คิดว่าเป็นลมพิษ ที่แท้ พยาธิชอนไชผิวหนัง! ประสบการณ์น่าขนลุก โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

lead image

อันตรายไหมโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง อาการโรคพยาธิ ประสบการณ์น่าขนลุก ที่ไม่มีใครอยากเจอ

โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง คืออะไร อาการโรคพยาธิ เป็นแบบไหน คันหรือเปล่า จะรู้ตัวได้อย่างไร

 

พยาธิชอนไชใต้ผิวหนัง 

คุณแม่ท่านหนึ่งได้โพสต์เล่าประสบการณ์เป็นโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง พร้อมโพสต์รูปให้เห็นกันชัด ๆ โดยรูปแรกเป็น 3 วันแรกที่ผื่นขึ้น จนเข้าใจว่าเป็นลมพิษ แต่สังเกตได้ว่า ผื่นมาขึ้นทุกวัน คันมาก และเป็นเส้นแนวดิ่ง

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง1.jpg คิดว่าเป็นลมพิษ ที่แท้ พยาธิชอนไชผิวหนัง! ประสบการณ์น่าขนลุก โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

พยาธิชอนไชผิวหนัง อันตรายไหม อาการโรคพยาธิ อาการของพยาธิผิวหนัง 

 

รูปต่อมา ที่เห็นว่าหันหลังนั้น เป็นอาการ 14 วัน หลังจากที่พยาธิชอนไช

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/09/โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง2.jpg คิดว่าเป็นลมพิษ ที่แท้ พยาธิชอนไชผิวหนัง! ประสบการณ์น่าขนลุก โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

พยาธิชอนไชผิวหนัง อันตรายไหม อาการโรคพยาธิ อาการของพยาธิผิวหนัง 

 

หลังจากที่ตรวจที่โรงพยาบาล คุณหมอสันนิษฐานว่าเป็น Larva พยาธิไช และในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา คุณหมอก็ให้ยาฆ่าพยาธิ มาอีก 2 ชนิด เอาให้มันสิ้นซาก

“ระวังด้วยนะคะ ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มันขยะแขยง และคันมาก แต่เกาไม่ได้”

ส่วนที่ว่ามันไชได้อย่างไรมาจากไหน ก็ไม่ทราบเลย แต่มันเป็นวันที่ไปเที่ยว ก็ไม่รู้ว่ามันไชก่อนไปเที่ยว ก็ไม่ทราบจริง ๆ ปกติก็ไม่เลี้ยงหมาแมว อาจจะโดนไม่รู้ตัว แต่ไม่ได้เกิดจากความสกปรกนะคะ

คุณแม่เล่าเพิ่มเติมว่า ไม่ทราบสาเหตุว่าพยาธิเข้ามาทางไหน เพราะไม่ได้เลี้ยงหมาหรือแมว เหตุเกิดในตอนเช้า ขณะกำลังขนของกลับชลบุรี ก็รู้สึกคันหลังขึ้นมา เลยให้แม่ของตนดูให้ เพราะนึกว่าเป็นลมพิษ แม่ของตนบอกว่า ลักษณะเป็นผื่นบวมขึ้นมาคงไม่มีอะไร เลยไม่ได้สนใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันยาวขึ้นเรื่อย ๆ พอดีกับที่พ่อของตนป่วย ต้องพามาหาหมอ เลยได้ตรวจอาการ และทราบว่าเป็นโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง หลังจากที่เกิดขึ้นได้ 7 วัน ตอนนี้ไม่มีรอยบวมแดงแล้ว ตั้งแต่คุณหมอจัดยาให้ทาน อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ

ทางทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ขอขอบคุณคุณแม่ที่มาแบ่งปันประสบการณ์นะคะ 

 

โรคพยาธิชอนไชผิวหนังคืออะไร

ข้อมูลจากร.ศ.พ.ญ. กัญญารัตน์ กรัยวิเชียร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผ.ศ.พ.ญ. จิตติมา ฐิตวัฒน์ คณะเวชศาสคร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง (Cutaneous larva migrans) ว่า คือโรคผิวหนังที่เกิดจากพยาธิตัวกลมระยะตัวอ่อน (ส่วนมากเป็นพยาธิปากขอหรือพยาธิเส้นด้าย) ของสัตว์ พยาธิระยะตัวอ่อนจะไชไปตามผิวหนัง ชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดผื่นมีลักษณะเป็นเส้นนูนสีแดงคดเคี้ยวใต้ผิวหนังตาม ทางที่ พยาธิไชผ่าน เนื่องจากคนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่พยาธิเจริญเติบโต พยาธิตัวอ่อนจึงเดินทางไปตามเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังโดยไม่สามารถเจริญเป็นระยะตัวแก่ในร่างกายคนได้ จนในที่สุดพยาธินั้นจะตายไปเอง พยาธิสภาพและอาการแสดงทางผิวหนังจะเป็นอยู่นานจนกว่าพยาธิจะถูกทำลายโดยภูมิคุ้มกันหรือได้รับยาฆ่าพยาธิ โรคนี้พบมากในเขตร้อน เช่น ทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปอาฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ เป็นต้น

ปรสิตที่เป็นสาเหตุโรคพยาธิชอนไชผิวหนังคือ

  1. พยาธิปากขอของแมวและสุนัข Ancylostoma braziliense (พบบ่อยที่สุด), A. caninum, A. ceylanicum, A. tubaeforme, Uncinaria stenocephala, Bunstomum phlebotomum
  2. พยาธิเส้นด้ายของสัตว์ Strongyloides papillosus (พยาธิของแพะ แกะ วัว), S. westeri (พยาธิของม้า)

การติดต่อของโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

พยาธิตัวอ่อนระยะติดต่อที่อยู่ที่พื้นดินชื้นแฉะไชเข้าผิวหนังของคนที่เดินเท้าเปล่าหรืออาจจะติดตามตัวทาก หรือเข้าตามผิวหนังของเด็กที่นั่งเล่นตามพื้นดินหรือทรายโดยสามารถไชผ่านเสื้อผ้าบาง ๆ เช่นชุดว่ายน้ำได้

กลไกการเกิดโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

พยาธิระยะตัวอ่อนจะหลั่งเอ็นไซม์เพื่อไชผ่าน ผิวหนังปกติ ผิวหนังที่เป็นแผล หรือไชเข้ามาตามรูขุมขน มาอยู่ในชั้นหนังกำพร้า แต่ไม่สามารถไชผ่านหนังแท้ได้ หลังจากนั้น 2-3 ชั่วโมง ผิวหนังบริเวณนั้นจะเกิดการอักเสบ ต่อมาอีก 2-3 วันพยาธิตัวอ่อนจะเริ่มเคลื่อนที่ไปใต้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ผิวหนังจะมีการอักแสบ บวมน้ำ มีเม็ดเลือดขาวมาคั่งอยู่

ลักษณะของผื่นโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

ผู้ป่วยจะเกิดผื่นหลังจากตัวอ่อนไชผ่านผิวหนังเข้ามาประมาณ 2- 50 วัน ตอนแรกจะเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดงก่อน เมื่อพยาธิเริ่มเคลื่อนที่โดยการไชจะเห็นผื่นเป็นเส้นนูนสีแดงกว้าง 2-3 มิลลิเมตรคดเคี้ยวไปมาผื่นอาจมีความยาวได้ถึง 15-20 ซม. ตัวอ่อนของพยาธิเคลื่อนที่ได้วันละ 2-3 มิลลิเมตร จนถึงหลายเซนติเมตร อาจเกิดตุ่มน้ำตามแนวที่พยาธิไชอาจมีผื่นเกิดขึ้นหลายแห่งพร้อมกัน ผื่นมักพบบริเวณที่ผิวหนังที่สัมผัสกับดินโดยตรงคือมือ เท้า ในเด็กเล็กอาจพบผื่นที่ก้น อาการร่วมที่สำคัญคือต้องมีอาการคันอย่างมาก อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

การวินิจฉัยโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

  1. การวินิจฉัยใช้อาการแสดงทางคลินิกและประวัติเป็นหลัก
  2. การตรวจเลือดอาจพบมีเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil สูงขึ้น
  3. การตรวจ น้ำเหลืองพบมีระดับ IgE สูงขึ้น
  4. การตัดชิ้นเนื้อเพื่อให้พบตัวอ่อนของพยาธิทำได้ยากเนื่องจากพยาธิมีขนาดเล็กมากและเคลื่อนที่เร็ว ตำแหน่งที่ตัด
    ชิ้นเนื้อที่มีโอกาสพบตัวพยาธิมากที่สุดคือบริเวณห่างจากจุดสุดท้ายที่เกิดผื่นเล็กน้อย

การรักษาโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

ถ้าไม่รักษาผื่นอาจหายได้เองภายใน 4 สัปดาห์- 2 ปี ยาที่ใช้รักษา คือ

  1. Ivermectin รับประทานครั้งเดียว หาย 81-100%
  2. ยาทา Thiabendazole ทาบริเวณผื่นวันละ 2-4 ครั้งนาน 2 สัปดาห์ให้ผลการรักษาดีเท่าการรับประทานยา
    ivermectin
  3. Thiabendazole รับประทานวันละหนึ่งครั้งนาน 2 วัน หายประมาณ 68-84% เนื่องจากมีผลข้างเคียงมาก
    คือ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะจึงไม่ค่อยนิยมใช้
  4. Albendazole รับประทานวันละหนึ่งครั้งนาน 3 วัน หายประมาณ 46-100%

การป้องกันโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง

  • อย่าเดินเท้าเปล่า นั่งหรือใช้มือสัมผัสดินที่สงสัยว่าปนเปื้อนมูลสัตว์
  • ถ่ายพยาธิในแมวและสุนัขเพื่อไม่ให้มีการแพร่ปรสิตสู่ดิน

ที่มา : http://www.tm.mahidol.ac.th/hospital/index-th.php

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทารก พ่อแม่ควรทำอย่างไรไม่ให้ลูกเป็นเด็กป่วยง่าย

อุทาหรณ์! ลูกถ่ายเป็นมูกเลือด อย่านิ่งนอนใจ เสี่ยงป่วยลำไส้กลืนกัน

60 วันแรกในท้องแม่ ทารกในครรภ์มีรูปร่างอย่างไร พ่อแม่อยากเห็นไหม?

วิธีลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ลมในท้องเยอะ คนท้องควรทำอย่างไร

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!