ให้ลูกทำตามนี้ก่อนนอน ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์

ผู้เชี่ยวชาญแนะแม่ทำเช็คลิสต์ก่อนนอนให้ลูกตามนี้ ลูกจะนอนหลับสนิท ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกได้อีกด้วย

เทคนิค เสริมความคิดสร้างสรรค์ ก่อนนอน ให้ลูกรัก

ช่วงเวลาเข้านอนทีไร คุณแม่เป็นต้องปวดหัว เพราะลูกรักไม่ยอมเข้านอนสักที กว่าที่ลูกจะเลิกเล่น และพร้อมที่จะเข้านอนก็เสียเวลาไปเกือบค่อนคืน พอขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเสร็จแล้วแทนที่ลูกจะผลอยหลับ กลับคิดโน่นคิดนี่ จะหลับจริงๆ ก็ต้องใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การให้ลูกได้นอนหลับสนิทก็เป็นเรื่องจำเป็น อย่างน้อยๆ ในแต่ละค่ำคืน ลูกควรจะนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพตามชั่วโมงการนอนที่เหมาะสม ลูกจะได้มีความฉลาดทั้งทางสติปัญญาและฉลาดทางอารมณ์ เสริมความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งมีร่างกายที่แข็งแรง มีพลังที่จะใช้ในวันต่อไป เพื่อให้การนอนของลูกมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณแม่จึงต้องทำตามเช็คลิสต์เหล่านี้

 

ให้ลูกทำตามนี้ก่อนนอน ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์1

1.เตรียมห้องนอนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการนอน

ห้องที่เงียบสงบ ปลอดภัย และมืดสนิท จะเอื้อต่อการหลับสนิทของลูก โดยให้อุณหภูมิภายในห้องกำลังดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ที่สำคัญ คือเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ออกนอกห้องลูกให้หมด ทั้งโทรทัศน์ มือถือ หรือแท็บเล็ต เพราะมันคือสิ่งรบกวนการนอนหลับพักผ่อนของลูก

 

2.ฝึกให้ลูกนอนหลับได้ด้วยตัวเอง

เวลานอนคือเวลาที่ลูกต้องห่างจากแม่ ทำให้ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัวการนอนคนเดียว แม่จึงต้องฝึกให้ลูกนอนหลับสนิทคนเดียวได้ ด้วยการบอกให้ลูกมั่นใจว่าแม่อยู่ไม่ไกล และห้องนอนก็ปลอดภัย ปลอบใจให้ลูกรู้สึกสงบและมั่นใจ จนลูกเคยชินที่จะนอนเพียงลำพัง

 

3.ให้ลูกออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน

ลูกจะนอนหลับสนิทถ้าได้ออกกำลังกาย เพราะความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทำให้รู้สึกเพลีย จึงควรให้ลูกออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมนอกบ้านเพื่อรับอากาศแสนสดชื่นในทุกๆ เช้า นอกจากจะสุขภาพดีแล้ว ลูกจะเข้านอนอย่างดีและหลับปุ๋ยตลอดคืน

 

4.อิ่มอย่างพอดี ก่อนถึงเวลานอน

ถ้าลูกรู้สึกหิวโหย มันก็ยากที่จะหลับลง ดังนั้นควรให้ลูกอิ่มกับมื้้อเย็น ก่อนถึงเวลานอน สัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน เป็นเวลาที่กำลังดี เมื่อลูกอิ่มก็จะหลับได้ แต่ต้องไม่อิ่มเกินไป หรือทานอาหารแล้วนอนหลับทันที เพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

 

5.ปิดอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดก่อนลูกนอน

ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์และแก็ดเจ็ตทุกชนิด ต้องถูกปิดก่อนลูกเข้านอน อย่างน้อยๆ ต้อง 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน ไม่เพียงแต่อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นที่ต้องปิด แต่แสงไฟในห้องก็ต้องปิดเช่นกัน ถ้าลูกไม่ยอมให้ปิดไฟทั้งหมด ก็ให้เหลือแค่ไฟจากนอกห้องที่ส่องสว่างผ่านช่องประตูข้างล่างเท่านั้น

 

6.ให้ลูกเข้านอนตามเวลาเดิมทุกวัน

ฝึกนิสัยการเข้านอน ด้วยการนอนในเวลาเดิมทุกวัน ลูกจะเริ่มเคยชินที่จะหลับในเวลานี้ โดยการตั้งกฎระเบียบของแต่ละบ้านเป็นสิ่งสำคัญ แค่ต้องไม่บีบบังคับลูกเกินไป แต่ให้เหตุผลกับลูกว่าต้องเข้านอนในเวลานี้ ทุกๆ วัน ก่อนนอนแม่อาจจะอ่านนิทานให้ฟัง เพื่อให้ลูกได้เตรียมตัวเข้านอนในทันที หลังจากที่ปิดไฟในห้องนอน

 

7.ให้ลูกเขียนไดอารี่หรือวาดภาพก่อนนอน

การที่ลูกได้ปลดปล่อยความคิดและจินตนาการผ่านภาพวาด หรือข้อความในไดอารี่จะช่วยให้ลูกได้ผ่อนคลายสมอง ร่างกายได้สงบ ก่อนล้มตัวลงบนเตียง โดยให้ลูกเขียนไดอารี่หรือวาดภาพก่อนเข้านอนเป็นประจำ หลังจากนั้นลูกจะจำได้เองว่าถ้าทำแบบนี้เสร็จแล้ว ก็จะถึงเวลานอน

 

อ่านวิธีให้ลูกนอนหลับสนิท ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ต่อในหน้าถัดไป

 ให้ลูกทำตามนี้ก่อนนอน ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์2

8.วางตุ๊กตาเพื่อนซี้ให้ลูกนอนกอด

เด็กบางคนไม่อยากนอนคนเดียว จึงจำเป็นต้องหาเพื่อนมานอนข้างๆ โดยเพื่อนที่ดีที่สุดของเด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนเป็นหมอนข้าง เด็กหญิงอาจชอบตุ๊กตาบาร์บี้ หรือเด็กชายก็จะเป็นตุ๊กตารูปสัตว์และของเล่น แม่แค่ต้องเตรียมเพื่อนของลูกมาวางใกล้ๆ ในทุกคืน เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและเป็นตัวแทนความอบอุ่นของพ่อแม่

 

9.ขอบคุณร่างกายก่อนเข้านอน

พูดขอบคุณร่างกายทุกส่วนก่อนนอน เช่น ขอบคุณมือที่ช่วยให้เขียน วาด หรือถือของ ขอบคุณขาที่ช่วยเดิน วิ่ง พาไปยังที่ต่างๆ และขอบคุณท้อง ที่ช่วยให้อิ่มท้องกับอาหารอร่อยๆ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กค่อยๆ ง่วงและหลับลงในที่สุด

 

10.สวดมนต์และขอบคุณสิ่งดีๆ ที่ผ่านมาตลอดวัน

ลองให้ลูกพูดถึงความสนุกและสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน เช่น วันนี้ได้ไปสวนน้ำมากับแม่ ได้เล่นสไลเดอร์สูงๆ วันนี้ได้ขนมจากคุณอาข้างบ้าน ขนมอร่อยมาก และวันนี้ได้ไปหาคุณตา กินข้าวฝีมือคุณยาย อร่อยสุดๆ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กได้คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ก่อนนอน ระหว่างที่คุยกับลูกอยู่นั้น ลองเปิดเพลงกล่อมเด็ก หรือเพลงเบาๆ จะช่วยทำให้ลูกหลับสบายขึ้น

 

11.ตั้งเป้าเช้าวันต่อไป

การตั้งเป้าว่าเช้าวันพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง ช่วยให้ลูกอยากนอนหลับ เพราะอดใจรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหว เริ่มด้วยการตั้งเป้าง่ายๆ ว่า พรุ่งนี้จะตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น มีพลังไปตลอดวัน ซึ่งการตั้งเป้านี้จะทำให้ลูกอยากหลับเร็วๆ ทุกๆ คืน

 

12.นับลมหายใจ

ค่อยๆ ให้ลูกหายใจเข้านับ 1-5 แล้วให้ลูกหายใจออกนับ 1-5 อีกครั้ง ทำอย่างนี้จนกว่าลูกจะหลับ ลูกจะสงบขึ้น และผลอยหลับไปเอง

 

12 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกหลับสนิทไปตลอดทั้งคืน พร้อมตื่นขึ้นอย่างสดชื่นในเช้าวันใหม่ ด้วยสมองที่ปลอดโปร่งและมีความคิดสร้างสรรค์อันเต็มเปี่ยม

 

ที่มา : theindusparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกนอนหลับดีตลอดคืน จะส่งผลต่อสมองและพัฒนาการร่างกายอย่างไร

เผยความลับ… การพัฒนาสมองของลูกกับการนอนหลับ