แม่และคู่ขาเลสเบี้ยนโยนความผิดให้เด็กคนอื่นหลังฆ่าลูกตัวเอง

แม่และคู่ขาเลสเบี้ยนโยนความผิดให้เด็กคนอื่นหลังฆ่าลูกตัวเอง

ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แม่และคู่ขาฆ่าลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ทั้งยังทารุณกรรมเด็กอีกสองคน โดยการบังคับให้กินอุจจาระสุนัข!

Nyomi Fee คุณแม่วัย 28 ปีพร้อมด้วยคู่ขาเลสเบี้ยน Rachel Trelfa วัย 31 ปีคู่ขา ถูกตั้งข้อหาฆ่าลูกชายตัวเองและทารุณกรรมเด็กอีกสองคนที่อยู่ในการดูแลของทั้งคู่ตลอดระยะเวลาเกือบสองปี

Liam Fee หนูน้อยเพศชายวันสองขวบ ต้องเสียชีวิตด้วยน้ำมือของแม่ตัวเอง ภายหลังจากแม่จับมัดมือมัดขาและขังในห้องมืดจนไม่สบาย และไม่มีแม้แต่จะพา Liam ไปหาหมอหรือให้ยารักษา จนกระทั่ง หนูน้อยสิ้นใจในที่สุด

แม่ ฆ่าลูก

Liam หนูน้อยวัยสองขวบที่ตกเป็นเหยื่อของแม่ใจร้าย

แต่เรื่องร้าย ๆ ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อทั้งคู่ยังทรมานเด็กชายอีกสองคนที่อยู่ในการดูแลของตน โดยการบังคับให้เด็กคนหนึ่งเอาสบู่ยัดเข้าไปในปากของ Liam หลังจากที่เขาเสียชีวิต และบังคับให้เด็กคนนี้รับประทานอุจจาระของตัวเองและของสุนัข

ส่วนเด็กอีกคนที่มีอายุเจ็ดขวบต้องถูกทารุณกรรมโดยการขู่ว่าจะตัดอวัยวะเพศโดยการใช้เลื่อยตัด และเอาชุดชั้นในที่สกปรกของทั้งคู่มาลูบหน้าทั้งยังบังคับให้เด็กคนนี้เป็นผู้รับผิดในการตายของ Liam อีกด้วย

หลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากทั้งคู่ว่า ลูกชายเสียชีวิตเพราะโดนเด็กชายที่ตนเองดูแลทำร้ายจนทำให้ถึงแก่ความตาย เจ้าหนี้ตำรวจึงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามทั้งคู่ รวมถึงเด็กชายอีกสองคน จนพบความผิดปกติ จึงนำคดีความนี้ส่งต่อไปยังอัยการเพื่อให้ทำการสืบสวนต่อไป

อัยการได้ทำการสอบถามเรื่องราวทั้งหมดจากเด็กทั้งสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้การเพิ่มเติมว่า แม่และคู่ขาเลสเบี้ยนนั้น เคยจับ Liam มัดผูกติดกับเก้าอี้ และเตียง โดยเอาผ้าคลุมหน้าเขา และไม่ยอมแม้แต่จะให้ทานข้าวหรือทานอะไรเลย จนล่าสุดจับลูกของตัวเองไปขังในห้องมืดจนไม่สบาย แล้วบังคับให้เด็กชายคนแรกอาบน้ำเย็นแล้วแก้ผ้าอยู่ในห้อง โดยในห้องนั้นมีหนู และงูอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งแม่และคู่ขานั้น ขู่เด็กชายทั้งสองคนว่า ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร มิเช่นนั้น เขาจะปล่อยให้งูเหลือมกินพวกเขา ทั้งยังขู่ว่าจะตัดอวัยวะเพศของเด็กชายอีกคนหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม อัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดทั้งคู่ต่อไป อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าการเลี้ยงลูกอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกเครียดได้ในบางครั้ง จนทำให้เราอาจจะโมโหหรือทำร้ายลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ และวันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในการใช้กับลูกมาฝาก โดยคลิกอ่านได้ที่หน้าถัดไปค่ะ
แม่ ฆ่าลูก

บางครั้งคนเป็นพ่อเป็นแม่อาจไม่ค่อยสนใจว่าเราพูดอะไรกับลูกบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าเวลาเราเครียดหรือโมโห เราอาจพูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูกหรือทำร้ายลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ เราควรระลึกไว้เสมอว่าผลจากการกระทำของเราอาจส่งผลต่อคนอื่นโดยที่เราคาดไม่ถึง และนี่คือ 10 ข้อที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยง

ล้อเลียน

นี่เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เราไม่ควรล้อเลียนหรือเรียกลูกด้วยชื่ออื่น ๆ ที่อาจทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจให้เขา เช่น อ้วน แห้ง สิว ฯลฯ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หยุดกวนซะที

บางครั้งผู้ปกครองอาจต้องการเวลานอก แต่ถ้าคุณบอกลูกว่าอย่ามายุ่งกับคุณบ่อย ๆ เข้า พวกเขาก็อาจไม่คุยกับคุณอีกต่อไป เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ว่าบางครั้งคุณก็ต้องการเวลาพักบ้าง พยายามอธิบายให้ลูกฟังก่อนที่จะระเบิดใส่พวกเขาว่าคุณขอเวลาทำธุระส่วนตัว สัก 2-3 นาที

ต่อว่าตลอดเวลา

การบอกลูกว่าเขาซุ่มซ่ามหรือนิสัยไม่ดีไม่ได้ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจ หรือรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้พูดกับเขาโดยตรงก็ตาม เด็ก ๆ มักเชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้ยินโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น สุดท้ายพวกเขาก็จะเชื่อว่าพวกเขาแย่อย่างที่คุณพูดจริง ๆ

สั่งให้เก็บอารมณ์

เรามักพยายามปกป้องลูกโดยการบอกเขาว่าไม่ต้องเศร้า หรือไม่ต้องกลัว แต่บางครั้งการบอกไม่ให้เขารู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้อาจเป็นการสื่อให้เขา รู้สึกว่าอารมณ์และความรู้สึกของเขานั้นไม่สำคัญ พยายามบอกลูกว่าไม่เป็นไรที่จะรู้สึกเช่นนั้น และคุณจะคอยอยู่ข้าง ๆ พวกเขาเสมอ

เปรียบเทียบกับพี่น้อง 

พ่อแม่ไม่ควรเปรียบเทียบลูกคนหนึ่งกับลูกอีกคน เราควรเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันและคุณก็รักที่พวกเขาแตกต่างกัน การพูดเปรียบเทียบพี่น้องจะทำให้พวกเขาเกลียดกัน พยายามทำให้ลูกรู้ว่าพวกเขาพิเศษกันคนละแบบ

ปรี๊ดใส่

การบอกลูกว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกทำอย่างนั้น” หรือ “น่าจะฉลาดกว่านี้” จะทำให้ลูกขาดความมั่นใจ เขาจะโตขึ้นโดยรู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดและก็ไม่มีวันทำอะไรถูกสักอย่าง พยายามพูดกับลูกดี ๆ แทนที่จะพูดกระโชกโฮกฮากตลอดเวลา

ลงไม้ลงมือ

การตี หรือการลงโทษหนัก ๆ อาจไม่ส่งผลดีเสมอไป มันอาจใช้ได้ผลแค่ในช่วงแรก แต่สุดท้ายมันก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ขู่ด้วยประโยคเดิม ๆ

เช่น “เดี๋ยวรอให้พ่อรู้ก่อนเถอะ” ปัญหาก็คือ เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น เขาก็จะรู้ว่าคุณก็แค่ขู่ไปอย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร และเขาก็จะไม่ฟังคุณ

ชมพร่ำเพรื่อ

เด็ก ๆ ควรได้รับคำชมบ้าง แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา คำชมควรถูกสงวนไว้สำหรับวาระสำคัญเท่านั้น ถ้าคุณชมลูกบ่อยเกินไป มันจะกลายเป็นไร้ความหมาย และเด็ก ๆ จะคิดว่าพวกเขาสมควรได้รับคำชมสำหรับทุก ๆ อย่างที่ทำ

ก็เพราะแม่สั่งให้ทำ

แม้คุณจะเป็นพ่อแม่ และเราก็ควรสอนให้ลูกฟังในสิ่งที่เราพูด แต่เราก็ควรอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง อาจจะไม่ใช่ทุกเรื่อง แต่ก็ส่วนใหญ่ ไม่ใช่สักแต่พูดว่า “ก็เพราะแม่สั่งให้ทำ” ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำตามที่คุณบอก

ที่มา: Mirror

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ตีลูกหรือไม่ตี?

10 สิ่งควรทำเมื่อ ทำโทษลูก

TAP-ios-for-article-footer-with-button-1

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner