โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่ควรรู้ก่อนตั้งครรภ์

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่ควรรู้ก่อนตั้งครรภ์

การวางแผนเตรียมพร้อมสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ทุกครั้งเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม นั่นเพราะผลของสุขภาพจากพ่อแม่สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อลูกน้อยที่จะเกิดขึ้นมาได้โดยตรง โดยเฉพาะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่พ่อแม่ควรต้องทราบก่อนมีตั้งครรภ์ เพราะเลือดจางธาลัสซีเมียสามารถถ่ายทอดโรคกันทางพันธุกรรม แต่หากทราบก่อนตั้งครรภ์ก็จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคที่จะเกิดกับลูกได้ค่ะ

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ที่ควรรู้ก่อนตั้งครรภ์

โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ อัลฟาธาลัสซีเมีย และ เบต้าธาลัสซีเมีย สำหรับคนที่เป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมียจะมีอาการมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค คนที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียจะมีอาการซีดเล็กน้อย หรือถึงขั้นเลือดจางมาก ตับและม้ามจะโตมากจนผิดปกติ

 

หากลูกเป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย มีอาการอย่างไร ?

เมื่อลูกเกิดมาพร้อมกับโรคธาลัสซีเมีย คุณพ่อคุณแม่จะพบได้ว่าลูกมีอาการซีดทั้งร่างกาย ตาเหลือง ตับโต ม้ามโต แคระแกรน บนใบหน้าจะมีจมูกแบน และท้องป่อง ร่างกายมีพัฒนาการการเติบโตช้ากว่าเด็กปกติทั่วไป กระดูกเปราะหักง่าย และป่วยบ่อย ทำให้ขาดเรียนเป็นประจำ ที่สำคัญโรคนี้ใช้เงินในการรักษาจำนวนมาก

ในกรณีที่ลูกป่วยโรคธาลัสซีเมีย และอายุยังน้อยๆ อยู่ และพบว่าไม่มีโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง ตับและม้ามโตไม่มาก การรักษานั้นคุณหมอจะตรวจหาเม็ดเลือดขาวจากพี่น้องที่เป็นสายเลือดเดียวกัน ว่ามีเม็ดเลือดขาวที่เข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งหากมีเม็ดเลือดขาวที่เข้ากันได้ คุณหมอก็อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูก ลูกก็สามารถหายจากโรคธาลัสซีเมียได้ค่ะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีโอกาสเป็นโรคเลือดจางธาลัสเมียหรือไม่  อ่านหน้าต่อไปคลิก

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ ?

การเข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนมีการตั้งครรภ์ จะทำให้ทราบว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคใดบ้างที่อาจส่งผลต่อลูก โดยคุณหมอจะสอบถามจากประวัติครอบครัวทั้งสองฝ่ายก่อนในเบื้องต้น จากนั้นจะมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาความผิดปกติของโรคที่อาจจะเป็น

  • พ่อและแม่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียทั้งคู่ เมื่อลูกเกิดมาจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย 100 %
  • พ่อและแม่มียีนแฝง หรือเป็นพาหะทั้งคู่ เมื่อลูกเกิดมาโอกาสเป็นปกติ(ไม่เป็นโรค) 25 % / มีโอกาสเป็นพาหะของโรค 50 %  /   มีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย 25 % ก็ได้เช่นกัน
  • พ่อและแม่มียีนแฝง หรือเป็นพาหะแค่คนเดียว และอีกคนเป็นปกติ(ไม่ป่วย ไม่เป็นพาหะ) เมื่อลูกเกิดมาจะเป็นปกติ(ไม่ป่วย) 50 % หรือลูกอาจเกิดมาเป็นพาหะ 50% ก็ได้เช่นกัน
  • พ่อและแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่อีกคนเป็นปกติ(ไม่ป่วย ไม่เป็นพาหะ) เมื่อลูกเกิดมามีโอกาสที่จะมียีนแฝง หรือเป็นพาหะของโรค 100 %
  • พ่อและแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่อีกคนมีแค่ยีนแฝง หรือเป็นแค่พาหะของโรค เมื่อลูกเกิดมามีโอกาสที่จะเป็นโรคธาลัสซีเมีย 50 % หรือลูกอาจจะเป็นแค่พาหะของโรค 50 % ก็ได้เช่นกัน

 

โรคเลือดจางธาลัสซีเมียถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ยาก แต่หากไม่ได้เป็นแบบชนิดรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ หรือคนทั่วไปก็สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ยืนยาวอย่างปกตินะคะ ซึ่งสามารถดูแลรักษาสุขภาพระหว่างที่เป็นโรคนี้ได้ตามนี้ค่ะ

  • รับประทานผักสด ไข่ นม หรือ นมถั่วเหลืองมากๆ
  • ดื่มน้ำชาหลังอาหาร เพื่อลดการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • ตรวจสุขภาพฟัน ทุก 6 เดือน เพราะโรคนี้จะทำให้ฟันผุได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือ การเล่น การทำกิจกรรมที่ใช้กำลังมากๆ
  • เลิกดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่

 

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ถือเป็นโรคที่ร้ายแรงทางพันธุกรรม ดังนั้นแนะนำว่าให้วางแผนก่อนการมีลูก คุณพ่อคุณแม่ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพ และตรวจเลือดก่อนมีการตั้งครรภ์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกที่เกิดมาป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย เพราะหากคนใดคนหนึ่งเป็นพาหะก็สามารถถ่ายทอดโรคธาลัสซีเมียไปสู่ลูกได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Pathlab Phyathai

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

อาการท้องแข็ง เรื่องน่ากังวลขณะตั้งครรภ์

ภาวะรกเกาะต่ำขณะตั้งครรภ์ คืออะไร อันตรายแค่ไหน

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner