โรคสมาธิสั้น (adhd) อยู่ใกล้ตัวลูกเข้าไปให้ทุกที ใกล้ชิดลูกให้มากกว่านี้เถอะ!!

lead image

ส่งผลระยะยาวแน่ ถ้าหากลูกเป็น โรคสมาธิสั้น ซึ่งแพทย์จิตเวชเผยว่า ในปี 2560 นี้เด็กไทยสมาธิสั้นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่จากแค่ทางพันธุกรรมแต่เกิดจากพฤติกรรมของเด็กที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกได้เล่นมือถือ ดูโทรทัศน์นานเกินไป

ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตจากปี 2559 พบเด็กไทยป่วยเป็น โรคสมาธิสั้น (adhd) ร้อยละ 5.38 และในปัจจุบันก็มีแนวโน้วเป็นเด็กสมาธิสั้นมากขึ้น โดยสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ และแม่ที่มีพฤติกรรมดื่มสุราและสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือการบริโภคน้อย กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แม่ขาดสารอาหาร ส่งผลให้พัฒนาการของสมองทารกบกพร่องบางส่วน มีปริมาณสารสื่อประสาทในสมองน้อยกว่าเด็กปกติ ซึ่งจะแสดงอาการตั้งแต่ก่อนอายุ 7 ขวบ และพบมากในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมี 3 กลุ่มอาการได้แก่ อาการขาดสมาธิ อาการหุนหันพลันแล่น และซนอยู่ไม่นิ่ง บางคนอาจจะไม่ซนแต่ขาดสมาธิ

โรคสมาธิสั้น (adhd) อยู่ใกล้ตัวลูกเข้าไปให้ทุกที!!

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/12/asian Little girl look smart phone 1.jpg โรคสมาธิสั้น (adhd) อยู่ใกล้ตัวลูกเข้าไปให้ทุกที ใกล้ชิดลูกให้มากกว่านี้เถอะ!!

นอกจากพฤติกรรมของแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ที่จะมีโอกาสทำให้ลูกเป็นสมาธิสั้นสูง ยังรวมถึงพฤติกรรมของลูกน้อยที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกได้ดูโทรทัศน์ ใช้สมาร์ทโฟน หรือนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ก็สามารถทำให้เด็กขาดสมาธิ หรือจดจ่อทำกิจกรรมอะไรนาน ๆ ไม่ได้ โดยเด็กจะแสดงอาการที่พบบ่อยคือ ดื้อ ซน ก่อกวนคนอื่น เรียนไม่ทันเพื่อน วอกแวก ไม่ค่อยอยู่นิ่ง รอคอยไม่เป็น ใจร้อน ทั้งหมดนี้เป็นแนวโน้มที่บ่งบอกว่าเป็นอาการ “โรคสมาธิสั้น ได้

หากเกิดโรคนี้กับลูกจะทำให้มีผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับเด็กอื่น ๆ ได้ เด็กบางคนอาจจะมีอาการซนมากและขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง ซึ่งมักพบในเด็กผู้ชาย และอาการชนิดเหม่อลอยจะพบได้ในเด็กผู้หญิง ส่วนอาการขาดสมาธิเป็นปัญหาหลักที่พบได้พอ ๆ กันทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/12/angry boy kid children.jpg โรคสมาธิสั้น (adhd) อยู่ใกล้ตัวลูกเข้าไปให้ทุกที ใกล้ชิดลูกให้มากกว่านี้เถอะ!!

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่หรือครูที่โรงเรียน สังเกตอาการของเด็กได้ว่ามีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเด็ก หากิจกรรมอื่น ๆ ให้ลูกได้ทำมากกว่าการเลี้ยงลูกด้วยมือถือหรืออยู่กับหน้าจอทีวี คอมพิวเตอร์นาน ๆ  ส่งเสริมความถนัดของเด็กให้เป็นประโยชน์ในทางที่ถูกต้อง เด็กจะมีโอกาสหายเป็นปกติได้กว่าร้อยละ 50 แต่หากไม่ได้รับการดูแลทั้งที่บ้านหรือโรงเรียนที่ดี เมื่อเติบโตขึ้นเด็กสมาธิสั้นจะมีโอกาสกลายเป็นวัยรุ่นเกเรและต่อต้านสังคมได้มากกว่าเด็กปกติ 3 – 4 เท่าตัว จะควบคุมอารมณ์ความต้องการของตัวเองได้น้อย เสี่ยงถูกชักจูงให้ใช้สารเสพติดได้ง่าย จะเกิดเป็นปัญหาต่อครอบครัวและสังคมในอนาคตนะคะ.


ที่มา : www.tnnthailand.com

บทความใกล้เคียงที่น่าสนใจ :

โรคสมาธิสั้นของลูกเรื่องยาวของแม่

ลูกซนแค่ไหน ถึงจะเรียกว่า สมาธิสั้น

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!