แม่ท้องแพ้ยา จนแท้งลูก ไร้คนเยียวยา ไม่อยากจะเชื่อ คนท้องแพ้ยารุนแรงได้ขนาดนี้เลย

lead image

อาการหนักมาก! แม่ท้องไปคลินิก หมอรักษาอาการไข้ แต่ร่างกายแม่ท้องแพ้ยารุนแรง หมอบอกให้ญาติทำใจ

แม่ท้องแพ้ยาแท้งลูก

ข่าวสุดสะเทือนใจ แม่ท้องแพ้ยาแท้งลูก อาการหนักมาก ลูกในท้องก็เสียชีวิตแล้ว

 

แพ้ยาจนสูญเสียลูกในท้อง ตัวบวม อาการรุนแรง

แฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์เรื่องร้องเรียนของสาวรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.61 สาวคนดังกล่าวมีไข้ จึงเดินทางไปคลินิกแห่งหนึ่งใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยแจ้งว่าตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว ทางคลินิกจึงฉีดยาให้ 2 เข็ม ให้กินยา 1 เม็ด และให้น้ำเกลือ เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านก็มีอาการท้องเสียขั้นรุนแรงและอาเจียนจนหมดสติ ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลด่านขุนทด ก่อนส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เข้าห้อง ICU

 

หมอบอกให้ญาติทำใจเพราะอาการหนักมาก

ทั้งนี้ ทางหมอมหาราชเขาตรวจหาตัวยาที่คลินิกฉีดให้แต่ไม่ตรงกับที่เขียนชื่อตัวยามาในใบบันทึกประวัติการรักษา โดยหมอบอกให้ญาติทำใจเพราะอาการหนักมาก ส่วนลูกในท้องก็เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ได้เอาออกและยังไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย จึงอยากให้มีคนหรือหน่วยงานแนะนำการเรียกร้องความเป็นธรรมกับทางญาติน้องด้วย เพราะไม่มีใครออกมารับผิดชอบเลย ไม่อยากให้เกิดเรื่องกับคนอื่นที่จะรักษากับคลินิกนั้น ครอบครัวเรากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ที่มา : https://www.thairath.co.th/

 

ยาอันตรายสำหรับคนท้อง

ระหว่างตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าปกติ ดังนั้น แม่ท้องต้องใส่ใจในทุกอย่าง โดยเฉพาะการกินยา เพราะนอกจากอาการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว ยาบางชนิดก็ยังอันตรายต่อคนท้องและลูกในครรภ์ ตัวอย่างเช่น

 

1. ยาแก้ปวด ลดไข้ แอสไพริน (Aspirin) และ ไอบูโรเฟน (Ibuprofen)

ในช่วงท้องอ่อน ๆ คุณแม่กินยาแก้ปวด ลดไข้อย่างเช่น แอสไพริน (Aspirin) และ ไอบูโรเฟน (Ibuprofen) อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรได้ถึง 5-6 เท่า และหากกินตอนใกล้คลอด ก็อาจจะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือดของทารกในครรภ์ ทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้ นอกจากนี้ยาแอสไพริน (รวมถึงยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) ยังมีผลทำให้คุณแม่คลอดเกินกำหนดและคลอดยากขึ้นอีกด้วย

 

2. ยาแก้คัน แก้แพ้ คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ห้ามกินติดต่อกัน

ยาแก้แพ้ แก้คัน อย่างเช่น คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) นอกจากแก้คัน แก้แพ้แล้ว ยังช่วยลดน้ำมูกด้วย ซึ่งถ้าใช้เพียงชั่วคราว ก็อาจจะไม่ส่งผลต่อแม่ท้องมากนัก แต่ถ้าใช้ติดต่อกันไปนาน ๆ ก็จะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ อาจส่งผลให้ลูกที่เกิดมามีอาการเลือดไหลผิดปกติ และยาแก้แพ้บางชนิดก็อาจทำให้ทารกเกิดความพิการแต่กำเนิดได้ด้วย

 

3. ยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบ

ยาบางชนิดในกลุ่มนี้ จะส่งผลต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อยโดยตรง อาจส่งผลให้การเจริญเติบโตของกระดูกและฟันไม่สมบูรณ์ และพัฒนาการสมองผิดปกติ ถ้าแม่ท้องทานยากลุ่มนี้ในช่วงที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 6 – 8 เดือน อาจมีผลทำให้เด็กมีกระดูกและฟันไม่สมบูรณ์ ฟันเป็นสีเหลือง หรือสีน้ำตาล นอกจากนี้ถ้าใช้ในปริมาณที่สูงมาก จะเกิดการทำลายตับของคุณแม่อย่างรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ยาที่ทำให้ลูกหูตึง หูหนวก และทำให้ประสาทเกี่ยวกับการได้ยินเสียไปบางส่วน ได้แก่ สเตรปโตมัยชิน (Streptomycin), กานามัยซิน (Kanamycin), เจนตามัยซิน (Gentamicin) และ ซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) ซึ่งหากคุณแม่ทานยาเหล่านี้ขณะตั้งครรภ์ 2 – 3 สัปดาห์ เวลาที่คลอดออกมาอาจทำให้ลูกน้อยตัวเหลืองได้

 

4. ยานอนหลับ ยาคลายเครียด อัลปราโซแลม และไดอาซีแพม

ยานอนหลับ และยาคลายเครียด เช่น อัลปราโซแลม และไดอาซีแพม อาจทำให้ทารกมีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ได้ นอกจากไม่ควรกินตอนท้องแล้ว ยังควรหยุดใช้ยาก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 3-6 เดือน

 

5. ยารักษาผมร่วง ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride)

ยาแก้ผมร่วง เช่น ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) อาจส่งผลทำให้อวัยวะเพศของทารกในครรภ์ผิดปกติได้

อ่านเพิ่มเติม ถ้ารู้ตัวว่าท้อง หยุดเสี่ยงกินยาเหล่านี้เด็ดขาด

 

เพื่อความปลอดภัยกับแม่ท้อง ขอแนะนำว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา อย่าซื้อยามาทานเอง หรือแจ้งทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกในท้องนะคะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ภาวะ แท้งค้าง ยากที่จะรู้ได้ว่าทารกในครรภ์เสียชีวิตมานานเท่าไหร่แล้ว

ตกเลือดหลังคลอดเพราะรกค้าง ต้องสังเกต สีของเลือดหลังคลอดให้ดี

11 ข้อห้ามคนท้อง แม่ท้องต้องรู้ ดูแลลูกในท้องให้ปลอดภัย อย่าทำแบบนี้!

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!