theAsianparent Logo

ทารกนอนกรน หายใจแรง...น่าเป็นห่วงมั้ย?

พ่อแม่หลายคนเป็นกังวลเมื่อลูกนอนมีเสียงหายใจแรงหรือนอนกรน ทารกแรกคลอดบางคนก็มีการนอนเสียงดังเช่นนี้ เรามาดูกันว่าแบบไหนน่ากังวลและแบบไหนเป็นเรื่องปกติ

ทารกนอนกรน หายใจแรง ทารกนอนกรน หายใจแรง

สำหรับทารกแรกเกิด เด็กบางคนเป็นคนที่หายใจแรงหรือนอนกรน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะช่องลมของลูกยังเล็กอยู่ หลอดลมที่อยู่ด้านหน้ากระดูกอ่อนที่เป็นโครงสร้างของหลอดลมยังเจริญไม่เต็มที่ในทารกแรกคลอดบางคน ทำให้หลอดลมมาขัดขวางอากาศที่หายใจ หรืออาจจะมีเมือกบังทางของอากาศที่ลูกหายใจ หากทารกสามารถนอนหลับได้ปกติ ไม่กระสับกระส่ายก็ไม่น่ากังวล

ให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตการหายใจ ถ้าการหายใจเริ่มดีขึ้นเมื่อลูกโต เพราะช่องอากาศจะใหญ่ขึ้นและทารกเรียนรู้วิธีกลืนน้ำลายได้แล้ว เสียงเริ่มน้อยลงแปลว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากประมาณ 4-5 เดือนไปแล้วเด็กยังกรนเหมือนเดิมหรือดังขึ้นให้ปรึกษาแพทย์

บางทีปัญหาเป็นเพียงเพราะลูกเป็นหวัดหรือมีน้ำมูก ซึ่งจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น คุณสามารถแก้ปัญหาโดย

1. ล้างจมูกลูกด้วยน้ำเกลือ หยดสลิงน้ำเกลือหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือจะผสมน้ำเกลือเองก็ได้ โดยใช้น้ำเกลือ ¼ ช้อนชาผสมกับน้ำ 8 ออนซ์ และหยดในจมูกลูก 2-3 หยด ให้น้ำมูกอ่อนนิ่มลงแล้วใช้ลูกยางแดงหรือที่ดูดจมูกดูดน้ำมูกออก บางครั้งน้ำเกลือผสมกับน้ำมูกแล้วไหลลงมาในปากลูก เด็กก็จะดันออกทางปากเอง เราก็เช็ดให้สะอาด

2. อาบน้ำอุ่น จะช่วยให้ลูกผ่อนคลายและช่วยลดน้ำมูกลงได้

3. ทุบหัวหอม วางไว้ใกล้ ๆ ที่ลูกนอนก็ช่วยทำให้ลูกหายใจได้ดีขึ้น

4. กำจัดฝุ่นผงในห้องนอนลูก ไม่ว่าจะเป็นที่โกยผง เครื่องดูดฝุ่นก็เป็นที่มาให้ลูกแพ้อากาศและเกิดน้ำมูกได้ หมั่นทำความสะอาดห้องให้ไม่มีฝุ่น

หากลูกกรนดังขึ้น ไม่หาย หรือลูกนอนหายใจดังขึ้น ครั้งต่อไปที่คุณพาลูกไปหาหมอให้คุณหมอเช็คว่าลูกมีช่องลมหรือสรีระร่างกายที่ผิดปกติหรือไม่ เรื่องของน้ำหนักตัวก็มีส่วนทำให้เด็กนอนกรน เหมือนกับผู้ใหญ่เมื่อน้ำหนักตัวเยอะ ก็จะทำให้เป็นคนนอนกรนได้เช่นกัน

ลูกหายใจครืดคราดทำไงดี

ทารกนอนลืมตา ปกติหรือไม่