แต่งหน้าเข้าห้องคลอด ยังไงให้เป๊ะปัง ส่องลุคดาราที่สวยแม้อยู่ในห้องคลอด

lead image

ผู้หญิงทุกคนอยากดูดีในทุกช่วงเวลา แม้ว่าจะเข้าห้องคลอด ทำให้แม่หลายท่านอยากจะ แต่งหน้าเข้าห้องคลอด ก่อนจะคลอดลูก เพื่อจะได้เก็บภาพคู่รูปแรกกับลูกน้อย

ส่องลุคดารา แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

ใครๆ ก็อยากสวย อยากดูดีในวันสำคัญ แม้กระทั่งวันคลอดลูก ทำให้ดาราหลายคนเลือกที่จะ แต่งหน้าเข้าห้องคลอด เพราะอยากจะเสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง ขอแค่ได้เขียนคิ้ว กรีดอายไลน์เนอร์ และทาลิปสติก นิดหน่อย เพื่อที่จะได้ถ่ายภาพรูปครอบครัวสวยๆ ใบแรกกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก แล้วก็อัพขึ้นโซเชี่ยลสักหน่อย จะมีใครบ้างลองมาดูกันค่ะ

เป้ย ปานวาด

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

กระแต ศุภักษร

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

เนย โชติกา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

เอ้ก บุษกร

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

นุ้ย สุจิรา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

เบนซ์ พรชิตา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

แอน อลิชา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

เมย์ เฟื่องอารมณ์

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

แนน ปิยะดา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

แอฟ ทักษอร

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

ทาทายัง

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

ลิเดีย ศรัณย์รัชต์

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

วิกกี้ สุนิสา

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

ลิซ่า อาลิซาเบธ

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

อ๋อม สกาวใจ

แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

เมื่อเห็นดาราแต่งหน้าเข้าห้องคลอดกัน หลายคนก็สงสัยว่า จริงๆ แล้วมันสามารถแต่งหน้าเข้าห้องคลอดได้ไหม ลูกเราจะเป็นอันตรายหรือเปล่า มันปลอดภัยจริงไหม เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

แต่งหน้าเข้าห้องคลอดได้หรือไม่

โมเมนต์แรกระหว่างแม่กับลูก ใครๆ ก็อยากจะบันทึกภาพเก็บเอาไว้ แม่ๆ หลายคนจึงอยากแต่งหน้าเพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุดในวันที่มีความสุขมากที่สุด แต่จะสามารถแต่งหน้าเข้าห้องคลอดได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลแต่ล่ะแห่ง คุณแม่สามารถสอบถามกับคุณหมอสูติที่ดูแลก่อนว่าทางโรงพยาบาลอนุญาตให้คุณแม่แต่งหน้าเข้าห้องคลอดได้หรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วห้องผ่าตัดจะมีกฎระเบียบในการปฏิบัติที่เข็มงวดเพื่อความสะอาด ปลอดภัยกับคนไข้ทุกราย แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย การเข้าไปห้องคลอดจึงมีข้อห้ามเยอะ โรงพยาบาลบางแห่งจึงไม่อนุญาตให้คุณแม่แต่งหน้า ทาเล็บเข้าไปในห้องผ่าตัดเลย ดังนั้น แนะนำให้คุณแม่สอบถามกับคุณหมอก่อน เพราะไม่เช่นนั้น เมื่อคุณแม่แต่งหน้าไปถึงแม่จะเป็นการลงเมคอัพเบาๆ ก็อาจโดนคุณพยาบาลให้ล้างออกได้

ทำไมถึงไม่ควร แต่งหน้าเข้าห้องคลอด

แม่หลายคนสงสัยทำไมฉันแต่งหน้าไม่ได้ ศ.นพ.สมบูรณ์ คุณาธิคม อาจารย์ที่ปรึกษาภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ชี้แจงว่า การแต่งหน้านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับแพทย์ แต่เป็นในห้องคลอดมากกว่า เนื่องจากเป็นการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อ ภายในห้องคลอดต้องมีความสะอาดมากที่สุด ทำให้ห้องคลอดของโรงพยาบาลหลายแห่งออกระเบียบไม่ให้คุณแม่มีการแต่งหน้า ทาเล็บก่อนเข้าห้องคลอด แต่อาจจะอนุโลมให้คุณแม่แต่งหน้าได้ เมื่อมีคุณแม่คลอดน้องออกมา และนอนพักฟื้นอยู่ฝนห้องผู้ป่วยแล้ว เพราะว่าต้องคำนึงถึงความสะอาด และปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีสวยเป๊ะปังแบบไม่ต้องแต่งหน้าเข้าห้องคลอด

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ อยากจะสวยดูดีเหมือนกับดาราบ้างแต่ก็ไม่อยากแต่งหน้า เพราะกลัวว่ากว่าจะได้คลอดลูกหน้าคงดูไม่ได้แล้ว เพราะรอคลอดนานมาก สำหรับคนที่คลอดธรรมชาติ ซึ่งคุณแม่สามารถทำได้แบบวิธีที่เจ็บตัวและไม่เจ็บตัวค่ะ ได้แก่

  1. การสักคิ้ว ว่ากันว่าใครมีคิ้วที่หน้าก็รอดแล้ว และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่มีการสักคิ้วหลายแบบ หลายมิติมาก ยิ่งทำให้คิ้วของคนเราที่สักขึ้นมาดูสวยธรรมชาติมาก แต่ทั้งนี้การจะสักคิ้วตอนท้องก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะว่าการสักมาพร้อมความเจ็บหรือความกลัว เมื่อคุณแม่กลัวจะทำให้ตัวเองเผลอเกร็งท้อง และอาจเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้ ทั้งนี้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คนท้องสักคิ้วได้ไหม จะส่งผลอะไรที่เป็นอันตายต่อลูกในท้องบ้างหรือเปล่า?
  2. ต่อขนตาแบบถาวร หลังๆ มาเทรนด์การต่อขนตาของคนท้องเริ่มมีมากขึ้น เพราะตัวเองไม่ต้องเจ็บตัว ระยะเวลาทำก็ไม่นานมาก อีกอย่างขณะทำคุณแม่ไม่รู้สึกถึงความกลัวมากนัก พอทำแล้วดวงตาจะดีโดดเด่นและมีมิติมากขึ้นด้วยค่ะ
  3. ใช้แอปฯแต่งภาพ สำหรับใครที่ไม่อยากเสียเงิน ไม่อยากไปนั่งทำอะไรตอนที่ท้องโตท้องโย้ วิธีการดีที่สุดค่ะ คุณแม่อยากให้ตัวเองหน้าใสขนาดไหนก็ได้ อยากเติมสีที่ปากเป็นสีอมชมพูหน่อยๆ หรือสีส้มพีช แก้มดูมีเลือดฟาดสุขภาพดีก็ทำได้ อยยากให้ภาพสว่างนวลๆ ฟรุ้งฟริ้งก็ได้เช่นกัน แล้วแต่จะเลือกเลยค่ะ

ที่มาsanook

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: 

นับถอยหลังสู่วันคลอด แม่ต้องเตรียมตัวคลอดลูกอย่างไรบ้าง

ฝึกไว้ก่อนคลอดจริง อยากคลอดง่าย ต้องให้สามีช่วยแบบนี้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri