แม่ท้องอ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกตั้งแต่ในครรภ์

lead image

ความเชื่อผิด ๆ ที่คิดว่า ไม่ควรอ่านหนังสือให้ทารกฟังเพราะลูกยังไม่เข้าใจ ยังมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านที่มีความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ เพราะคิดว่า เจ้าหนูน้อยไม่รู้และไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่อ่าน เรามาเปลี่ยนความคิดนี้กันใหม่ดีกว่าค่ะ ด้วยการอ่านหนังสือช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกตั้งแต่ในครรภ์กันดีกว่า ติดตามอ่าน

เสริมพัฒนาการให้ลูกตั้งแต่ในครรภ์

แน่นอนว่าแม่ท้องทุกคนที่เฝ้ารอดวงใจดวงน้อยลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย  เป็นเด็กฉลาดทั้งด้านสติปัญญาและอารมณ์  ดังนั้น ตลอดช่วง 9 เดือนที่อุ้มท้อง คุณแม่ควรดูแลเรื่องโภชนาการอาหารการกิน  โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์  ดูแลสภาพร่างกายและจิตใจ   เพราะสำคัญต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์  การเสริมพัฒนาการดีต่อลูกในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.ด้านอารมณ์

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

ในช่วงที่ตั้งครรภ์คุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ของตนเอง   ด้วยการทำให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลาย  พยายามขจัดความเครียด  และอารมณ์ด้านลบ   เพื่อให้จิตใจของคุณแม่เบาสบาย     เพราะสิ่งนี้มีผลต่อลูกในครรภ์  ลูกจะมีพัฒนาการด้านสมองและอารมณ์ที่ดีที่สำคัญ เมื่อเจ้าหนูน้อยคลอดออกมาเขาจะเป็นเด็กที่อารมณ์ดี  ไม่โยเย  มีพัฒนาการตามวัย เลี้ยงง่าย  ซึ่งตรงข้ามกับแม่ท้องที่มักจะมีอารมณ์หงุดหงิด  โมโหง่าย  เมื่อลูกคลอดออกมามักจะเป็นเด็กงอแง มีพัฒนาการช้า เลี้ยงยาก  เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว  ในช่วงตั้งครรภ์แม่ควรทำจิตใจให้สบาย อ่านหนังสือ  ฟังเพลง  ออกกำลังกายเบา ๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองและอารมณ์ของลูกน้อยได้แล้วค่ะ

บทความแนะนำ   10 วิธีกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจให้ลูกในท้อง

2.ด้านการมองเห็น

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

คุณแม่สามารถทักทายเล่นกับลูกในท้องได้ด้วยการส่องไฟฉายที่หน้าท้อง   เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้เซลล์สมองและเส้นประสาทในส่วนรับภาพและการมองเห็นของทารกมีพัฒนาการที่ดี   และเตรียมความพร้อมในด้านการมองเมื่อคลอดออกมา

บทความแนะนำ  ไฟฉายส่องท้องกระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็น

3.ด้านการได้ยิน

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

คุณแม่ควรหมั่นพูดคุยกับลูกในท้องบ่อย ๆ นะคะลูกชอบฟังน้ำเสียงที่นุ่มนวลของคุณแม่  เพราะลูกเกิดความคุ้นเคยหากคุณแม่พูดคุยกับลูกเสมอ  ใช้ประโยคซ้ำ ๆ  เพื่อให้ลูกคุ้นเคย นอกจากนี้ การร้องเพลง  ฟังเพลง  รวมถึงการอ่านหนังสือ  (จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไปค่ะ) จะช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยิน   มีพัฒนาการที่ดีและเป็นการเตรียมความพร้อม การใช้เสียงกระตุ้นทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีเนื่องจากคลื่นเสียงจะไปกระตุ้นระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน แต่ที่สำคัญไม่ควรใช้เสียงที่ดังเกินไปนะคะ

4.ด้านการสัมผัส

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

คุณแม่สัมผัสลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วยการลูบหน้าท้องบ่อย ๆ ค่ะ  จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองของลูกให้มีพัฒนาการที่ดี  โดยคุณแม่ลูบหน้าท้องเป็นวงกลมจากบนลงล่างหรือจากล่างขึ้นบน  โดยขณะที่ลูบหน้าท้องให้พูดคุย  ร้องเพลงไปด้วยจะยิ่งดีค่ะ  นอกจากการลูบท้องแล้วการเดินออกกำลังกายเบา ๆ จะทำให้ลูกน้อยมีการเคลื่อนไหวตามไปด้วย  และผิวกายของลูกจะไปกระทบกับผนังด้านในของมดลูก    จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสของลูกให้พัฒนาดีขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ลูบท้องในช่วงเวลาเดิมเป็นประจำจะรู้สึกได้ว่า   ช่วงเวลานั้นลูกดิ้นรอเลยค่ะ  คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเพราะอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

แม่ท้องอ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกตั้งแต่ในครรภ์

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

การอ่านหนังสือและพูดคุยกับลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง   ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและสร้างวงจรในสมองของลูกได้   พญ.จันทร์เพ็ญ     ชูประภาวรรณ  นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง   กล่าวว่า   "ประโยชน์ของการอ่านหนังสือกับสมองของลูกนั้น  สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างวงจรในสมองของลูกตั้งแต่เริ่มต้น ได้แก่

1. วงจรเสียงของพ่อแม่

2. วงจรความรู้สึกภายในที่มีต่อพ่อแม่

3. วงจรกลิ่นร่างกายของพ่อแม่ที่ส่งผ่านทางแม่

4. และวงจรสัมผัสแห่งความรักที่ได้รับผ่านการสัมผัสหน้าท้องของแม่

ดังนั้น ความรู้สึกจากการสัมผัสหน้าท้องของแม่นี้เอง    จะช่วยส่งผ่านหน้าท้องและร่างกายของแม่ไปยังมดลูก น้ำคร่ำ แล้วไหลวนไปทั่วผิวหนัง  ทั่วร่างกายของลูก ลูกจะคุ้นเคยกับสัมผัสนั้นตั้งแต่ในครรภ์ จนถึงกำหนดคลอดทีเดียว”

สำหรับการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์นั้น  พญ.จันทร์เพ็ญ ได้พูดถึงประโยชน์ของการอ่านหนังสือไว้ว่า

"เด็กจะมีความจำเกี่ยวกับคำ  แม้ว่าเด็กจะไม่ได้ยิน แต่เด็กจะคุ้นชินกับคำและประโยคที่พ่อแม่อ่านให้ฟัง  ยิ่งพ่อแม่มีการต่อยอดหลังจากลูกคลอดออกมา  เด็กจะยิ่งมีพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดีขึ้น  และเรียนรู้ได้เร็วขึ้น จะเห็นได้ว่า ทุกเสียงที่คุณพ่อคุณแม่อ่านเป็นคำ ๆ ให้ลูกฟังนั้นจะกระตุ้นสมองของลูก     ลูกจะบันทึกและสร้างวงจรของคำศัพท์ต่าง ๆ เอาไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และยิ่งถ้าอ่านและใช้คำจากหนังสือสอนลูกในวัยก่อน 3 ขวบมากเท่าไร    เด็กจะมีชุดของคำเป็นหมื่น ๆ คำซึ่งจะมีผลต่อสติปัญญาของเด็กอย่างมาก   เนื่องจากเราเป็นมนุษย์ที่ต้องเรียนรู้ผ่านภาษา  แต่ปัญหาที่น่าห่วง  คือ เด็กไทยมีชุดของคำไม่ค่อยมาก”

หนังสือประเภทใดเหมาะที่จะนำมาอ่านให้ลูกฟัง

อ่านหนังสือ เสริมพัฒนาการ, อ่านหนังสือเสริมความฉลาดทารกในครรภ์

คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจมีคำถามว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหนให้ลูกเล็ก ๆ หรือลูกที่อยู่ในครรภ์ฟังดี  และควรอ่านบ่อยแค่ไหน พญ.จันทร์เพ็ญ ให้คำแนะนำว่า

ควรเลือกหนังสือนิทานที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจอ่านให้ลูกฟังมาสัก 3 – 4 เล่ม เช่น  กุ๊กไก่ปวดท้อง  หนังสือชุดกุ๋งกิ๋ง  สารคดีชุดหนูอยากรู้  นิทานชาดกที่มีคติสอนใจ หรืออาจเป็นหนังสือของผู้ใหญ่ที่มีเนื้อหาเข้าใจง่ายและไม่เครียด เป็นต้น  หรือลองหัดเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ลูกในครรภ์ฟังถือเป็นการซักซ้อมไว้ก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลก  คุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่รู้สึกขัดเขิน  สามารถเล่านิทาน หรือเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ลูกฟังได้อย่างคล่องแคล่ว

การสร้างภาวะอารมณ์ด้านบวกต่อสิ่งรอบตัว  เช่น  ความอ่อนโยน  ละเมียดละไมจากการสัมผัส  และน้ำเสียงอันอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก  จะเป็นแรงกระตุ้นวงจรในสมองด้านอารมณ์ที่อ่อนโยนของเด็ก  และแรงสั่นสะเทือนของความสัมพันธ์อันอบอุ่นนี้จะเป็นสิ่งเชื่อมโยงสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่ลูกอย่างดีเยี่ยม  โดยไม่ต้องมีกิจกรรมอะไรที่ซับซ้อนและเป็นพื้นฐานความมั่นใจให้กับลูกที่จะเติบโตต่อไป

คุณหมอได้ให้คำแนะนำถึงการอ่านหนังสือสามารถเสริมสร้างความฉลาดให้แก่ทารกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้องของคุณแม่ เมื่ออ่านแล้วอย่ารอช้า!!! มาอ่านหนังสือให้ลูกฟังกันค่ะ

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือสมองอ่าน  อ่านสมอง  ผู้แต่ง พญ.จันทร์เพ็ญ  ชูประภาวรรณ
http://baby.kapook.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ความสำคัญของการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง
การฟังเพลงระหว่างอ่านหนังสือช่วยให้ลูกฉลาดขึ้น

TAP mobile app