู่ในช่วง 500 – 850 ppm ในประเทศไทยกำหนดให้มีฟลูออไรด์ในยาสีฟันได้ไม่เกิน 0.11% หรือ 1,100 ppm รูปแบบที่ใช้มี 2 ชนิด คือ โซเดียมฟลูออไรด์และโซเดียมโมโนฟลูออไรด์ฟอสเฟต

ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์คืออะไร เหมาะกับใคร

ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ยาสีฟันเด็ก  เนื่องจากเด็กยังควบคุมการกลืนได้ไม่ดี โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี  อาจกลืนยาสีฟันที่ใช้ในแต่ละครั้ง ซึ่งผลเสียขอาจจะทำให้ฟันตกกระแล้ว ถ้ากลืนมาก ๆ จะก่ออันตรายต่อร่างกายได้  ยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์จะไม่สามารถป้องกันฟันผุได้ เพียงแต่ช่วยให้ฟันและช่องปากสะอาดเท่านั้น   ดังนั้น  เมื่อเด็กรับประทานอาหาร  ขนมหรือหลังจากดื่มนมคุณแม่ควรให้เด็กบ้วนปากหรือดื่มน้ำตาม  ในเด็กทารก ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำทำความสะอาดช่องปากเพื่อลดการเกิดเชื้อโรคสะสมในช่องปากได้

ไขข้อข้องใจยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้ลูกเริ่มใช้ได้เมื่อไร

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรใช้ยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว โดยเฉพาะในช่วงก่อน 2 ขวบ เด็กจะยังควบคุมการกลืนไม่ได้ สามารถป้องกันการกลืนโดยการใช้ผ้าสะอาดคอยเช็ดยาสีฟันและฟองออกทันทีขณะแปรง ก่อนลูกหุบปาก และใช้ยาสีฟันแต่เพียงเล็กน้อยแตะแปรงเป็นชั้นบาง ๆ หรือเท่าเมล็ดข้าว กดให้จมในขนแปรง และในช่วง 3 ขวบ หากลูกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สม่ำเสมอ และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ฟันผุ เช่น หลับคาขวดนม รับประทานลูกอม ขนมเป็นประจำ เป็นต้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสริมฟลูออไรด์ชนิดรับประทาน

การรับฟลูออไรด์ต่อเนื่องไปนาน ๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่

1.สารฟลูออไรด์เป็นสารบำรุงฟันและป้องกันการเกิดฟันผุ แต่ต้องรับประทานในขนาดที่เหมาะสม หากได้รับมากเกินไปอาจเกิดปัญหาฟันตกกระ (Dental fluorosis) เป็นสีขาวขุ่นจนถึงสีน้ำตาล

2.หากร่างกายได้รับฟลูออไรด์มากเกินขนาดอาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง กระหายน้ำ โดยจะเกิดหลังจากรับประทานฟลูออไรด์ 30 นาที – 24 ชั่วโมง หากเกิดอาการดังกล่าวให้ดื่มนมหรือพยายามทำให้อาเจียน หากไม่ดีขึ้นต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

ข้อควรระวังในการใช้ฟลูออไรด์ให้ปลอดภัยกับเด็ก

1.เก็บผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ให้พ้นมือเด็ก
2.ให้เคี้ยวหรืออมยาเม็ดฟลูออไรด์ก่อนกลืน
3.ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่ใช้สำหรับเด็กให้ใช้ในปริมาณน้อย ๆ โดยบีบยาสีฟันขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว
4.ยาอมบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ หรือเด็กที่ไม่สามารถอมกลั้วปากได้
5.ผู้ปกครองควรดูแลเด็กขณะแปรงฟันหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผสมฟลูออไรด์

เรื่องน่ารู้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญต่อยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยกำหนดให้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่จำหน่ายในท้องตลาด จะมีปริมาณเกิน 1,000 ส่วนในล้านส่วนไม่ได้ ประกอบกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้กำหนดให้ปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟัน อยู่ในช่วง 500-1,000 ส่วนในล้านส่วน นอกจากนี้ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ก็มีส่วนร่วมในการกำหนดยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยรับรองยาสีฟันที่มีปริมาณฟลูออไรด์ 900-1,100ส่วนในล้านส่วน ว่าจะมีผลในการป้องกันโรคฟันผุ เมื่อใช้เป็นประจำ

หากคุณแม่ให้ลูกน้อยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณที่แพทย์แนะนำ ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะได้รับฟลูออไรด์เกินขนาดค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.si.mahidol.ac.th

http://www.manager.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 เคล็ดลับชวนเจ้าตัวเล็กมาแปรงฟัน

วิธีทำให้ลูกแปรงฟัน