ระวัง! โรคไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตเด็กชายสุขภาพดีวัย 5 ขวบ

ระวัง! โรคไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตเด็กชายสุขภาพดีวัย 5 ขวบ

โรคไข้หวัดหมู ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไปของไวรัส H1N1 ได้กลายมาเป็นโรคระบาดรุนแรงทั่วโลกในปี 2552 โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18,500 คนใน 214 ประเทศ และล่าสุดได้คร่าชีวิตเด็กชายชาวไอริชวัย 5 ขวบ ทั้งๆ ที่เด็กคนดังกล่าวมีสุขภาพแข็งแรงดีก่อนที่จะติดเชื้อไข้หวัดมรณะชนิดนี้

พ่อแม่ของเด็กชายวัย 5 ขวบที่เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ กล่าวถึงลูกชายของตนว่าเป็นเด็กที่ “ไม่เคยป่วยเลยตลอดช่วงชีวิตสั้นๆ ของเขา” แต่เมื่อได้ติดเชื้อโรคไข้หวัดหมู ผลกระทบกลับสร้างความสูญเสียที่รุนแรงและรวดเร็วมาก

หนูน้อยได้รับการรักษาเบื้องต้นจากแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลท้องถิ่น Sligo และโรงพยาบาลเด็ก Our Lady’s ในครัมลิน นครดับบลิน แพทย์ได้รีบส่งตัวหนูน้อยไปยังห้องไอซียู แต่อาการของเขาทรุดลง และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยมีสมาชิกในครอบครัวอยู่เคียงข้าง

กุมารแพทย์ท่านหนึ่งในโรงพยาบาลเด็ก Temple Street ได้ยืนยันว่าพบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในเด็กเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม โดยรวมถึงเด็กเล็กที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีสุขภาพดีด้วย

“เด็กบางคนที่ติดเชื้อมีอาการหนักมาก” นายแพทย์กล่าว

โรคไข้หวัดหมู ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไปของไวรัส H1N1 ได้กลายมาเป็นโรคระบาดรุนแรงทั่วโลกในปี 2552 โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18,500 คนใน 214 ประเทศ ปัจจุบัน สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกัน

นอกจากนี้ แพทย์ยังให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ผู้ปกครองด้วยว่า หากต้องการความมั่นใจก็สามารถนำบุตรหลานที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงมารับวัคซีนได้ ส่วนเด็กที่มีอาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคหลอดลมอักเสบหรือโรคหัวใจ จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีน

อาการของโรคไข้หวัดหมู H1N1

อาการของโรคไข้หวัดหมูคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งได้แก่:

  • มีไข้สูงฉับพลัน โดยมีอุณหภูมิร่างกาย 38 องศาเซลเซียส (100.4F) ขึ้นไป
  • รู้สึกเหนื่อย
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ
  • ปวดศีรษะ
  • มีน้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • ไอแห้ง

หากคุณมีอาการที่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดตามฤดูกาลสูงกว่าปกติ ให้ไปพบแพทย์ประจำตัวของคุณ โดยผู้มีความเสี่ยงสูง ได้แก่:

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะทางสุขภาพที่เป็นอยู่แต่เดิม (โดยเฉพาะโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจระยะยาว)
  • เด็กและผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

วิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ H1N1

  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่นเป็นประจำ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ เช่น แป้นพิมพ์ โทรศัพท์ และลูกบิดประตูเป็นประจำเพื่อกำจัดเชื้อโรค
  • ใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
  • ทิ้งกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วลงในถังขยะทันที
  • วิธีรักษาตัวที่ดีที่สุด คือ การพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ทำร่างกายให้อบอุ่น และดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • รับประทานยาพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวด
  • หากจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมหรือมีอาการแทรกซ้อน ให้ไปพบแพทย์ทันที

ที่มา: http://sg.theasianparent.com/

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 อีกโรคที่แม่ควรรู้จักและป้องกันให้ลูก

5 โรคติดต่อควรเฝ้าระวังในปี 2559

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner