โรคสมาธิสั้นของลูกเรื่องยาวของแม่

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ถ้าคุณแม่สังเกตว่าลูกในวัยเรียนอายุประมาณ 7-12 ปีมีความซน วอกแวก ไม่ค่อยอยู่นิ่ง รอคอยไม่เป็น ใจร้อน ไม่มีสมาธิ หรือจดจ่อทำกิจกรรมอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ทั้งหมดนี้อาจเป็นแนวโน้มของอาการ “โรคสมาธิสั้น”

โรคสมาธิสั้น หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ADHD “Attention deficit/ hyperactivity disorder” คือ กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับเด็กอื่น ๆ โดยจะมีอาการหลักคือ การควบคุมตนเองไม่ได้หรือคุมสมาธิไม่ได้ มีอาการซนอยู่ไม่นิ่งและหุนหันพลันแล่น เด็กบางคนอาจจะมีอาการซนและขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง ซึ่งมักพบในเด็กผู้ชาย และอาการชนิดเหม่อลอยจะพบได้ในเด็กผู้หญิง ส่วนอาการขาดสมาธิเป็นปัญหาหลักที่พบได้พอ ๆ กันทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

โรคสมาธิสั้น

การรักษาโรคสมาธิสั้นสามารถทำได้ด้วยการรักษาทางยา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและช่วยเหลือด้านจิตใจของเด็ก หรือการช่วยเหลือทางด้านการเรียนที่ทั้งพ่อแม่และครูสามารถช่วยได้

คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า “ทุกขั้นตอนของพัฒนาการมีเวลาวิกฤต อาจจะยาก แต่ทำได้” ขอให้คุณแม่เข้าใจและใช้ความอดทนเมื่อต้องเจอกับลูกในภาวะสมาธิสั้น

1. ทำความเข้าใจว่า “เด็กสมาธิสั้น เรียนรู้โลกด้วยการวิ่งรอบ ๆ สิ่งที่เขาอยากจะรู้” ความหมายของสำนวนเรียนรู้ด้วยการวิ่งรอบ ๆ หมายถึงลูกจะไม่อยู่นิ่ง ชนนั่นนี่ล้ม ซึ่งคุณแม่ก็อย่าไปถือสาหรือแสดงอาการหงุดหงิดใส่ลูก ควรหาให้พบก่อนลูกว่าเขาต้องการอะไร อยากทำอะไร หรืออยากเล่นอะไร ให้ช่วยเหลือเขา และต้อง “รักเขาแบบที่เขาเป็น”

2.กำหนดขอบเขต ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กอะไรก็ตาม ขอบเขตที่ต้องขีดเสมอคือ สถานที่ และ เวลา เป็นกติกาที่แม่จะกำหนดกับลูกล่วงหน้า นั่นคือเล่นได้เฉพาะบริเวณนี้ และเข็มยาวจากตรงนี้ถึงตรงนี้ เท่านั้น และไม่ลืมที่จะให้รางวัลทุกครั้งที่ลูกสามารถทำตามขอบเขตได้

3.เมื่อแม่ขีดขอบเขตให้ลูกแล้วก็ปล่อยให้เขาได้อยู่ในอาณาเขตของเขา และดูแลขอบเขตของลูกให้ปลอดภัยด้วยการนำข้าวของที่สามารถแตกหักเสียหายออกนอกบริเวณให้หมด

4.การให้ลูกได้เล่นยังเป็นวิธีพื้นฐาน

·       พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ ให้ลูกได้วิ่งเล่น ดนตรี กีฬา ปีนป่าย หากิจกรรมที่ลูกชอบ เพื่อได้ระบายพลัง

·       พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เล่นทราย ระบายสี ดินน้ำมัน ต่อบล๊อกไม้ ฯลฯ ที่ลูกชอบ

·       งานบ้านที่ลูกสามารถทำได้บ้างระหว่างทำ เช่นล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า ขัดห้องน้ำ

เป้าหมายของกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ผลสำเร็จว่าลูกทำได้หรือทำแล้วเรียบร้อย แต่เป็นการหาเรื่องเพื่อชื่มชมที่ลูกมีความตั้งใจและจดจ่อในสิ่งที่เขาทำได้

อยากรู้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมีโอกาสหายเมื่อโตขึ้นหรือไม่ >>

สมาธิสั้น สุขภาพ อาการพิเศษ