แม่ท้องเช็กเองก็ได้นะว่าลูกในท้องตัวโตแค่ไหนแล้ว คลิ้กแล้วเช็กเลย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

แม่ท้องเช็กเองก็ได้นะว่าลูกในท้องตัวโตแค่ไหนแล้ว

แม่ท้องเช็กเองก็ได้นะว่าลูกในท้องตัวโตแค่ไหนแล้ว

กระบวนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกเดือน เริ่มสร้างอวัยวะต่าง ๆ ไปจนกระทั่งสมบูรณ์เมื่อครบเก้าเดือนและพร้อมลืมตาดูโลกเมื่อถึงวันคลอด  มาค่ะ คุณพ่อคุณแม่มาแอบดูลูกน้อยในครรภ์กันว่า เจ้าหนูมีการเจริญเติบโตอย่างไร แม่ท้องเช็กเองก็ได้นะว่าลูกในท้องตัวโตแค่ไหนแล้ว

แม่ท้องเช็กเองก็ได้นะว่าลูกในท้องตัวโตแค่ไหนแล้ว

เช็กไตรมาสแรก

การก่อตัวของชีวิตน้อยๆ

1. เมื่อการปฏิสนธิสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ตัวอ่อนฝังตัวแล้วเซลล์ไข่จะกลายสภาพเป็นไข่แดงผูกติดกับตัวอ่อนและเริ่มพัฒนาสายรกเพื่อเชื่อมต่อกับระบบเลือด  เซลล์เกิดการเพิ่มจำนวน  สร้างเนื้อเยื่อ เริ่มมีส่วนของศีรษะและลำตัว   มองดูคล้าย ๆ ลูกอ๊อดเหมือนกันนะเนี่ย !!!

2. ภายในลำตัวจะมีการแบ่งเนื้อเยื่อ  เพื่อสร้างเป็นอวัยวะที่สำคัญ ได้แก่  สมอง  หัวใจ  ตา  ปาก  ทางเดินอาหาร  หูชั้นใน  แขน  ขา ที่สำคัญหัวใจของลูกน้อยเริ่มทำงานแล้วนะคะเมื่ออายุประมาณ 25 วันเท่านั้นเอง

3. ในช่วงเดือนแรกนี้คุณแม่บางคนหรือหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า  ได้มีชีวิตน้อย ๆ กำเนิดขึ้นแล้ว เพราะยังไม่สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แต่เมื่อทราบว่าประจำเดือนขาด และทำการตรวจแล้วว่า ท้องชัวร์ !!!! รีบไปฝากครรภ์เลยนะคะ พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอในการดูแลตนเองเพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และลูกค่ะ

เช็กไตรมาสสอง

ร่างกายทารกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

1. ในช่วงเดือนที่สี่นี้ ตัวอ่อนจะโตเป็นทารกเต็มตัวมีความยาวประมาณ 6.5 นิ้วฟุต มีน้ำหนักประมาณ 130 กรัมเมื่อนอนขดตัวจะมีขนาดเท่าผลอโวคาโด  มีอวัยวะครบทุกส่วน

2. พัฒนาการด้านร่างกายของทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เริ่มมีขนคิ้วและเส้นผมแล้วนะ  แต่ผิวยังบอบบางมากจนมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ระบบกระดูกพัฒนาไปพร้อมกับกล้ามเนื้อ กระดูกเริ่มมีความแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะไหปลาร้าและกระดูกขา นิ้วมือ นิ้วเท้าแยกออกจากกันครบทุกนิ้ว  เริ่มมีเล็บและลายนิ้วมือ

3. ศีรษะเริ่มตั้งตรง ใบหูยื่นออกมาจากศีรษะ  ส่วนตาทั้งสองข้างที่เคยอยู่ตำแหน่งค่อนไปทางซ้าย  ก็จะค่อย ๆ เคลื่อนมาอยู่บนใบหน้า    แม้ว่าเปลือกตาจะปิดสนิทอยู่ แต่เค้าโครงกระดูกใบหน้าพัฒนาไปตามสัดส่วน  เริ่มมีกล้ามเนื้อใบหน้า หากทำอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติ จะสามารถเห็นทารกแสดงสีหน้าตามอารมณ์ได้ เพราะเจ้าหนูเริ่มรับรู้สิ่งภายนอกด้วยประสาทสัมผัสจากการได้ยิน  ทากรเริ่มได้ยินเสียงหัวใจของคุณแม่

บทความแนะนำ  พัฒนาการกระดูกของทารกในครรภ์

4. ในช่วงเดือนนี้จะตัวน้อยจะรู้จักหลับและตื่นสลับกัน ส่วนหัวใจแบ่งออกเป็นสี่ห้องแล้ว  ในเดือนที่สี่นี้คุณหมอสามารถฟังเสียงหัวใจของทารกโดยใช้หูฟังธรรมดาไม่ต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษใด ๆ หากคุณแม่คุณพ่ออยากฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ก็สามารถทำได้นะคะ แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยฟังที่มีขายตามแผนกเด็กอ่อนก็สามารถได้ยินเสียงหัวใจทารกได้เช่นกันค่ะ

5. น้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดของท้อง  โดยเฉลี่ยประมาณ 0.5  กิโลกรัม เมื่อสิ้นสุดเดือนที่สี่น้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นจากก่อนที่ตั้งครรภ์ประมาณ 3 – 4 กิโลกรัม

เช็กไตรมาสสาม

ระบบหายใจของหนูทำงานเต็มที่สมบูรณ์แล้วนะ

1. ในเดือนที่เจ็ดนี้ ทารกน้อยพัฒนาระบบต่าง ๆ เกือบสมบูรณ์แล้ว  ทารกน้อยจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราประมาณ 100 กรัม / สัปดาห์  จากน้ำหนักประมาณ 600 กรัม สูง 33 เซนติเมตร เมื่อต้นเดือนที่เจ็ด ไปเป็นสูง 38 เซนติเมตรหนัก 100 กรัม เมื่อสิ้นสุดเดือนที่เจ็ด

2. ระบบต่าง ๆ ในร่างกายพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง ปอดเริ่มทำงาน  ทารกน้อยจะขยับหน้าอกขึ้นลงเพื่อสูดน้ำคร่ำเข้าปอด จนบางครั้งคุณแม่จะรู้สึกได้ว่า  ลูกน้อยกำลังสะอึกน้ำคร่ำอยู่

3. ทารกน้อยยังคงดิ้นแรงอย่างต่อเนื่อง  เพราะสามารถขยับร่างกาย  แขน  ขา  และอวัยวะภายนอกทุกส่วนได้อิสระ  แต่ยังอยู่ในถุงน้ำคร่ำที่มีบริเวณจำกัด  ปริมาณน้ำคร่ำน้อยลงเมื่อเทียบกับขนาดของทารกที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเย็นเป็นเวลาที่ทารกน้อยตื่นและมีการเคลื่อนไหวมากที่สุด โอกาสทองที่จะกระตุ้นพัฒนาการเจ้าหนูให้คุณแม่ คุณพ่อลูบท้อง  พูดคุยทักทายลูกนะคะ  จะกระตุ้นพัฒนาการด้านการได้ยินและสมอง รวมถึงการเคลื่อนไหวอีกด้วย

บทควมแนะนำ แม่จ๋ารู้ไหม!!!ลูบท้องกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์

4. ในช่วงเดือนนี้พัฒนาการของทารกในครรภ์จะเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อคลอดออกมาสู่โลกภายนอก จะเริ่มมีการตีลังกากลับหัวลง  แต่ก็มีที่ยังไม่กลับหัวลงก็ได้นะคะ ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละคน  หากทารกที่คลอดก่อนกำหนดในเดือนนี้จะมีโอกาสรอดชีวิตสูง เพราะทารกมีระบบการหายใจสมบูรณ์แล้ว

5. ในเดือนที่เจ็ดนี้คุณแม่จะเริ่มมีรูปร่างอุ้ยอ้าย  เริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย  อ่อยเพลียและง่วงนอนบ่อย ๆ มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างบางคนมีอาการไมเกรนร่วมด้วยเพราะเส้นเลือดในสมองขยายตัวสืบเนื่องจากฮอร์โมนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  การได้งีบนอนในช่วงกลางวันจะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ค่ะ

ที่มา : www.khaosod.co.th

 

การคลอดบุตร การตั้งครรภ์ ข้อควรระวังของการตั้งครรภ์​