แม่สุดดีใจ เจอลูกชายที่หายไปเกือบ 3 ปี หลังถูกล่อลวง

หลังจากที่ลูกชายหายไประหว่างเดินทางไปโรงเรียน แม่ก็ไม่เคยที่จะหยุดออกตามหาเลยสักวัน จนในที่สุดวันที่แม่รอคอยก็มาถึง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 น้องโจ้ เด็กชายวัย 10 ขวบได้หายตัวไปในระหว่างเดินทางไปโรงเรียนย่านพระประแดง คุณแม่จึงได้เริ่มออกตามหาผ่านทุกช่องทาง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความคืบหน้าใด ๆ แต่คุณแม่ก็ไม่เคยที่จะยอมแพ้และหยุดค้นหาเลยสักวัน จนในที่สุด วันที่คุณแม่รอคอยก็มาถึง เมื่อมูลนิธิกระจกเงาร่วมกับตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ได้ติดตามตัวจนพบน้องโจ้ โดยรวมระยะเวลาที่หายจากบ้าน 2 ปี 9 เดือน

ลูก ถูกล่อลวง

โดยงานนี้ต้องขอบคุณเจ้าของร้านเกมที่ให้เบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ เมื่อพบว่า มีเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาเล่นเกมในร้านนานเป็นปี ซึ่งเจ้าของร้านสังเกตเห็นถึงความผิดปกติว่า ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่ไปเรียนหนังสือ และในทุก ๆ วันจะมีผู้ชายวัยกลางคนมาส่งทุกเช้าและก็มารับกลับในตอนเย็น

พอแกล้งถามชายคนดังกล่าว ว่าทำไมถึงไม่พาไปเรียนหนังสือ ชายคนนั้นกลับตอบว่า ไม่มีเอกสารที่สำคัญติดตัว พอถามไถ่เด็กก็พบว่าชื่อ “โจ้” ประกอบกับได้เห็นประกาศของมูลนิธิกระจกเงาเรื่องเด็กหาย จึงมั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน เลยรีบแจ้งมูลนิธิกระจกเงาทันที

เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคนร้ายทราบชื่อคือ นายวิษณุ หรือ นุ อายุ 42 ปี ชาวลพบุรี นั้นไหวตัวทัน แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ได้ความช่วยเหลือจากคนในละแวกนั้น จนสามารถตามจับคนร้ายและช่วยเหลือน้องโจ้ได้ในที่สุด

จากการสอบสวนคนร้าย ได้ให้การสารภาพว่า คนร้ายเห็นเด็กในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่แม่ของเด็กทำงานอยู่ และก็มักจะเห็นเด็กมาเล่นเกมอยู่ในห้างทั้งวัน จึงได้มาตีสนิท แล้วให้เงินเด็กเล่นเกมที่ตู้ โดยในวันเกิดเหตุนั้น ในขณะที่เด็กกำลังจะไปโรงเรียน ก็ได้เจอกับคนร้ายบริเวณหน้าห้าง คนร้ายจึงได้ชักชวนเด็กไป โดยล่อลวงว่า จะพาไปเล่นเกมที่ร้าน จนในที่สุดเด็กหลงเชื่อจึงตามมาด้วย แต่พอตกเย็นขอกลับบ้าน คนร้ายไม่ให้กลับ และนำตัวเด็กไปอยู่ห้องเช่าและจะพาออกมาเล่นเกมทุก ๆ วัน ซึ่งคนร้ายจะให้เด็กออกมาเล่นเกมทุกวัน โดยจะมาส่งในตอนเช้าและรับกลับในตอนค่ำ แรก ๆ ก็จะมาเฝ้า จนมั่นใจว่าเด็กติดเกมและไม่คิดหนี

คุณพ่อคุณแม่คงสงสัยว่า แล้วน้องโจ้ไม่เคยคิดหนีหรือร้องขอความช่วยเหลือเลยหรือ? คำตอบคือ น้องเคยพยายามหนีแล้ว แต่ว่าถูกคนร้ายจับได้และขู่ไว้จึงไม่กล้าคิดหนีอีก แต่ในส่วนของการร้องขอความช่วยเหลือนั้น ได้มีทฤษฎีนึงที่ชื่อว่า สต็อกโฮมซินโดรม ซึ่งมีหลักง่าย ๆ ว่า เหยื่อที่อยู่กับคนร้ายตลอดเวลา และเป็นเวลานาน จะเริ่มเห็นอกเห็นใจและมีความผูกพันกับคนร้าย โดยเฉพาะคนร้ายที่ดูแลเด็กอย่างดี และพามาเล่นเกมที่เด็กชอบ

จากการสอบถามชาวบ้านย่านนั้น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนร้ายดูแลน้องโจ้ดีพอสมควร ไม่เคยพาไปทำงานลำบาก หาข้าวหาน้ำมาให้ทานตลอดไม่มีขาด และก็มักจะพาไปแต่ร้านเกม จากตรวจสอบประวัติของคนร้ายก็พบว่า มีหมายจับติดตัวในคดีกระทำชำเราเด็ก 3 คนในจังหวัดพิษณุโลก

ขอแสดงความยินดีกับน้องโจ้ และคุณแม่ด้วยนะคะ ที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งนึง และเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานของเราต้องตกไปเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ คุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านวิธีการสอนลูกให้รู้ทันมิจฉาชีพได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ลูก ถูกล่อลวง

ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

  1. บอกลูกว่า “คนร้ายอาจไม่ใช่คนแปลกหน้าเสมอไป”

อย่าใช้แค่คำว่า คนแปลกหน้ากับลูกบ่อยๆ เพราะทุกวันนี้คนร้ายอาจมาในรูปแบบคนใจดีหรือคนสนิท สอนให้ลูกดูจากพฤติกรรมแทน เช่น หากมีคนขับรถผ่านไปแล้วยิ้มให้นั่นถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีคนขับรถมาจอดแล้วพยายามดึงลูกเข้าไปในรถ นั่นเป็นเรื่องผิดปกติให้ลูกมีปฏิกิริยาตอบโต้ เช่น ส่งเสียร้อง

  1. ฝึกทักษะการร้องขอความช่วยเหลือ

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยตั้งกฎกับลูกว่า ห้ามร้องเสียงดังในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือที่สาธารณะ ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการพูดกับลูกว่า หากลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย มีคนรังแกให้ลูกลืมกฎเรื่องนี้ไปซะ และให้ลูกร้องเสียงดังเพื่อเป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้

  1. สอนลูกให้รู้จักขออนุญาตทุกครั้งเวลาจะไปไหนกับใคร

ตั้งกติกากับลูกว่าหากลูกต้องออกไปวิ่งเล่นกับใครที่ไม่ใช่พ่อแม่ ให้ลูกมาขออนุญาตพ่อหรือแม่ทุกครั้งก่อนออกไปเล่นได้ ฝึกความเคยชินให้ลูกตั้งแต่เด็ก ให้ลูกมาขออนุญาตทุกครั้งแม้ต้องออกไปกับคนสนิท เช่น ตา ยาย หรือพี่เลี้ยง เพื่อเป็นนิสัยให้ลูกรู้ว่า หากมีคนชวนไปไหน ลูกจะต้องบอกพ่อแม่ก่อนเสมอ เป็นการบังคับให้ลูกอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคุณพ่อคุณแม่

  • หมั่นไปสังเกตการณ์ที่หน้าโรงเรียนลูกบ่อยๆว่ามีใครเข้ามาคุยหรือเล่นกับลูกบ้าง
  • สถานที่เสี่ยงที่เพิ่งระวัง เช่น บ้าน ตลาด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น
  • เวลาไปไหนควรจูงมือเด็กตลอดเวลา ไม่ทิ้งไว้ลำพังและไม่ให้คลาดสายตา

ที่มา: สนุกดอทคอม และ ข่าวสด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

สอนลูกให้ปลอดภัยจากคนแปลกหน้า

สอนลูกให้ระวังการล่วงละเมิดทางเพศ

ParentTown