แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

lead image

คำว่า "ขี้" อาจฟังดูแล้วสกปรก ยิ่งต้องมาอยู่ในหูลูกด้วยแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ไหนเล่า จะอดทนไม่แคะหูลูกได้

แม่จ๋า! อ่านก่อนนะ แคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

แต่ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มแคะหูลูกนั้น ขอเชิญฟังทางนี้กันก่อนเลยค่ะ เพราะ "ขี้หู" นั้นไม่ใช่ไม่ดีกับลูกนะคะ เรียกได้ว่ามีประโยชน์เสียด้วยซ้ำไปค่ะ ซึ่งก่อนที่เราจะไปทราบถึงสาเหตุว่าทำไม ถึงไม่แนะนำให้แคะหูลูกนั้น เราไปทำความรู้จักกับขี้หู และต่อด้วยวิธีการดูแลกันดีกว่านะคะ แม่จ๋า! อย่าอ่านก่อนนะ แคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/02/Fotolia 22370047 Subscription Monthly M.jpg แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ขี้หูเกิดจาก การรวมตัวของสาร ที่ขับออกมาจากต่อมไขมันที่อยู่ในหูชั้นนอกของเรา รวมกับผิวหนังชั้นบนที่ลอกหลุดออกมา โดยจะมีสีที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่น สีเหลือง น้ำตาลหรือสีแดง ซึ่งการสะสมของขี้หูนั้นสามารถหลุดออกมาได้เอง และจะไม่เคลื่อนตัวเข้าไปยังส่วนลึกของรูหู ดังนั้น คุณแม่จึงไม่จำเป็นที่จะต้องแคะหูลูกค่ะ

สำหรับประโยชน์ของขี้หูนั้น ในเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีนั้น ขี้หูจะช่วยป้องกันผิวหนังของรูหูจากสิ่งต่าง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ เหงื่อ ฝุ่นละอองรวมไปถึงเชื้อโรค

ทำไมถึงไม่ควรแคะหูลูก?

นพ.ทัตเทพ บุณอำนวยสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรค คอ หู จมูก ประจำสถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ไม้แคะหูเมื่อคันหู หรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดในรูหูหลังอาบน้ำหรือสระผม  หรือใช้ไม้พันสำลี แคะ ปั่น หรือแหย่เข้าไปในรูหูเพื่อแก้คัน หรือเพื่อเอาน้ำ เอาขี้หูออกมา เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจาก

1. การใช้คอตตอนบัดที่มีขนาดใหญ่หรือมีขนาดใหญ่เท่ารูหูเข้าปั่นในหู เท่ากับเป็นการดันขี้หูให้ลึกเข้าไปในชั้นของหู จะเกิดปัญหาขี้หูอุดตันตามมา ส่งผลทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน ต้องมาพบคุณหมอให้หยอดยาและดูดขี้หูออก ซึ่งถ้าผู้ทำไม่มีความชำนาญก็เสี่ยงต่อหูน้ำหนวกได้ โดยที่สถาบันบำราศนราดูร จะมีผู้ป่วยประเภทนี้ได้เดือนละประมาณ 100 กว่ารายมารับการรักษา

2. หากใช้คอตตอนบัดที่ไม่สะอาดมาใช้แคะหู จะทำให้เกิดอันตรายในขณะแคะหู และติดเชื้อจากคอตตอนบัดที่ไม่สะอาด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือหากแคะลึกเกินไป อาจทำให้แก้วหูทะลุได้

3. การทำความสะอาดรูหู โดยใช้แอลกอฮอล์ชุบคอตตอนบัดเพื่อเช็ดทำความสะอาดในรูหูเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะแอลกอฮอล์ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคเท่านั้น แต่จะทำให้ผิวหนังบริเวณรูหูแห้ง หากแอลกอฮอล์ไหลเข้าไปถึงบริเวณหูชั้นกลางที่มีแผลถลอกอยู่แล้ว ก็จะเกิดการระคายเคืองและการอักเสบตามมา ทำให้เป็นหูน้ำหนวกได้

4.การใช้ไม้พันสำลีหรือคอตตอนบัด เข้าไปเช็ดทำความสะอาดภายในรูหู ก็ไม่ควรทำเช่นกัน เพราะผิวหนังในรูหูบางมาก จะทำให้เป็นแผลถลอกในรูหู เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ พอแผลเริ่มหายมักจะเกิดอาการคัน และเมื่อมีอาการคัน ก็มักจะใช้ไม้แคะหูแก้อาการคัน กระทำวนเวียนกันไป ทำให้เกิดอาการหูอักเสบเรื้อรัง หรือบางคนใช้ไม้คอตตอนบัดปั่นลึก ก็อาจทำให้แก้วหูทะลุ มีอาการปวดในหูได้

5. ในกรณีของเด็กเล็ก พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรใช้คอตตอนบัดทำความสะอาด เพราะเด็กมีรูหูที่ตื้น ก่อนอาบน้ำให้เด็กขอให้ใช้สำลีอุดหูเพื่อป้องกันน้ำเข้าหู ถ้าเกิดความผิดปกติแนะนำให้ไปพบแพทย์

วิธีทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี

นพ.ทัตเทพ บุณอำนวยสุข ให้คำแนะนำวิธีทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี ดังนี้

1. ทำความสะอาดเฉพาะใบหูและบริเวณปากรูหู โดยใช้สำลีหรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบสบู่หรือน้ำ เช็ดเบา ๆ บริเวณใบหู และขณะอาบน้ำ สระผม

2. ระวังอย่าให้น้ำเข้าไปในรูหู หากรู้สึกว่ามีน้ำเข้าหูบ่อย ควรป้องกันโดยใช้สำลีปั้นเป็นก้อนขนาดประมาณหัวแม่มืออุดหูก่อนอาบน้ำสระผม

3. ในกรณีของเด็กเล็ก พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรใช้คอตตอนบัดทำความสะอาด เพราะเด็กมีรูหูที่ตื้น ก่อนอาบน้ำให้เด็กขอให้ใช้สำลีอุดหูเพื่อป้องกันน้ำเข้าหู ถ้าเกิดความผิดปกติแนะนำให้ไปพบแพทย์

ในเมื่อตอนนี้เราก็ทราบถึงสาเหตุและประโยชน์กันแล้ว ดังนั้น วางอุปกรณ์ในมือลงเถอะค่ะ หยุดความคิดที่จะแคะหูลูกก่อน หากอยากทำความสะอาดหูให้ลูกละก็ ควรทำตามวิธีที่คุณหมอแนะนำกันนะคะ

ความผิดปกติของหูที่มักพบในเด็ก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/06/Fotolia 96286125 Subscription Monthly M.jpg?x48858 แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

1. ขี้หูอุดตัน (Impact cerument) ขี้หู ทำหน้าที่คอยปกป้องหูและจะมีการขจัดออกได้เองตามธรรมชาติ  มีบางครั้งที่ขี้หูจะจับตัวกันมากเกินไป  จนเกิดขี้หูอุดตันจนทำให้ลูกได้ยินไม่ถนัด  ขี้หูอุดตันแบบนี้คุณแม่ห้ามแคะนะคะอันตรายอาจทำให้หูอักเสบได้และที่สำคัญลูกจะเจ็บมากค่ะ

การรักษา

ยาหยอดหูที่ทำให้ขี้หูอ่อนนุ่มลง และสามารถกำจัดออกได้ง่าย เช่น  ดอกคิวเสท  โซเดียม (Docusate sodium) 0.5% กลีเซอรีน  (Glycerin) หรืออาจใช้น้ำมันมะกอก (Olive Oil) หยอดหูครั้งละ 5 หยด และใช้สำลีอุดหูไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือข้ามคืน  ทำซ้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน  ขี้หูที่อัดแน่นอยู่จะอ่อนตัวและไหลออกมา ถ้าขี้หูไม่ออกควรไปพบคุณหมอเพื่อใช้เครื่องมือช่วยดูดขี้หูออกนะคะ  ที่สำคัญห้ามเด็ดขาดคือ การน้ำประปาหยอดหู เพราะจะทำให้อักเสบติดเชื้อได้ค่ะ อันตรายนะคะอย่าทำ !!

บทความแนะนำ  บรรเทาอาการปวดศีรษะ-ปวดหูให้ลูก

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/06/Fotolia 100275485 Subscription Monthly M.jpg?x48858 แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

2. หูชั้นนอกอักเสบ (Otitis External) เกิดจากหูได้รับการรบกวนจากการกระทำต่าง ๆ เช่น การแคะหู น้ำเข้าหูบ่อย ๆ ทำให้เกิดความชื้นขึ้นในหู  หรือจากผื่นแพ้ในช่องหู  ทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราเจริญเติบโต  ลูกมักจะมีอาการปวดหู  หากเป็นมากอาจมีน้ำหนองไหลออกจากหูได้

การรักษา

ต้องทำให้ช่องหูแห้งเสียก่อนโดยการใช้สำลีพันก้านเช็ดบริเวณรอบ ๆ หูและในช่องหูอย่าเช็ดเข้าไปลึกมากนะคะ  การเช็ดเช่นนี้จุดประสงค์เพื่อทำให้หูของลูกแห้ง  ใช้ยาหยอดหูที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและต้านการอักเสบที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์  หากมีอาการมากจำเป็นการรับประทานยาเพื่อต้านเชื้อที่เกิดขึ้น

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/06/Fotolia 85723613 Subscription Monthly M.jpg?x48858 แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

3. หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) เป็นการอักเสบบริเวณระหว่างแก้วหูกับหูชั้นใน มักเกิดจากหลังเป็นหวัด ทำให้เกิดของเหลวขึ้นที่หูชั้นกลาง ซึ่งปกติจะเป็นโพรงอากาศ แต่เมื่อลูกจามหรือสั่งน้ำมูกรุนแรง  เชื้อโรคจะแพร่เข้าไปและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในหูชั้นกลางได้  มักจะเกิดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เพราะความลาดชันในช่องหูของเด็กยังมีน้อย  ดังนั้น  เชื้อจึงแพร่กระจายขึ้นไปได้ง่าย  ลูกจะมีอาการปวดหู  หูอื้อ  มีไข้  ร้องโยเย  และไม่ค่อยได้ยินเสียง

บทความแนะนำ  อันตราย!! ลูกหูชั้นกลางอักเสบหากปล่อยไว้เสี่ยงหูหนวก

การรักษา

อาการเช่นนี้ต้องพาลูกไปพบคุณหมอเท่านั้น  เพื่อรับยาต้านเชื้อโรคมารับประทาน  ยาแก้ปวด และยาหยอดหู หรือทานยาลดอาการหูอื้อ

วิธีการใช้ยาหยอดหู

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/06/Fotolia 29563138 Subscription Monthly M.jpg?x48858 แม่จ๋า! อ่านก่อนนะอย่าเพิ่งแคะหูลูกเพราะขี้หูมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

1. คุณแม่ควรล้างมือให้สะอาดก่อนการทำความสะอาดใบหูและหยอดยาให้ลูก

2. ทำความสะอาดบริเวณใบหู ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำและเช็ดใบหูให้แห้ง

3. กำขวดยาไว้ในอุ้งมือ 2 – 3 นาที เพื่อปรับอุณหภูมิยาให้ใกล้เคียงกับร่างกาย

4. หากยาที่ใช้หยอดหูมีลักษณะเป็นน้ำแขวนตะกอน ให้เขย่าขวดก่อนใช้ประมาณ 10 วินาที

5. ให้ลูกนอนตะแคงหรือเอียงหูให้ด้านที่จะหยอดยาอยู่ด้านบน

6. เวลาหยอดยา คุณแม่ควรจับใบหูของลูกดึงเบา ๆ ลงด้านล่างและเยื้องไปข้างหน้าเล็กน้อย

7. ใช้มืออีกข้างหนึ่งค่อย ๆ หยอดยา ตามจำนวนที่กำหนด ดูที่ฉลากยา ควรระวังไม่ให้ปลายหลอดหยดสัมผัสกับหู

8. เอียงหูข้างนั้นไว้ 2 – 3 นาที ให้น้ำยาไหลลงไปถึงแก้วหู อาจใช้สำลีอุดไว้

9. ปิดขวดยาให้เรียบร้อย คุณแม่ล้างมือให้สะอาดอีกครั้งค่ะ

บทความแนะนำ แพทย์เตือน!! อย่าใช้คอตตอนบัดปั่นหูลูก

คุณแม่ได้ทราบถึงอาการผิดปกติของหูลูกน้อยแล้วนะคะว่า หลัก ๆ จะมี 3 อาการ ได้แก่  ขี้หูอุดตัน  หูชั้นกลางอักเสบและหูชั้นนอกอักเสบ  รวมถึงวิธีใช้ยาหยอดหูทารกให้ถูกต้องแล้วนะคะ  สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ค่ะ

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

คลิปการใช้ยาหยอดหูทารก

https://www.youtube.com/watch?v=p-Tkd83nsrQ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://rcot.org

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูแลสุขภาพหูลูกน้อยอย่างไรให้ถูกวิธี

โรคหูติดเชื้อในเด็ก

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

วิธีทำความสะดือลูกน้อย สำหรับคุณแม่มือใหม่

วิธีทำความสะอาดอวัยะเพศชาย (จุ๊ดจู๋ลูกชาย)

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!