สังเกตุตัวเองให้ดี 13 สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่แม่แค่เครียด

lead image

คุณแม่ทราบไหมคะว่า โรคอะไรที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ถูกต้องแล้วละค่ะ "โรคซึมเศร้าหลังคลอด" นั่นเอง

โรคซึมเศร้าหลังคลอด

13 สัญญาณเตือน โรคซึมเศร้าหลังคลอด แม่ไม่ใช่แค่เครียด แม่ไม่ได้ดราม่าไปเอง สังเกตอาการให้ดี ถ้าเป็นแบบนี้ต้องไปหาหมอ

 

แม่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด อีกสาเหตุของการฆ่าตัวตายของคุณแม่หลังคลอด

หลายครั้งต่อหลายครั้ง ที่เรามักจะได้ยินและได้ฟังเกี่ยวกับสาเหตุการฆ่าตัวตาย หรือสาเหตุการตายของทารกแรกเกิด ที่ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากโรคชนิดหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่า "โรคซึมเศร้าหลังคลอด" 

อาการซึมเศร้า หลังคลอด

อย่างเคสที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อนนั้น ที่มีคุณแม่วัย 32 ปีตัดสินใจฆ่าตัวตายเนื่องจากอาการซึมเศร้าดังกล่าว หลังจากที่คุณแม่ท่านนี้คลอดลูกได้สองเดือน ก็เอาแต่เก็บตัวและขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่พูดจาและไม่สุงสิงกับใคร เมื่อคนในครอบครัวพาไปรักษาก็ไม่ดีขึ้น มาพบอีกทีก็กลายเป็นศพเสียแล้ว

เป็นที่น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่มักมองว่า โรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้น ไม่ใช่โรคที่เป็นเรื่องใหญ่อะไร แต่หารู้ไม่ว่า โรคดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดบุตรมากถึงเกือบร้อยละ 20 เลยละค่ะ โดยองกร์กร Postpartum Progress กล่าวว่า คุณแม่บางคนอาจจะเป็นเพียงไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ แต่บางคนที่เป็นมากหน่อย ก็มีโอกาสที่จะเป็นนานเป็นปีเลยก็มี

 

ทำความรู้จักกับ โรคซึมเศร้าหลังคลอด

อาการของคุณแม่ที่เป็นโรคนี้นั้น จะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น รู้สึกสิ้นหวัง รู้สึกผิด เหนื่อยล้า ไม่มีความสุข รู้สึกโดดเดี่ยว วิตกกังวล เป็นต้น

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ก็ได้แก่

  • คุณแม่เคยมีประวัติการสูญเสียลูก
  • มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
  • มีปัญหาเรื่องสุขภาพ
  • แม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรอยาเสพติด
  • การอดนอนหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอรโรนและเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ และลดต่ำลงอย่างมากในช่วง 2-3 วันหลังคลอด จึงส่งผลต่ออารมณ์ของแม่หลังคลอด

 

วิธีที่จะช่วยให้อาการดังกล่าวดีขึ้นก็คือ คุณแม่ควรที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่ตั้งครรภ์ พยายามลดระดับความเครียดลง และยินดีให้คนรอบข้างช่วยแบ่งเบาภาระ เมื่อคุณรู้สึกว่ามีคนรอบข้างคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือ เวลาที่คุณมีลูกคุณก็จะมั่นใจว่ามีคนรอบข้างที่คอยอยู่เคียงข้างคุณ แต่ถ้าหากคุณรู้สึกวิตกกังวล หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังแย่ก็ควรปรึกษาคุณหมอนะคะ

จะเห็นได้ว่าอาการซึมเศร้าหลังคลอดนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโรคนี้เมื่อลูกมีอายุได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือไม่ก็หลังจากที่ลูกมีอายุหลายเดือนแล้วก็ได้ ดังนั้นนอกจากคุณแม่จะต้องคอยสังเกตอาการของตัวเองแล้ว คนในครอบครัวโดยเฉพาะคุณสามี ก็ควรสังเกตอาการดังกล่าวของภรรยาด้วยเช่นกันนะคะ

ที่มา: Postpartum Progress และ CTV News

 

วิธีสังเกตตัวเอง 13 สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าหลังคลอด

โดยทั่วไปความรู้สึกซึมเศร้าหลังคลอด (postnatal depression) จะเกิดขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด แต่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจนกว่าลูกของคุณจะถึงวัยเตาะแตะ และมีแนวโน้มที่จะประสบภาวะเช่นนี้มากขึ้น หากคุณหรือคนในครอบครัวของคุณมีประวัติซึมเศร้าหรือโรค ทางอารมณ์มาก่อน ความรู้สึกเช่นนี้จะมีผลกับบุคคลต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่มี อาการบางอย่างที่คุณสังเกตได้ เช่น

  1. ตื่นตระหนกหรือหวั่นกลัวโดยเฉพาะเรื่องลูก เรื่องอนาคต อาจมีพฤติกรรมหวงลูกมากหรือไม่ให้คนอื่นแตะต้องลูก
  2. รู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลาเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของตัวคุณ เองและคนรอบข้าง
  3. ร้องไห้บ่อย โดยไม่มีสาเหตุชัดเจนหรือไม่มีเหตุการณ์กระตุ้น
  4. อยากนอนอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เคยรู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  5. หลับยากหรือมีปัญหาการนอน เบื่ออาหารหรือมีปัญหาการกิน
  6. รู้สึกเหมือนกับว่าคุณต้องทำเป็น ‘ไม่กลัว’ ต่อหน้าคนอื่นๆ
  7. ไม่สามารถพูดถึงการคลอดลูกได้ หรือพูดเรื่องนี้ไม่หยุดเพราะรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้
  8. รู้สึกว่าตนเองเป็นแม่ที่ไม่ดี
  9. รู้สึกหมดหวังตลอดเวลา
  10. แยกตัว ปฏิเสธการเข้าสังคมหรือการพูดคุยตามปกติ
  11. รู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย เช่น เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ปวดศีรษะ วิงเวียน เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆและแน่นท้อง
  12. คิดว่าคุณไม่ผูกพันกับลูกหรือไม่มีความรู้สึกใดๆกับลูก
  13. ไม่รับรู้เรื่องเวลา และไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างสองสามนาทีกับสองสามชั่วโมง

ที่มา : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต

สนับสนุนโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

อุทาหรณ์! แม่วัยรุ่นปลิดชีพตนเองเหตุจากโรคซึมเศร้าหลังคลอด

ลูกจะเป็นอย่างไร หากแม่เป็นโรคซึมเศร้า

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth