แพทย์ศิริราชเตือน! ปิดไฟเล่นสมาร์ทโฟน เสี่ยงตาบอด

lead image

ปิดไฟล้มตัวลงนอน แต่ยังไม่วายหยิบสมาร์ทโฟนมาเล่นเพลิดเพลินต่ออีกร่วมชั่วโมง กว่าจะได้นอนหลับพักผ่อนจริงๆ พฤติกรรมแบบนี้หลาย ๆ คนคงเป็นอยู่ เลิกเสียนะคะ เพราะแพทย์ออกมาเตือนแล้ว อันตรายของการปิดไฟเล่นสมาร์ทโฟน อาจถึงขั้นตาบอดได้

โรคคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม

รศ. นพ. นริศ กิจนรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการทางวิทยาศาสตร์งาน ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย และ เลขาธิการวิทยาศาสตร์งานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวในงานเสวนาสุขภาพ“ภัยร้ายสังคมก้มหน้า อาจถึงขั้นตาบอดได้ว่า  ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตามากกว่า 80% สาเหตุมาจากการได้รับรังสี UV 400, UVA1 และแสงสีฟ้า จากพฤติกรรมจ้องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า8 ชั่วโมงต่อวัน พบได้ทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงานและเด็ก โดยพฤติกรรมที่พบส่วนใหญ่คือ ช่วงเวลาก่อนนอนที่จะมีการหยิบสมาร์ทโฟนมาเล่นในขณะที่ปิดไฟแล้ว เป็นส่วนที่เร่งให้มีอาการทางสายตาเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ อันตรายจากแสง UV แสงสีฟ้าที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จะทำลายดวงตาเมื่อจ้องเป็นเวลานาน เนื่องการกระพริบตาจะน้อยลง โดยปกติจะกะพริบตาประมาณ 20 ครั้งต่อนาที เพื่อให้ตาได้รับความชุ่มชื้น การเพ่งมองเป็นเวลานาน จะทำให้ตาแห้ง แสบตา ส่งผลให้การมองเห็นเริ่มผิดปกติเห็นภาพซ้อน ภาพไม่ชัด พร่ามัว ปวดเบ้าตา กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม เป็นส่วนทำให้เกิด ต้อเนื้อ ต้อลม และ จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆ และรักษาได้ยาก อาจส่งผลให้ตาบอดได้ ขณะที่การตรวจสุขภาพตาน้อยมาก

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/12/31103869 l.jpg แพทย์ศิริราชเตือน! ปิดไฟเล่นสมาร์ทโฟน เสี่ยงตาบอด

วิธีหลีกเลี่ยงแสงอันตราย

คือเลือกอุปกรณ์ป้องกัน หรือ ลดปริมาณแสงสีฟ้าที่ดวงตาได้รับโดยตรง

เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แสงสีฟ้า ป้องกันรังสียูวี หรือใช้แว่นกันแดดที่เคลือบสารป้องกันแสงที่เหมาะสม ปรับค่าความสว่างให้เหมาะสม เมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 1-2 ชั่วโมง ประมาณ 5 นาที การพักสายตาที่ดีที่สุดคือการนอน แต่ถ้าไม่สามารถนอนได้ ให้มองไปไกลๆ หรือพื้นที่สีเขียว เช่น ต้นไม้ เพื่อลดการเพ่งของสายตา นอกจากนี้คือ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ประเภทผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้มจะช่วยบำรุงสายตาได้ ซึ่งคนไทยมากกว่า 50 % เป็นโรคเกี่ยวดวงตา จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปตรวจสุขภาพตาทุกๆ 1-2 ปี

ในประเทศญี่ปุ่น

ได้มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในแต่วันเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมงติดต่อกัน มีความเสี่ยงในการเกิดคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม แล้วยังมีความสัมพันธ์กับจำนวนการเกิดต้อหิน ในการประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วย

ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา

ได้มีการประกาศเตือนผู้ปกครอง ในเด็กเล็กแรกเกิดถึง 2 ปี ให้งดใช้เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง ทำให้การเรียนรู้ช้าลง และในเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน เพราะจะทำให้เด็กสมาธิสั้น การเคลื่อนไหวน้อย เด็กจะนั่งนิ่งๆจนกลายเป็นโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ตามมา ไม่ควรจ้องมองสมาร์ทโฟนในบริเวณที่มีเสียงน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรปิดไฟนอนแล้วเล่นสมาร์ทโฟน จะทำให้ตาบอด ผู้ปกครองจึงควรระมัดระวัง

 

ที่มาจาก health.spokedark.tv

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ของเล่นสีสดใส ช่วยพัฒนาการทารกได้อย่างไร

ให้ลูกใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!