โรคชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย กำลังระบาด พ่อแม่สังเกตอาการลูกให้ดี!!

โรคชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย กำลังระบาด พ่อแม่สังเกตอาการลูกให้ดี!!

โรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya) โรคติดต่อที่กำลังระบาดทั้งทางภาคเหนือ และทางภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกชุก พ่อแม่ระวังลูกน้อยให้ดี

โรคชิคุนกุนยา กำลังระบาด

โรคชิคุนกุนยา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย กำลังระบาดอย่างนักที่จังหวัดลำพูน ตอนนี้พบผู้ป่วยแล้ว 171 คน แยกเป็นผู้ป่วยที่ยืนยันเชื้อแล้ว 4 ราย ผู้ป่วยเข้าข่าย 163 ราย ผู้ป่วยสงสัย 4 ราย อายุต่ำสุด 7 เดือน อายุสูงสุด 85 ปี ในพื้นที่อำเภอป่าซาง แม่ทา และเมืองลำพูน

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือชิคุนกุนยาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มิถุนายน 2562 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยทั้งหมด 3,794 ราย จาก 27 จังหวัด พบการระบาดทางภาคใต้มากสุด สำหรับพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน

โรคชิคุนกุนยาคืออะไร

โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคที่มียุงลายสวย (Aedes albopictus) และยุงลายบ้าน (Aedes aegypti)  เป็นพาหะนำโรค และสามารถติดต่อกันได้ วิธีการติดต่อ จะเริ่มจากที่ยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัดทำให้คนนั้นติดโรคได้ จึงเกิดเป็นโรคติดต่อค่ะ

ลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา
  • ระยะฟักตัวของโรคโดยทั่วไปประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน
  • มีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2 – 4 เป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก และอยู่ในระยะติดต่อ
  • มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย และอาจมีอาการคันร่วมด้วย
  • มีตาแดง แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่
  • มีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดง อักเสบและเจ็บ อาจพบอาการปวดกล้ามเนื้อด้วย (จะยิ่งเห็นชัดในผู้ใหญ่)
  • ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา
  • มีเลือดออกตามผิวหนัง
โรคชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย

โรคชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย

วิธีการรักษาโรคชิคุนกุนยา

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะโรคนี้โดยตรง เนื่องจากโรคนี้มักหายเอง ทางที่ดีที่สุด คือ ต้องรักษาตามอาการค่ะ ซึ่งอาจบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคนี้ได้ด้วยการดื่มน้ำเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงรับประทานยาเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น เช่น ยาพาราเซตามอล ยาไอบูโพรเฟน ยานาพรอกเซน เป็นต้น ห้ามทานยาแอสไพรินหรือยาต้านการอักเสบจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่ได้เป็นไข้เลือดออก เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกผิดปกติ และโรคนี้ในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่

การวิธีป้องกันโรคชิคุนกุนยา
  • ระวังไม่ให้ยุงกัด โดยใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว
  • ใช้ยาไล่เเมลงหรือยาจุดกันยุงที่อาจช่วยป้องกันยุงภายในอาคารได้
  • อยู่ในห้องที่มีประตูและหน้าต่างมุ้งลวด หรือห้องปิดสนิทที่มีเครื่องปรับอากาศ
  • เด็กเล็ก ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่นอนกลางวัน ควรนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงกัด
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น แหล่งน้ำขังตามธรรมชาติ ภาชนะที่มีน้ำขัง เป็นต้น
  • ในสถานที่ที่มีการแพร่กระจายของโรค อาจพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่ายุงและลูกน้ำยุงลายตามแหล่งน้ำที่พบยุงชุกชุม
ความแตกต่างระหว่างไข้เลือดออก กับโรคชิคุนกุนยา
  • ชิคุนกุนยา จะเกิดไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกว่าในไข้เลือดออก
  • ชิคุนกุนยามีระยะของไข้สั้นกว่าในไข้เลือดออก
  • ชิคุนกุนยาจะพบจุดเลือดที่ผิวหนัง ทั้งที่เกิดเอง และจากการทดสอบได้น้อยกว่าไข้เลือดออก
  • ไม่พบผื่นหายในไข้ชิคุนกุนยาเหมือนในไข้เลือดออกที่มีลักษณะวงขาว ๆ
  • พบผื่นแดงแบบปื้นแดง ๆ และตาแดงในชิคุนกุนยาได้บ่อยกว่าไข้เลือดออก
  • พบอาการปวดตามเนื้อตัว ปวดตามข้อ ในชิคุนกุนยาได้บ่อยกว่าในไข้เลือดออก
  • ชิคุนกุนยาจำทำให้เกิดไข้สูงฉับพลัน จึงพบการชักร่วมกับไข้สูงได้ถึง 15% ซึ่งสูงกว่าในไข้เลือดออกถึง 3 เท่า
โรคชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย

ชิคุนกุนยา โรคร้ายที่มาจากยุงลาย

โรคไข้เลือดออกเป็นอย่างไร

โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัส “เด็งกี่ (Dengue)” มียุงลายเป็นหานะนำโรคเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นโรคอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยทั่วไปแล้วโรคไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัส มีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เด็งกี่-1 เด็งกี่-2 เด็งกี่-3 และเด็งกี่-4 หากร่างกายได้รับเชื้อไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ป่วยเป็นไข้เลือดออกได้ แกต่ถ้าเคยได้รับเชื้อจากสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง  ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานสายพันธุ์นั้นขึ้นมา และจะไม่ติดเชื้อสายพันธุ์นั้นอีกเลย เว้นแต่จะเป็นเพราะสายพันธุ์อื่น

ลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
  • หลังจากถูกยุงกัด เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยใช้ระยะฟักตัว 5-8 วัน โดยที่สั้นสุด 3 วัน นานสุด คือ 15 วัน
  • มีไข้สูงไม่บด 2-7 วัน
  • มีไข้ ตัวร้อน ไอ คลื่นไส้ เวียนหัว คล้ายไข้หวัด
  • บางรายมีอาการความดันโลหิตต่ำ อ่อนเพลีย
  • อาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามข้อ ปวดตามกระดูก ปวดตา ตาพร่า
  • อาจมีอาการท้องเสีย
  • พบว่ามีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้
  • มีเลือดออก (กรณีอาการถึงขั้นรุนแรง) เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟันอาจถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด
  • อาจมีอาการรุนแรง หรือเรียกว่า ภาวะช็อก

ที่มา: chiangmainews, pobpad, honestdocs

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ระวังเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก กรมควบคุมโรคเตือนพ่อแม่ ดูแลลูก 1-3 ปี สังเกตอาการโรคมือเท้าปาก

โรคหน้าฝน โรคที่มากับฤดูฝน ฝนตก ลูกเสี่ยงป่วยง่าย โรคไหนที่ต้องระวังในหน้าฝน โรคหน้าฝนในเด็ก

อาร์เอสวี เชื้อไวรัสร้าย ทารก เด็กเล็ก ติดเชื้อไวรัส RSV ได้ง่ายช่วงหน้าฝน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri

app info
get app banner