โรคอ้วน โรคน่ากลัวของเด็กจ้ำม่ำ!

lead image

เด็กคนนี้ป่วยเป็นโรคอ้วน และจัดได้ว่าเป็นเด็กที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก!

อัลย่า พานามา เด็กชายวัย 10 ขวบคนนี้ ต้องป่วยเป็นโรคอ้วนตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยน้ำหนักตัวที่มากถึง 192 กิโลกรัม ทำให้เขาจัดได้ว่าเป็นเด็กที่อ้วนมากที่สุดในโลก

โรคอ้วน

อัลย่า อ้วนมากถึงขนาดเดินไม่ไหว การหายใจก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก แถมการจะหาเสื้อผ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับเขานั้นก็หาได้ยาก ทำให้เขาต้องใส่แค่โสร่งผืนเดียว และในแต่ละวันนั้น อัลย่า กินอาหารทั้งหมด 5 มื้อ โดยแต่ละมื้อก็ต้องมีปริมาณมากพอที่จะให้หนุ่มน้อยคนนี้อิ่ม สุดท้าย อัลย่า ต้องเข้ารับการรักษาตัวเพื่อให้น้ำหนักนั้นไม่มากเกินไปกว่านี้ มิเช่นนั้น อาจจะทำให้ชีวิตของเขาสั้นลงก็เป็นได้

จริงอยู่ที่เด็กดูจ้ำม่ำนั้นอาจจะดูน่ารัก แต่ความเสี่ยงก็มีตามมาเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องการก็คือ สุขภาพที่ดีและแข็งแรงของลูกเท่านั้นเอง

จะรู้ได้อย่างไร..ว่าลูกเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน

บุคคลที่จะตรวจเช็คว่าลูกของคุณแม่มีน้ำหนักเกินได้ดีที่สุดก็คือคุณหมอ (หมอเด็กที่คุณพ่อคุณแม่หากันอยู่เป็นประจำนั่นแหละค่ะ) วิธีที่คุณหมอจะดูว่าลูกของคุณแม่มีน้ำหนักเกิน คุณหมอจะประเมินโดยการชั่งน้ำหนักและวัดความสูงของเด็ก แล้วนำมาเทียบกับกราฟมาตรฐานการเจริญเติบโต โดยเทียบน้ำหนักตามเกณฑ์ความสูง ในกรณีที่ไม่มีกราฟ คุณแม่ก็สามารถคำนวณด้วยตัวเองเพื่อประเมินในเบื้องต้นได้ โดยการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index)

วิธีการคำนวณหาค่า BMI ก็คือ = น้ำหนัก(กิโลกรัม) หาร [ส่วนสูง(เมตร)ยกกำลังสอง]

เช่น ลูกหนัก 9 กิโลกรัม สูง 70 ซม. : 9 / [0.70×0.70] = 18.36 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

 

เมื่อได้ค่า BMI แล้วก็สามารถเอามาเทียบค่าตามตารางนี้ได้เลยค่ะ

ตารางค่าดัชนีมวลกายอ้างอิงของเด็กอายุ 1-7 ปี

โรคอ้วน

(ที่มา นพ.ประสงค์ เทียนบุญ วารสารโภชนบำบัด พ.ศ. 2547 ปีที่ 15 ฉบับที่ 3)

อ้วนแล้วอันตรายต่อเด็กอย่างไร คลิกอ่านได้ที่หน้าถัดไป

เมื่ออ้วนแล้วมีอันตรายต่อเด็กอย่างไร

เด็กที่อ้วนจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อไปนี้

  • ไขมันในเลือดสูง และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • โรคผิวหนัง เช่น เชื้อราที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ ผดต่างๆ
  • ความผิดปกติของกระดูกและข้อ เช่น กระดูกโค้งงอ ขาโก่ง เท้าแบน ทำให้เดินลำบาก

จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนในเด็กอย่างไร

 ถ้าหากคุณแม่มีลูกที่มีน้ำหนักเกิน สิ่งสำคัญมากที่จะช่วยลดน้ำหนักให้ลูกได้ คือการให้กำลังใจ ให้ลูกได้รู้ว่ามีพ่อแม่คอยสนับสนุน คอยดูแลให้สามารถต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายไปได้ แต่ทราบกันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วโรคอ้วนสามารถป้องกันได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสร้างนิสัยการกินที่ดีให้กับลูก  ไม่ป้อนนมหรืออาหารให้ลูกมากเกินไปเมื่อลูกแสดงออกว่าอิ่มแล้ว ไม่ควรฝึกให้ลูกรับประทานอาหารรสเค็มจัด หวานจัด หรืออาหารที่มีไขมันมากๆ รวมทั้งไม่ควรให้ลูกรับประทานขนมจุบจิบที่ไม่มีประโยชน์ ทุกคนในครอบครัวต้องหันมาใส่ใจ สอนลูกหลานและคนในครอบครัวให้มีนิสัยที่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากนี้แล้วการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาพาลูก ไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคอ้วนในเด็ก สามารถส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ในระยะยาว หนึ่งในโรคที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือโรคเบาหวาน ดังนั้นแม่ควรใส่ใจเรื่องอาหารให้ลูกน้อยตั้งแต่เล็กๆ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และในกรณีที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ควรเลือกนมสูตรที่มีการปรับปริมาณโปรตีนลดลง เพราะปริมาณโปรตีนที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น คุณแม่ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกน้อยให้มากๆ การให้ลูกได้รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ในปริมาณที่เพียงพอ ทานอาหารครบ 5 หมู่ หากิจกรรมให้ลูกทำ และชวนลูกวิ่งเล่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ  60 นาทีอย่างสม่ำเสมอ  ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถปฏิบัติดังนี้ได้ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้อย่างแน่นอนค่ะ

ที่มา: Indianexpress.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

โรคอ้วน ระวังได้ตั้งแต่วัยทารก

สาเหตุโรคอ้วนในเด็ก "กินให้หมดจาน!"

TAP mobile app