แม่แชร์ประสบการณ์ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A โรคฮิตที่แม่ทุกคนต้องตื่นตัว!

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ประสบการณ์ตรงของคุณแม่ที่ลูกน้อยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สิ่งที่แม่ต้องสังเกต ถ้าลูกเป็นแบบนี้ควรรีบพาไปหาหมอนะ

แม่แชร์ประสบการณ์ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

แม่แชร์ประสบการณ์ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เตือนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ลูก ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้

 

สมาชิกเฟซบุ๊ก Wacharaporn Dontree‎ ได้มาแชร์ประสบการณ์ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

 

🐷แชร์ประสบการณ์ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A🐷 อาจจะยาวหน่อยน้า

ณ เวลา 15.30น. วันที่ 7 สิงหาคม 2560 คุณครูที่โรงเรียนโทรมาบอกว่า

ลูกชายเป็นไข้สูง ตามตัวมีผื่นขึ้น ที่หน้าก็ขึ้น แม่สะดวกมารับมั้ย ครูกลัวน้องชัก แต่ก็ได้ป้อนยาเช็ดตัวแล้ว

ในขณะนั้น แม่นั่งทำงานอยู่ พอได้ยินคุณครูพูดแบบนั้น แม่รีบลุกลางานหัวหน้า เพื่อไปรับลูกทันที พอไปถึงโรงเรียน เห็นหน้าลูกแล้วตกใจมาก หูมีผื่นขึ้น แดงมาก หน้าก็มีผื่น เป็นปื้น ๆ จับตัวดูตัวร้อนจี๋เลย

พอกลับถึงบ้าน แม่รีบเช็ดตัวให้น้องทันที แต่ตัวก็ยังร้อนอยู่

น้องดูไม่ซึมมาก แต่ปากแดงแจ๋เลย นั่งรอพ่อแป้บนึง พ่อก็มา เลยรีบบึ่งรถไปโรงพยาบาลเลย ไปถึง พยาบาลวัดไข้ 38.6 เสร็จพาไปเช็ดตัว รอพบหมอ ระหว่างนั้นลูกชาย ยังวิ่งเล่นปกติ ร่าเริงดี สักพักพยาบาลเรียกพบหมอ เข้าไปถึงก็เล่าอาการให้ฟัง หมอตรวจดูเท้า มือ ปาก แล้วบอกว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้

แต่หมอกลัวเป็นไข้ออกตุ่ม ก็เลยขอตรวจเลือด กับป้ายขี้มูกหาไข้หวัดใหญกับไข้เลือดออก เสร็จก็ออกมา นั่งรอผล

ระหว่างนั้น พยาบาลมาวัดไข้อีกรอบ รอบนี้ 39.5. น้องดูซึมเพราะง่วงนอนและพิษไข้

คราวนี้โดนจับเช็ดตัวร้องลั่นเลย อาจจะเป็นเพราะว่า ไข้เริ่มขึ้นเลยเกิดอาการหนาวสั่น

รอผลประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เข้าพบหมออีกรอบ

หมอกางผลให้ดู แล้วเอาปากกาไฮไลท์ ข้อความให้ดู แล้วบอกแม่ว่า น้องเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ แล้วมีแบคทีเรีย เกินกว่ากำหนด ทำให้เม็ดเลือดขาวเยอะด้วย จึงทำให้น้องมีผื่นขึ้น เสร็จแล้วหมอก็บอกว่า

น้องต้องกินยาต้านไวรัสนะแม่ แล้วก็ยาฆ่าเชื้อ เพราะไข้หวัดใหญ่เป็นเชื้อไวรัส แล้วน้องติดเชื้อแบคทีเรียด้วย จึงจำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อด้วย

หมอก็แนะวิธีกินยาต้านไวรัสว่า ได้รับยาปุ๊บรีบให้ลูกกินเลยนะ ถ้ากินแล้วอ้วกให้กินซ้ำไปเรื่อย ๆ เช็ดตัวบ่อย ๆ

หลังจากนั้น ออกมาพยาบาลวัดไข้อีกรอบ รอบนี้ ลดลงนิดนึง 555 เหลือ 39.2 พยาบาลพาไปเช็ดตัวรอบที่ 3 รอบนี้น้องร้องหนักมาก คงเพราะหนาว หลังเช็ดตัวเสร็จ ลงมาจ่ายเงิน รับยาแล้วก็กลับบ้าน

แม่ไม่ได้ป้อนยาต้านไวรัสในทันทีหลังได้ยา เพราะมันเป็นยาหลังอาหาร น้องยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ตั้งแต่ตอนเย็น เลยกลับมากินที่บ้าน สัก 21.00 ได้ กินยาเสร็จเช็ดตัวแล้วน้องก็หลับไป แต่ตัวก็ยังร้อนจี๋เช็ดยังไงก็ไม่ลง

คืนนั้นแม่ไม่ได้นอนทั้งคืน ลุกมาเช็ดตัวทั้งคืน ไม่กล้าหลับกลัวลูกชัก แต่น้องก็ไม่เคยมีประวัติชักนะคะ แต่เพราะไข้สูงมากแม่เลยกลัว

พอเช้าวันที่ 2 (8/8/2560) น้องตื่นมาพร้อมกับผื่นที่หน้า หูที่แดงมาก เมื่อวานหายแดงแล้วแต่มีแผล ไหม้ เกิดที่ใบหู คงเพราะตัวร้อนมาก น้องเริ่มซึม เพราะฤทธิ์ยา กับพิษไข้ เพราะไข้ไม่ลงเลย กินยาพาราทุก 4 ชั่วโมง กินแล้วเหมือนไม่ได้กิน ก็พยายามเช็ดตัวบ่อย เพื่อคลายความร้อนให้เค้า

จน 5 โมง ก็ไปพบหมออีกรอบ พยาบาลวัดไข้ 39.2 ยังสูงอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินยาพาราไปได้ 1 ชม.เอง เสร็จแล้วก็ตามระเบียบ ไปเช็ดตัว ร้องลั่น อีกแล้ว 555 พอเข้าไปพบคุณหมอ หมอก็บอกว่าไข้ยังไม่ลงเลย น้องเคยฉีดไข้หวัดใหญ่มาแล้วใช่มั้ย แม่ตอบว่าใช่ค่ะ หมอบอกว่า แปลกมากปกติ ถ้าได้รับวัคซีนแล้วจะไข้ลงเร็ว หมอเลยนัดว่างั้น พรุ่งนี้มาพบหมอนะ

ถ้าไข้ยังไม่ลง ต้องเอ็กซเรย์ ปอด หมอกลัว เชื้อลงปอด ปอดอักเสบ

หมอหันไปพูดกับพยาบาลว่าให้เอายา อะไรสักอย่าง ให้น้องกิน ไข้จะได้ลง แต่แม่จำไม่ได้ว่ายาอะไร พอพยาบาลป้อนยาเสร็จก็จ่ายเงิน กลับบ้าน กลับถึงบ้านลูกชายเริ่มตัวเย็นจนถึงขั้นเหงื่อออกจนตัวเปียก ยังกับไปวิ่งออกกำลังกายมา แล้วไข้ก็เริ่มลดลง ๆ จนคืนที่ 2 ไข้หายไป

พอเช้าวันต่อมา น้องวิ่งเล่น ร่าเริงขึ้น กินข้าว กินขนมปกติ แม่ดีใจมากๆๆๆ 555 ส่วนนึงที่น้องหายเร็วน่าจะเพราะเคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน เลยเป็นไข้ไม่กี่วัน สรุประยะเวลาเป็นไข้ 1 วัน นิด ๆ

ขอบคุณทุกคน ที่อ่านจนจบนะคะ อยากแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนฟังว่า ให้สังเกตอาการผิดปกติ ของลูกดี ๆ อะไรที่เค้าไม่เคยเป็นแล้วอยู่ ๆ เป็น ให้รีบไปหาหมอเลย จะได้รักษาทัน

ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำคัญนะคะ ฉีดกันไว้ให้ลูก จะช่วยลดโอกาสในการเป็น หรือถ้าเป็น ก็อาจจะเป็นไม่มาก หายเร็วเหมือนลูกชายแม่จ้า ช่วงนี้โรคไข้หวัดใหญ่กะลังระบาดด้วยน้า

ประสบการณ์จาก : https://www.facebook.com/nunuyzz

 

ประสบการณ์ตรงของคุณแม่ที่ลูกน้อยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สิ่งที่แม่ต้องสังเกต ถ้าลูกเป็นแบบนี้ควรรีบพาไปหาหมอนะ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปี

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน อธิบายว่าทำไมควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เอาไว้ว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของไวรัสที่บรรจุในวัคซีนทุกปีให้ตรงกับข้อมูลที่มีการระบาด ร่วมกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ระหว่างที่ไวรัสแบ่งตัวได้บ่อย ทำให้ไวรัสที่กลายพันธุ์แล้วไม่สามารถป้องกันด้วยวัคซีนเดิมได้

แม้ว่าสายพันธุ์ที่ระบาดจะเป็นสายพันธุ์เดียวกับปีที่ผ่านมา แต่ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นมักสูงที่สุดหลังฉีด 6 เดือนแรก และคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีค่ะ

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีกี่ชนิด?

ปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดกัน มี 2 ชนิด คือ

  • ชนิด 4 สายพันธุ์มีส่วนประกอบคือสายพันธุ์ A จำนวน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ H1N1 และ H3N2 กับ สายพันธุ์ B จำนวน 2 สายพันธุ์ คือ lineages ชื่อ Victoria และ Yamagata
  • ชนิด 3 สายพันธุ์ซึ่งมีส่วนประกอบคือ สายพันธุ์ A จำนวน 2 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ H1N1 และ H3N2 กับ สายพันธุ์ B จำนวน 1 สายพันธุ์ ที่คาดว่าจะมีการระบาดในช่วงนั้น

 

ควรฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในช่วงใดของปี?

เนื่องจากการระบาดครั้งใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยมักเกิดช่วงฤดูฝน เดือนมิถุนายน ถึง กันยายน โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้ก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งก็คือช่วงหน้าร้อน ก่อนเด็ก ๆ เปิดเทอมภาคการศึกษาแรกนั่นเองค่ะ แต่หากฉีดก่อนเข้าฤดูหนาว อาจฉีดสายพันธุ์ของขั้วโลกเหนือ

ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่มีการระบาดทั้งปี ในประเทศไทย จึงสามารถฉีดได้ตลอดปีนะคะ

 

สิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองคือ ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด หมั่นสังเกตอาการของลูกรัก หากมีความผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาล อย่ารอช้านะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เฮอร์แปงไจน่า โรคตุ่มแผลในปากเด็ก ที่ไม่น่าไว้วางใจ ระบาดง่าย ติดง่าย น่ากลัว!!

มันมาอีกแล้ว โรคมือเท้าปาก ระบาดต่อเนื่อง ผู้ปกครองและครู ต้องระวัง

ลูกโดนหอม เห่ออุ้ม จนติดเชื้อ RSV เชื้อร้ายที่เบบี๋ต้องระวังและแม่ห้ามมองข้าม

 

ช่วงวัยของเด็ก ทารก สุขภาพของทารก