100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 93 แสงแดด ดีต่อแม่ท้องอย่างไร

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 93  แสงแดด ดีต่อแม่ท้องอย่างไร

คุณแม่ทราบไหมคะว่า แสงแดด มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าที่คุณแม่คิด และ แสงแดด ยังช่วยทำให้ตัวคุณแม่และลูกน้อยในท้องแข็งแรงอีกด้วย

รับแดดอย่างไรให้ได้ประโยชน์ ? 

สัมผัสแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดป้องกันเพียง 2-3 วัน/สัปดาห์ วันละประมาณ 5-15 นาที ก็ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแดดในปริมาณเพียงพอแล้ว

 

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การโดนแสงแดด 

นาฬิกา

นาฬิกา

แสงแดดในยามเช้าจะช่วยให้คุณแม่ได้รับแคลเซียมซึ่งมีผลดีต่อร่างกาย

  • ก่อนเวลา 10:00น. ซึ่งเป็นเวลาที่มีแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเวลาก่อนเวลานี้จะไม่ใช่แสงแดดที่ร้อนจัดจนเกินไป คุณแม่เดินเล่นสัก 10 – 15  นาที ก็เพียงพอค่ะ
  • เวลาประมาณ 17:00น. ขึ้นไป การเดินเล่นรับแสงแดดในช่วงเวลานี้นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้คุณแม่ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดอีกด้วย

คุณแม่สามารถรับแสงแดดได้ตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่ทารถพัฒนาสมบูรณ์แล้ว และควรรับแสงแดดทุกวันในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด

 

ประโยชน์จากแสงแดด

  • เสริมวิตามินดี หากร่างกายขาดวิตามินดี ร่างกายจะเปราะบางจนเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน หรือโรคกระดูกอ่อนในเด็กได้
  • รักษาสุขภาพจิต ประโยชน์ต่อผู้ที่มีสุขภาพปัญหาจิต เช่นอารมณ์ผิดปกติ อาการเครียดจากการตั้งครรภ์ และภาวะซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากไม่โดนแสงแดดเท่าที่ควรหรือน้อยเกินไป
  • อารมณ์ดี การสัมผัสแสงแดดอาจช่วยให้สมองหลั่งสารเซโรโทนินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นด้านอารมณ์ ช่วยให้มีสมาธิ และใจเย็นขึ้นได้ด้วย
  • รักษาอาการทางผิวหนัง แพทย์อาจแนะนำการรักษาด้วยแสง โดยให้ผู้ป่วยสัมผัสแดดเพื่อให้รังสี UV ช่วยรักษาโรคทางผิวหนังบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังอักเสบ ดีซ่าน และสิว แต่การรักษาอาการทางผิวหนังด้วยการรับแดดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพราะการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันไปตามภาวะของแต่ละบุคคลด้วย
  • ป้องกันมะเร็ง แดดอาจมีประโยชน์ต่อการป้องกันมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้ หากสัมผัสแสงแดดอย่างเหมาะสม เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

 

อาการหรือโรคผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดที่พบบ่อย

ผิวหนัง

ผิวหนัง

  1. ผิวไหม้แดด (Sunburn) ส่วนใหญ่เกิดจาก รังสี UVB ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น การรักษาคือ ใช้ผ้าเย็นหรือผลิตภัณฑ์ที่เย็นประคบไว้ลดอาการปวดและบรรเทาการอักเสบ ถ้ามีอาการมากอาจต้องทาสเตียรอยด์
  2. อาการแพ้แดดไม่ทราบสาเหตุ (Polymorphus Light Eruption: PMLE) พบมากที่สุดของการแพ้แสงแดด และคิดเป็นประมาณ 90% ของผู้ป่วยทั้งหมดที่แพ้แสงแดด การแพ้แดดถูกกระตุ้นจากภาวะความเครียดอ็อกซิเดชั่น (Oxidative stress) ที่เกิดโดยรังสี UVA และ UVB
  3. ยาและสารเคมีที่กระตุ้นให้ไวต่อแสง (Chemical and Drug Photosensitivity) เกิดได้จากทั้งยาชนิดรับประทาน, ยาที่ใช้ทาภายนอกและเครื่องสำอาง เช่น ยาต้านการอักเสบหรือยาแก้ปวดบางตัว เช่น ibuprofen สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาไวต่อแสงได้, ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์ (NSAID), ยาขับปัสสาวะ, ยากลุ่มสแตนติน, ยากลุ่มเรตินอยด์ และยาฆ่าเชื้อรา เป็นต้น
  4. โรคผิวหนังที่กำเริบมากขึ้นจากแสงแดด (Photoexacerbated Dermatoses) เช่น โรคลูปัส (systemic lupus erythematosus, SLE)
  5. สิวผด (Acne Aestivalis /Mallorca Acne) เกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด เช่น emulsifiers, ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน แต่มีโอกาสเกิดขึ้น 1-2% และพบมากสุดในกลุ่มวัยรุ่นถึงวัยกลางคน (25-40 ปี)
  6. ริ้วรอยก่อนวัย (Early Wrinkles) รวมถึงฝ้า กระ จุดด่างดำจากอายุ (Liver spot), หลอดเลือดดำที่เหมือนใยแมงมุม (Spider Vein) บนใบหน้า
  7. มะเร็งผิวหนัง (Skin cancers) โรคมะเร็งผิวหนังมีได้หลากหลายชนิดแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ โรคมะเร็งผิวหนังชนิดไม่ใช่เมลาโนมา (Non melanoma skin cancer) ได้แก่ Basal cell Carcinoma (BCC) เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบมากที่สุด ลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนสีเดียวกับผิวหนัง หรือ ชมพูใส ผิวมันแผลตรงกลางมีขอบยกนูนโตช้าบางครั้งอาจมีสีดำคล้ายไฝ มักเกิดบริเวณที่ได้รับแสงแดด หรือนอกร่มผ้า, ชนิด Squamous cell carcinoma(SCC) พบน้อยกว่าชนิด BCC และโรคมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma (Malignant melanoma) พบน้อยที่สุดในมะเร็งผิวหนัง 3 ชนิดนี้ แต่เป็นอันตรายเนื่องจากแพร่กระจายได้มากที่สุด เกิดจากเซลล์เม็ดสีมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ อาจลุกลามไปจุดสำคัญ เช่น สมองได้ ถ้ามีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยต่อไป

 

วิธีป้องกัน ไม่ให้แสงแดดทำลายผิว

  • สวมเครื่องแต่งกายให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว โดยอาจเลือกเนื้อผ้าเป็นผ้าทอหนา และมีคุณสมบัติป้องกันแสงแดด (UPF: UV Protection Factor) รวมถึงสวมหมวกปีกกว้าง และแว่นตากัน UV เป็นต้น
  • ทาครีมกันแดดที่ป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB โดยมีค่า SPF 30 เป็นอย่างน้อย และควรทาซ้ำทุก ๆ 80 นาที หรือบ่อยกว่านั้น โดยเฉพาะหากมีเหงื่อออกมากหรือต้องว่ายน้ำ
  • ใช้คอนแทคเลนส์และเครื่องสำอางที่ป้องกันแสงแดดได้ เช่น ลิปสติก หรือลิปบาล์มที่มีค่า SPF 15 เป็นอย่างน้อย
  • อ่านฉลากยาที่ใช้อยู่อย่างละเอียดรอบคอบ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงทำให้ผิวไวต่อแดดและรับรังสี UV ได้มากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ผิวไหม้หลังสัมผัสแดดเพียงไม่กี่นาที
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ หิมะ หรือทราย เพราะแดดอาจสะท้อนจากพื้นผิวดังกล่าว แล้วตกกระทบสร้างความเสียหายแก่ผิวหนังได้
  • ไม่ใช้เตียงอาบแดด เพราะรังสี UV จากแดดและเตียงอาบแดดอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้ และหากสีผิวเริ่มคล้ำขึ้นเป็นสีน้ำตาล ควรทาครีมกันแดดเพิ่ม

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

ที่มา : www.pobpad.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : 

ไม่อยากเจ็บปวดระหว่างคลอด แสงแดดอ่อนๆช่วยได้จริงหรือ

แสงแดด…วายร้ายที่หลายคนอาจมองข้าม!

เคล็ดลับ ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner