โรคที่พ่อแม่ควรทำความรู้จัก : โรคคาวาซากิคืออะไร?

โรคที่พ่อแม่ควรทำความรู้จัก : โรคคาวาซากิคืออะไร?

“โรคคาวาซากิ” เป็นโรคที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความรู้จักอีกโรคหนึ่ง เพราะเด็กที่เป็นโรคนี้แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะมีโอกาสเกิดหลอดเลือดแดงหัวใจโป่งพอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ค่ะ

โรคคาวาซากิ

น้องปุ๊ก (ชื่อสมมติ) อายุ 4 ปี มีไข้สูง ต่อมามีผื่นแดงคล้ายลมพิษแต่ไม่คัน ตาแดงทั้งสองข้างไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแห้งแดง ลิ้นแดงเป็นตุ่ม ๆ คล้ายผิวสตรอเบอร์รี่ ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ท้องเสีย มา 7 วัน ต่อมามีไข้เริ่มลด และมีการลอกของผิวหนังที่บริเวณนิ้วมือและนิ้วเท้า ไปรับการักษาตัวที่โรงพยาบาล คุณหมอเจาะเลือดพบว่ามีเม็ดเลือดขาวสูง แต่ไม่พบการติดเชื้อ อาการของน้องปุ๊กเข้าได้กับ “โรคคาวาซากิ”

โรคคาวาซากิคืออะไร?

โรคคาวาซากิเป็นโรคที่มีการอักเสบของหลอดเลือดแดงขนาดกลาง โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงหัวใจ ทำให้เกิดการสูญเสียโครงสร้างที่แข็งแรงของหลอดเลือดแดง ผนังของหลอดเลือดโป่งพอง จนเกิดการอุดกั้นของหลอดเลือดจากก้อนลิ่มเลือดที่แข็งตัว ทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เมื่อเวลาผ่านไป จะทำให้หลอดเลือดแดงนั้นอุดตันในที่สุด

โรคนี้พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง และอายุเฉลี่ยน้อยกว่า 4 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ปี พบบ่อยที่สุด

โรคคาวาซากิมีสาเหตุเกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของโรคคาวาซากิ แต่สันนิษฐานว่าโรคนี้น่าจะเกี่ยวกับการติดเชื้อหรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิต้านทานผิดปกติ ทำให้มีการอักเสบของหลอดเลือดเกิดขึ้น

อาการและอาการแสดงของโรคคาวาซากิเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคคาวาซากิจะมีอาการไข้สูง นาน 1-2 สับดาห์, มีผื่นขึ้นตามตัวและแขนขาหลังจากมีไข้ 2-3 วัน ลักษณะผื่นมีได้หลายแบบ ไม่คัน, ตาแดง โดยที่ตาขาวจะแดงโดยไม่มีขี้ตา เกิดหลังมีไข้ประมาณ 1-2 วัน, ริมฝีปากแดง, แห้ง, ลิ้นจะแดงคล้ายลูกสตรอเบอร์รี่ , ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ไม่เจ็บ ต่อมาจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณปลายของเล็บมือและเท้า หลังมีไข้มากกว่า 1 สัปดาห์, มีต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณคอโตข้างเดียวหรือสองข้างของลำคอก็ได้ โดยมีขนาดเกินกว่า 1.5 เซนติเมตร

นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการแสดงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ท้องเสีย, ปวดข้อ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดขาวมากผิดปกติแต่ไม่ติดเชื้อ ได้
ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคนี้คือการอักเสบหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ โดยหลอดเลือดหัวใจอาจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ จนเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยง และเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้

หากสงสัยว่าลูกเป็นโรคคาวาซากิคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร?

หากลูกมีอาการที่เข้าได้กับโรคนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดหัวใจค่ะ โดยคุณหมอจะทำการซักถามประวัติ และตรวจร่างกายเพื่อสืบหาอาการและอาการแสดงที่เข้าได้กับโรคตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ร่วมกับการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และปรึกษาคุณหมอโรคหัวใจเพื่อตรวจหัวใจด้วยวิธี echocardiogram

แนวทางการรักษาโรคคาวาซากิเป็นอย่างไร?

เมื่อคุณหมอให้การวินิจฉัยว่าอาการเข้าได้กับโรคนี้ จะรีบให้การรักษาด้วยยาอิมมูโนโกลบูลินชนิดฉีด (intravenous immunoglobulin, IVIG) เพื่อลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจและหลอดเลือด ร่วมกับให้ทานยาแอสไพริน โดยถ้าผู้ป่วยมีเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง จะต้องให้ติดต่อไปนานจนกว่าจะกลับเป็นปกติ และคุณหมอจะนัดมาตรวจหัวใจซ้ำเป็นระยะ

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกเป็นโรคนี้ควรไปพบคุณหมอตามกำหนดนัดหมายอย่างสม่ำเสมอนะคะ

ไอเสียงก้อง หายใจลำบาก สัญญาณเตือนโรคครูปในเด็ก

ลูกมีน้ำมูกเรื้อรัง…เกิดจากไซนัสอักเสบได้หรือไม่?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner