โรคมือเท้าปาก ระบาดหนักโคราชและขอนแก่น!

โรคมือเท้าปาก ระบาดหนักโคราชและขอนแก่น!

ศูนย์ข่าวขอนแก่นและศูนย์ข่าวนครราชสีมา ออกเตือน เมื่อโรคมือเท้าปากระบาดหนักในเขตพื้นที่

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน โรคที่ผู้ปกครองทุกคนต่างหวาดผวามากที่สุด คงหนีไม่พ้น "โรคมือเท้าปาก" ที่พบมากในเด็กทารกและเด็กเล็กระดับชั้นอนุบาล ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายเพียงไอจาม การสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ป่วยโดยตรง หรือทางอ้อม เช่นสัมผัสผ่านของเล่น มือผู้เลี้ยงดู น้ำและอาหารที่ปนเชื้อ

ซึ่งจากสถิติการรายงานของศูนย์ข่าวของจังหวัดขอนแก่นพบว่า มีเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากแล้วมากกว่า 400 ราย (นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม 2559) เช่นเดียวกันกับศูนย์ข่าวของจังหวัดนครราชสีมาก็ได้มีรายงานว่า พบเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้มากแล้วถึง 1,500 ราย

จึงวอนขอให้ศูนย์เด็กเล็ก ครู พี่เลี้ยง รวมถึงผู้ปกครอง จงหมั่นสังเกตอาการของเด็กให้ดี หากพบอาการน่าสงสัย ให้รีบพาลูกหลานไปพบแพทย์ทันที

โรคมือเท้าปาก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก

1. โรคมือเท้าปาก เป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้อีก

โรคมือเท้าปากต่างกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น หัด หรืออีสุกอีใส ที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์เดียว เมื่อเป็นแล้วมักจะไม่เป็นซ้ำอีกเพราะร่างกายมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคไว้ แต่โรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มที่เรียกว่า เอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) ได้หลายชนิด หลายสายพันธุ์ แล้วทำให้แสดงอาการออกมาคล้ายกัน เช่น คอกแซคกีไวรัส เอนเตอโรไวรัส 71 ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่ง อาจไม่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่น แม้จะจัดว่าอยู่ในกลุ่มของเอนเตอโรไวรัสเช่นเดียวกัน จึงสามารถเป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก โดยเฉพาะถ้าเกิดจากเชื้อไวรัสต่างชนิดกันค่ะ

2. โรคมือเท้าปากมีอาการได้ทั้งแบบรุนแรงและไม่รุนแรง

ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่ มักจะมีอาการไม่รุนแรง อาจมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้ ก็ได้ มีแผลในปากเหมือนแผลร้อนในที่บริเวณริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้น ด้านหลังของคอหอย กระพุงแก้ม มีผื่นสีแดง หรือตุ่มน้ำ บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า อาจพบที่หลังเท้าหรือก้นได้ด้วย ผื่นหรือตุ่มน้ำเหล่านี้จะหายไปภายในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อาจมีอาการหนัก ดูซึม กินไม่ได้ อยู่เพียง 2-3 วัน จากนั้นจะดีขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์

แต่มีผู้ป่วยโรคมือเท้าปากจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 ที่อาจมีอาการรุนแรงเพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบ ประสาท โดยมีการอักเสบของก้านสมอง ทำให้เกิดภาวะการหายใจและระบบไหลเวียนของโลหิตล้มเหลว ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากภาวะปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด และภาวะช็อก โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ อาจไม่ต้องมีผื่นแบบโรคมือเท้าปากจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นก็ได้

นอกจากนี้โรคมือเท้าปากจากเชื้อคอกแซคกีไวรัส เอ16 ก็อาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงจากภาวะแทรกซ้อน คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และภาวะช็อกได้ แต่พบได้น้อยกว่าเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 มาก

3. หากมีการระบาดของโรคมือเท้าปากเกิดขึ้นอาจต้องมีการปิดโรงเรียน

หากลูกเป็นโรคมือเท้าปากคุณพ่อคุณแม่ควรรีบแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ เพราะหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้นหลายราย โรงเรียนจะพิจารณาปิดชั้นเรียนที่มีการระบาดนั้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือหากมีการระบาดเกิดขึ้นในหลายชั้นเรียน ควรปิดทั้งโรงเรียน เพื่อหยุดการระบาด

4. โรคมือเท้าปากไม่มียารักษาจำเพาะ

เนื่องจากโรคนี้ไม่มียารักษาจำเพาะ หลักการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่ เช็ดตัวลดไข้ ทานยาลดไข้ หยดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก ที่สำคัญคือการสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ซึมลง อาเจียนเยอะ ปวดหัวมาก พูดจาสับสน หายใจดูเหนื่อยๆ ชีพจรเบาเร็ว ปลายมือปลายเท้าดูซีดเย็น ต้องรีบนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิดทันทีนะคะ

5.ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก

ในปัจจุบันยังไม่วัคซีนสำหรับเชื้อเอนเตอโรไวรัสอันเป็นสาเหตุของโรคมือ เท้าปาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือสำหรับการป่วยด้วยเชื้อนี้ใน ช่วงที่มีการระบาดทุกๆปีค่ะ

ที่มา: Manager Online และ Korattimes

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ป้องกันลูกจากโรคมือเท้าปาก

มือเท้าปากติดง่าย แค่เล่นของเล่นเด็กในโรงพยาบาล

TAP mobile app

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner