แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ทำอย่างไรไม่ให้นูนแดง

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ทำอย่างไรไม่ให้นูนแดง

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย จะเป็นคีลอยด์ไหม เรามาหาคำตอบ พร้อมวิธีดูแลไม่ให้เป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนแดงกันครับ

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ?

หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก ก็ถึงเวลาที่สมาคมคุณแม่ทั้งหลายจะหันมาดูแลสุขภาพร่างกายทั้งภายใน และภายนอก พร้อม ๆ กับการดูแลลูกน้อยไปด้วย แต่คุณแม่ท่านไหนที่ใช้วิธีการผ่าคลอด อาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับแผลนูนแดง ที่เป็นร่องรอยของน้ำตา และปิติ มีคำถามจากคุณแม่ และผู้อ่านหลายท่านว่า แผลผ่าคลอดกี่วันหาย แล้วจะเป็นคีลอยด์ หรือแผลเป็นที่นูนแดงไหม ซึ่งโดยปกติแล้วผิวหนังของคนเรา จะสมานตัวภายในเวลาประมาณ 5 – 10 วัน ในขณะที่ชั้นกล้ามเนื้อช่วงบริเวณผนังหน้าท้องนั้น จะใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ในการสมานตัว ส่วนกล้ามเนื้อมดลูก ที่อยู่ลึกลงไปนั้น อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 12 สัปดาห์ แผลจึงจะหายสนิท

อย่างไรก็ตาม แผลผ่าคลอดนั้น อาจจะหายได้เร็วหรือช้ากว่า ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย อาหารการกิน และการการดูแลรักษาแผลหลังผ่าคลอดของคุณแม่แต่ละท่านครับ

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย

วิธีดูแลแผลผ่าคลอดทั่วไป

1. ในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังจากผ่าคลอดนั้นคุณแม่ยังไม่ควรอาบน้ำนะครับ แม้ว่าคุณหมอจะปิดพลาสเตอร์กันน้ำที่แผลผ่าคลอดไว้ก็ตาม เพราะอาจทำให้น้ำซึมเข้าแผลทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ ระหว่างนี้ให้ใช้วิธีการเช็ดตัวแทนไปก่อนนะครับ

2. ระยะเวลาประมาณ 7 วันหลังคลอด คุณหมอมักจะนัดเปิดแผลเพื่อตัดไหม คุณแม่ก็สามารถอาบน้ำ สระผมได้ตามปกติแล้วครับ

3. พยายามดูแลแผลผ่าคลอดให้แห้งสะอาดตลอดวัน ไม่ปล่อยให้อับชื้น และควรใส่ผ้าอนามัยไว้และคอยเปลี่ยนทุกๆ 6 ชั่วโมง จนกว่าแผลผ่าคลอดจะหายสนิท

4. เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องยังหย่อนอยู่มาก จึงแนะนำให้ใช้ผ้ารัดหน้าท้องในเวลากลางวัน เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้โดยไม่เจ็บแผลมาก และถอดออกในตอนกลางคืนเพราะจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดและนอนหลับไม่สบาย

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ทำอย่างไรไม่ให้นูนแดง

5. เมื่อรู้สึกเจ็บแผลผ่าคลอดน้อยลง คุณแม่ก็ควรออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบ้าง เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงให้มากขึ้น เพื่อให้แผลสมานแนบกันเร็วขึ้น

คุณแม่อาจจะเริ่มออกกำลังกายช้าๆ เบาๆ ได้ตั้งแต่ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์หลังผ่าคลอด โดยเริ่มจากการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมากเช่น เดินเร็ว หรือยกน้ำหนักเบาๆ แล้วค่อยๆเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นตามระดับโดยที่ยังรู้สึกสบายและไม่เจ็บแผล

ส่วนการออกกำลังกายที่จะต้องใช้กล้ามเนื้อช่วงลำตัวเช่น ซิทอัพ ควรเริ่มเล่นประมาณ 8 – 12 สัปดาห์หลังผ่าคลอดครับ แต่ไม่ควรให้กล้ามเนื้อท้องออกแรงมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนแดงได้

6. หากแผลบวมหรือรู้สึกปวด อาจใช้ผ้าห่อน้ำแข็งไม่ให้เปียกชื้นมาประคบที่แผล เพราะความเย็นจะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ แต่ไม่ให้เกินครั้งละ 2 นาทีนะครับ และไม่ควรทำบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้เลือดมาเลี้ยงแผลน้อยลง ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติได้ครับ

ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไร ไม่ให้นูนแดง

1. แม้ว่าคุณหมอจะเปิดแผลตัดไหม และเอาพลาสเตอร์ออกแล้ว คุณแม่ก็อาจจะไปซื้อพลาสเตอร์ปิดแผลกันน้ำเช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลติดให้หรือแบบใกล้เคียง มาปิดแผลเพื่อรั้งผิวหนังรอบๆแผลเอาไว้ไม่ให้แผลยืดตัวจนกว่าแผลจะหายสนิท โดยมีระยะเวลาในการปิดแผลประมาณ 3 เดือน และควรเปลี่ยนพลาสเตอร์เพื่อไม่ให้แผลชื้นและสกปรก ไม่ใช่ติดแผ่นเดียวตลอดนะครับ โดยคุณแม่อาจขอคำแนะนำจากคุณหมอหรือเภสัชกรให้ช่วยแนะนำเรื่องพลาสเตอร์ให้ ก็ได้นะครับ

2. ในช่วง 3 เดือนแรกหลังผ่าตัดคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได ระมัดระวังเวลาลุกนั่ง ไม่ควรทำกิจกรรมที่จะทำให้กล้ามเนื้อท้องเหยียดจนแผลตึงเกินไป เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนหนาๆ จนทำให้แผลผ่าคลอดนั้น เป็นแผลเป็น และนูนแดงขึ้นได้

3. ดูแลแผลผ่าคลอดให้สะอาดและแห้งตลอดวัน ไม่ให้แผลอับชื้น เพราะจะทำให้แผลหายช้าและมีโอกาสเป็นคีลอยด์หรือแผลนูนแดงเพิ่มขึ้นได้

แผลผ่าคลอด

4. ห้ามแคะ แกะ เกา บริเวณแผลผ่าคลอดโดยเด็ดขาด

5. ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์อ่อนๆทาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นนูนแดงเมื่อแผลค่อยๆหาย แต่ให้ใช้ยาที่เป็นครีมทาภายนอกเท่านั้น ห้ามทานยาที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์เด็ดขาด เพราะยาจะถูกดูดซึมไปกับกระแสเลือดและเล็ดลอดไปกับน้ำนมจนส่งผลเสียต่อทารกได้ และควรปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ยาทุกครั้งเพื่อป้องกันอาการแพ้หรือติดเชื้อ

6. หากคุณแม่เห็นว่าเริ่มมีแผลเป็นนูนแดงขึ้นมานิดๆ (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังของแต่ละคน) ให้คุณแม่ใช้แผ่นซิลิโคนเจลซี ปิดไว้อีกอย่างน้อย 1 เดือน แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นต้องอาศัยการฉีดยาสเตอรอยด์ในแผลเป็นนูนแดง โดยแผลจะยุบลงภายใน 1 ปี แต่อาจทำให้เกิดรอยบุ๋ม ซึ่งแผลรอยบุ๋มนี้จะรักษายาก ที่สำคัญยาฉีดสเตอรอยด์ อาจจะมีผลต่อน้ำนมแม่ได้ ดังนั้น คุณหมอส่วนใหญ่จึงมักจะรอให้หยุดการให้นมเสียก่อน จึงจะทำการรักษาได้ครับ

คุณแม่ท่านใดมีประสบการณ์ในช่วงผ่าคลอด เรื่องราวเกี่ยวกับแผลผ่าคลอดที่อยากจะแชร์ ก็สามารถร่วมบอกเล่าประสบการณ์ หรืออวดร่องรอยแผลผ่าคลอดได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ และคอมมูนิตี้อันดับหนึ่งที่คุณแม่เลือก นอกจากสาระความรู้ที่เรามอบให้คุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ การวางแผนมีลูกแล้ว เรายังมีแอพพลิเคชั่นรวมถึงสื่อมัลติมีเดียหลากหลายที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ ที่ต้องทำงาน และดูแลลูกไปพร้อมกัน ให้มีความมั่นใจ และพร้อมในการดูแลลูกทุกช่วงเวลา ตั้งแต่การให้นมบุตร การดูแลตนเองหลังคลอด ท่าออกกำลังกายหลังคลอด เพื่อให้หุ่นของแม่หลังคลอดกลับมาฟิตแอนเฟิร์มอีกครั้ง  theAsianparent Thailand ขอเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสนับสนุนคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องการดูแลลูก ความรู้แม่ และเด็กที่เต็มเปี่ยม และตอบทุกข้อสงสัยในแอพพลิเคชั่นที่เป็นสื่อกลาง และกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวไทย


เมนูปลาหลังคลอด เมนูปลาอะไรกินได้หลังคลอด กินแล้วดี

การดูแลหลังผ่าท้อง ต่างจากการคลอดธรรมชาติอย่างไร

รวมท่าออกกำลังกายหลังคลอด สำหรับแม่ผ่าคลอดท้องไม่ยุบ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner