โรคไหลตายในทารก ภัยเงียบคร่าชีวิตลูก

ลูกน้อยเมื่อเกิดมาแล้ว ก็เปรียนเสมือนของขวัญล้ำค่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคน เรามาทำความรู้จัก โรคไหลตายในทารก เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยจากไปโดยไม่คาดคิดกันครับ

โรคไหลตายในทารก คืออะไร

โรคไหลตายในทารก มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) คืออาการหลับไม่ตื่นในทารก สามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าทารกจะมีสุขภาพแข็งแรง ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นบ่อยคือเที่ยงคืนถึงสามโมงเช้าของวันใหม่ และมักเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกเข้านอนแต่ลูกก็หลับไม่ตื่นอีกเลย

โรคไหลตายในทารกเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตเด็กไปมากกว่า 3,000 คนต่อปี โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันได้เตรียมใจ และไม่ปรากฏอาการใดมาก่อนที่จะเสียชีวิต โรคไหลตายในทารกจะเกิดกับทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ประมาณร้อยละ 90 โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา อัตราการเกิดโรคไหลตายในทารกจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า หรือมีทารกเสียชีวิตเพราะโรคร้ายนี้ประมาณ 10 คน ในทารกเกิดใหม่ 100 คน

โรคไหลตายในทารก

โรคไหลตายในทารกเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าโรคไหลตายในทารกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่จากการศึกษาพบว่าโรคไหลตายในทารกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเช่น

  • พัฒนาการที่ผิดปกติของทารก
  • ได้รับควันบุหรี่
  • ปัจจัยภายนอกร่างกายเช่น การให้ทารกนอนคว่ำ หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน
  • ขาดอากาศหายใจจากการกดทับขณะนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่
  • อาจมีวัตถุนิ่มๆหรือผ้าไปอุดทางเดินหายใจเพราะทารกยังไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะได้ดี
  • ภาวะการติดเชื้อ โรคทางพันธุกรรม หนือโรคหัวใจ

โรคไหลตายในทารกจะป้องกันได้อย่างไร

โรคไหลตายในทารก

  1. ควรให้ลูกนอนหงาย เพราะการนอนในท่านี้จะมีความปลอดภัยมากกว่าการนอนคว่ำถึง 6 เท่า และปลอดภัยมากกว่าการนอนตะแคงถึง 2 เท่า อีกทั้งเป็นการช่วยให้หารกหายใจนำอากาศเข้าปอดได้สะดวกและช่วยให้เย็นสบายเมื่อทารกรู้สึกร้อน และป้องกันไม่ให้ผ้าห่มหรือหมอนไปอุดตันทางเดินหายใจของลูก
  2. ควรแยกที่นอนระหว่างทารกกับคุณพ่อคุณแม่ วัสดุรองนอนของทารกต้องแข็งแรงไม่อ่อนยวบ เพราะเมื่อวางทารกลงไปก็อาจเป็นสาเหตุของการอุดทางเดินหายใจระหว่างที่ลูกนอนได้
  3. ไม่วางตุ๊กตาหรือของเล่นไว้บนที่นอนของลูก และควรใช้ผ้าห่มแบบที่สามารถหายใจผ่านได้
  4. วัสดุกันขอบเตียงควรใช้ผ้าทอที่สามารถหายใจผ่านได้สะดวกและติดไว้ไม่ให้หลุดลงมาปิดหน้าลูกน้อย ระหว่างขอบเตียงไม่ควรมีรอยต่อเพราะเด็กอาจพลิกตัวคว่ำหน้าลงไปในร่องนั้นได้
  5. อยู่ให้ห่างจากควันและกลิ่นบุหรี่ มีการศึกษาพบว่าควันและกลิ่นบุหรี่นั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกหายใจผิดปกติ
  6. อุณภูมิของห้องที่ลูกนอนไม่ควรอุ่นหรือเย็นเกินไป อุณภูมิที่เหมาะสมสำหรับทารกคือ 25 – 26 องศาเซลเซียส
  7. คุณพ่อคุณแม่อาจใช้จุกนมปลอมให้ทารกดูดเพื่อให้เด็กหลับสบายขึ้น เพราะการดูดจุกนมนั้นมีส่วนช่วยให้ทารกหายใจได้สม่ำเสมอ
  8. ให้ลูกกินนมแม่ โดยมีการศึกษาวิจัยมาแล้วพบว่า นมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะไหลตายในทารกได้ นอกจากนั้นในน้ำนมแม่ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและเป็นสายใยรักที่ส่งผ่านจากคุณแม่ไปสู่ลูกน้อยโดยตรงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะป้องกันได้ดีเพียงใด แต่สิ่งที่ทำก็เป็นเพียงการลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยลงเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเพื่อป้องกันเลยนะครับ


ที่มา momjunction.com, pharmacy.mahidol.ac.th, fhs.gov.hk

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เช็คด่วน! รูเล็กๆข้างหูของลูก สัญญาณร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

ลูกเหงื่อออกตอนนอน สัญญาณโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง

parenttown