โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

lead image

การพัฒนาสมองให้แก่ลูกสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์ นอกจากนี้เมื่อเจ้าหนูคลอดออกมาแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ยังมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของลูก ทั้งด้านโภชนาการ การเลี้ยงดู การอบรมสั่นสอน ให้ลูกได้เล่น ได้ออกกำลังกาย เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สมองเกิดการพัฒนาได้ทั้งสิ้น แล้วการเพิ่มเซลล์สมองล่ะ ต้องทำอย่างไร ติดตามอ่าน

เซลล์สมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 97768813 Subscription Monthly M 1.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า  การพัฒนาสมองเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์จนกระทั่งลูกมีอายุครบ 2 ขวบปี  ในช่วงเวลาดังกล่าวมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นกระบวนการสร้างเซลล์สมอง ควบคู่กับเส้นใยประสาทมีการทำงานได้รวดเร็วที่สุดในชีวิต  ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เซลล์สมองของลูกพัฒนาได้    มีองค์ประกอบ 3 ปัจจัยหลัก คือ    1. พันธุกรรม 2. การเลี้ยงดู และ3. โภชนาการ

โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

1. นมแม่

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 92505123 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

นมแม่ คือ  อาหารชั้นเลิศสำหรับทารก และมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองตั้งแต่แรกเกิด  คือ ช่วยสร้างสารสื่อประสาท ช่วยในการทำงานของสมอง โดยให้กรดอะมิโนจำเป็น เช่น ทริปโทเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำหรับสร้างสารสื่อประสาท และเป็นส่วนประกอบของเส้นใยประสาทของลูก  ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี  และดีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาสมองและอารมณ์

2. การเลี้ยงดูด้วยความรักและความเข้าใจ 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 98046974 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

การเลี้ยงดูลูกอับดับแรกที่พ่อแม่ควรทำ คือ    การสัมผัส โอบกอด การเล่น  การได้หัวเราะกับลูก  งานวิจัย พบว่า  เด็กที่ไม่ค่อยได้เล่น  หรือไม่ค่อยได้รับการสัมผัสโอบกอด  จะมีสมองที่มีขนาดเล็กกว่าเด็กปกติ 20 – 30 %   นอกจากนี้ การโยกตัวลูกเบา ๆ การสบตา  การพูดคุยกับลูกมากเท่าไหร่ยิ่งช่วยเพิ่มสารแห่งความสุข (เอนดอร์ฟิน)ในสมองลูกมากขึ้นเช่นกัน  โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดเป็นช่วงที่เส้นใยประสาทกำลังก่อตัว  ถ้าลูกได้เล่น  ได้หัวเราะ สมองของลูกจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น  หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกรักมีพัฒนาการที่ดี มีสมองและความจำที่ดี  ควรส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างเหมาะสม นั่นคือ เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยมีคุณพ่อคุณแม่อยช่วยเหลือแนะนำ การเลี้ยงดูลูกน้อยในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้รับการกระตุ้นฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

บทความแนะนำ  5 ความเชื่อผิด ๆ ในการเลี้ยงดูส่งผลเสียต่อ IQ และ EQ ของลูกได้

3. แบบอย่างที่ดีคือ พ่อแม่

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 105480814 Subscription Monthly M 1.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

พ่อแม่คือกระจกสะท้อนของลูก  ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่อยากเห็นลูกจดจำในสิ่งที่ดี  การปฏิบัติตนของพ่อแม่ก็ควรเป็นแบบอย่างที่ดี  เช่น   หากพ่อแม่เป็นคนชอบใฝ่หาความรู้  ชอบอ่านหนังสือ ภาพสะท้อนเหล่านี้จะสะท้อนกลับเข้าไปในสมองของลูก แต่ถ้าพ่อแม่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น  ชอบทะเลาะ  มีปากเสียงกัน  ภาพทางลบเหล่านี้ก็จะถูกซึมซับถ่ายทอดไปยังสมองลูกเช่นกัน

บทความแนะนำ  7 เรื่องจริงของสมองลูก เพื่อการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

4. เครียดVSความสุข ส่งผลต่อเซลล์สมองของลูกต่างกัน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 104153713 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

หากลูกมีความเครียดและแรงกดดันมาก  หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า ถือเป็นอารมณ์เชิงลบ  จะส่งผลเชิงลบต่อสารเคมีในสมอง  ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ของลูกลดลง  นอกจากนี้ ความเครียดขัดขวางการคิดและการเรียนรู้  เด็กที่เกิดความเครียดจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดี   เช่น   เด็กที่ได้รับประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจทำให้เกิดความหวาดกลัว  เครียด บรรยากาศการเรียนรู้ไม่มีความสุข  คับข้องใจ

จากผลการวิจัย  เด็กที่มีความเครียด  สารเคมีทั้งร่างกายปล่อยออกมาจะไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมอง  ทำให้เกิดการสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด  เรียกว่า  คอร์ติโซล (Cortisol)  จะทำลายสมองโดยเฉพาะสมองส่วนคอร์เท็กซ์หรือพื้นผิวสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิด  ความฉลาด  กับสมองส่วนฮิปโปแคมปัสหรือสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์และความจำ  ซึ่งความเครียดทำให้สมองส่วนนี้เล็กลง  เด็กที่ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลา  หรือพบความเครียดที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้  ส่งผลต่อการขาดความสามารถในการเรียนรู้  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะเด็กมีสมองพร้อมที่จะเรียนได้  แต่ถูกทำลายเพราะความเครียดทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ได้หายไปตลอดชีวิต  

ในทางตรงข้าม  หากลูกมีความสุข  มีอารมณ์ที่มั่นคง  สมองจะหลั่งสารเคมีที่ดี ส่งผลให้การเรียนรู้รวดเร็วและมีความจำที่ดี  มีความพร้อมที่จะเรียนรู้

5. การเล่นช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 55509079 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

การเล่นของเด็กมีผลต่อการพัฒนาเซลล์สมองโดยตรง  ประสบการณ์ที่ได้จากการเล่น  ไม่ว่าจะเป็นการหยิบจับ  การสัมผัส ล้วนส่งเสริมให้สมองมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น  การเล่นเป็นการทำงานของเด็กโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ส่งเสริมการพัฒนาสมอง และเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพสมอง และ เป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากสุดของเด็กโดยเฉพาะถ้าพ่อแม่เล่นกับลูก พ่อแม่เป็นของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูก ยิ่งเล่นมากยิ่งฉลาดมาก

แต่ในปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่บางท่านมักจะส่งเสริมให้ลูกได้เรียนด้านวิชาการจนบางทีอาจจะมากเกินไป  หรือที่เรียกว่า  over program จนลูกไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วควรจะให้ลูกมีเวลาพักผ่อน ใช้ชีวิตวัยเด็กให้สมดุล ซึ่งจะทำให้เด็กเรียนรู้ การปรับตัว การช่วยเหลือกัน, การเข้ากับผู้อื่น ใช้ชีวิตในสังคม, มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้นเพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของชีวิตที่สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่วัยเด็ก

บทความแนะนำ  ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก คือพ่อแม่

6. หนังสือคืออาหารสมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 105835491 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

เซลล์สมองของลูกจะเชื่อมต่อและแตกแขนงออกไปเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม   ผ่านการเรียนรู้และฝึกใช้ประสาทสัมผัส  โดยเฉพาะทางสายตาและทางหู  การอ่านหนังสือเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่มีอิทธิพลในการกระตุ้นเซลล์สมองช่วยเพิ่มเส้นใยสมองให้มากขึ้น  เชื่อมโยงความสัมพันธ์เป็นสายใยมากขึ้น

บทความแนะนำ  แม่ท้องอ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกตั้งแต่ในครรภ์

7. การนอนเสริมประสิทธิภาพของสมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 54523888 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

การนอนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก ในแต่ละวันลูกทำกิจกรรมมากมายทั้งเรียน และเล่น จนร่างกายและสมองเหนื่อยล้า   การพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก คือ  การนอน  เด็กวัยเรียนร่างกายต้องการการนอนหลับอย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง ในช่วงเวลานอนสมองจะทำงาน หลังจากที่หลับไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) จะหลั่งมากในเวลากลางคืน   การได้นอนหลับที่ดีและเพียงพอจะช่วยให้ลูกสนใจจดจ่อในการเรียนที่โรงเรียน มีความสามารถที่จะตัดสินใจและมีความคิดสร้างสรรค์  ดังนั้น การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองโดยตรง

บทความแนะนำ  เผยความลับ… การพัฒนาสมองของลูกกับการนอนหลับ

8. โภชนาการดี สำคัญต่อสมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 85561669 Subscription Monthly M.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

เด็กที่อยู่ในวัยเรียน เด็กวัยนี้มีการเคลื่อนไหวและใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดอยู่เฉย ยกเว้นว่าไม่สบาย ดังนั้นร่างกายจึงต้องการสารอาหารต่างๆ ครบทั้ง 5  หมู่และในปริมาณที่เพียงพอ  เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยกำลังโต  ร่างกายของเด็กต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วน  โดยเฉพาะโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้าม  เนื้อ เนื้อเยื่อและ ฮอร์โมน  ที่เป็นขุมพลังงานสำหรับเด็กที่จะนำไปใช้แต่ละวัน  ที่สำคัญการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามสัดส่วนในแต่ละช่วงวัยจะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเสริมสร้างร่างกายและสมอง

บทความแนะนำ  เคล็ดลับ 19 ประการสร้างโภชนาการที่ดีให้ลูกวัยอนุบาล

9. ดนตรี & ศิลปะ ช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/05/Fotolia 99806929 Subscription Monthly M 1.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

ในช่วงขวบปีแรกของชีวิต เส้นใยสมองของลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระตุ้นจากการเลี้ยงดู ผ่านสิ่งแวดล้อม ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมอง การฟัง การสัมผัส การได้กลิ่น และการรับรส

การฟังเสียงจึงเป็นหนึ่งในการพัฒนาเซลล์สมอง โดยเฉพาะการฟังเสียงดนตรี  ส่งผลให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาทำงานประสานกัน  ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้  เสียงดนตรีจึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการพัฒนาไอคิวและอีคิวของลูกไปพร้อมๆ กัน การฟังดนตรีจึงช่วยกระตุ้นให้มีการสื่อสารข้อมูลของสมองส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างเชื่อมโยงและราบรื่นยิ่งขึ้น

งานศิลปะมีผลต่อการพัฒนาเด็กทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา  อารมณ์  จิตใจ  สังคม รวมไปถึงการพัฒนาสมองและจินตนาการ เช่น  เมื่อเด็กวาดภาพ  เขาต้องใช้สมองในการคิด วาด  ลงสี  สมองได้คิดทบไปทบมาหลายครั้ง แต่ละครั้งคือ  การวางแผน การเปรียบเทียบ  การเลือกทำ สมองได้ทำงานอยู่เรื่อย ๆ ทำให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองส่งผลดีต่อความคิด ความจำของเด็กนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า  ดนตรีและศิลปะมิใช่เพียงแค่งานอดิเรกให้พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น  แต่กลับสร้างคุณค่าทั้งทางด้านจิตใจ การคิด จินตนาการ และสติปัญญาอีกด้วย

เด็กมีสมองเหมือนกัน  แต่ฉลาดต่างกัน  จุดสำคัญที่ทำให้เด็กฉลาดแตกต่างกัน คือ  ปริมาณการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง  ซึ่งเกิดจากโภชนาการที่เหมาะสม  การสัมผัส  โอบกอด  ความรัก ความเข้าใจ  การเลี้ยงดูที่เหมาะสมตามวัย  ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้ลูกได้ค่ะ

จะเห็น  โอกาสทองในการสร้างเซลล์สมองให้แก่ลูกนั้นทำได้ไม่ยากเลย  ขอเพียงคุณพ่อคุณแม่ให้เวลา  ให้โอกาส  ในการเลี้ยงดูลูกอย่างเหมาะสม  เพียงเท่านี้ เซลล์ประสาทของลูกก็จะได้รับการพัฒนาเชื่อมต่อโยงใยเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ต่อไป

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูล

รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย "ไซแนปส์" เชื่อมต่อแสนล้านเซลล์สมอง สู่การเรียนรู้...ที่ไม่หยุดนิ่ง เว็บไซต์ไทยรัฐ

พ.ญ.เกศินี โอวาสิทธิ์  นาทีทองพัฒนาสมองลูก ต้องทำใน 1,000 วันแรกของชีวิต เว็บไซต์ผู้จัดการ

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

7 วิธีง่าย ๆ ออกกำลังกายสมองให้ลูกน้อย

เชื่อหรือไม่! ทำงานขณะเลี้ยงลูกมีผลต่อพัฒนาการสมองเด็ก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/04/8.TAP th ios Footer670x196.jpg โอกาสทอง!!!เพิ่มเซลล์สมองให้ลูกก่อนสายเกินไป

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!