แก้ปัญหาลูกติดผ้าห่ม

คุณรู้รึเปล่าว่าจะแก้ปัญหาลูกติดผ้าห่มยังไงดี? ไม่ว่าจะเป็นการติดผ้าห่ม หมอนข้าง ตุ๊กตาหรืออย่างอื่น บทความนี้เรามีเทคนิคต่าง ๆ มาฝากกัน

แก้ปัญหาลูกติดผ้าห่ม ทำยังไงดี?

แก้ปัญหาลูกติดผ้าห่มหรือติดตุ๊กตา

เด็กส่วนใหญ่มีสิ่งของยึดเหนี่ยวกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น จุกนม ตุ๊กตา หมอนข้าง หรือแม้กระทั่งผ้าห่มลายการ์ตูน ผ้าห่มผืนนั้นไม่รู้ว่าอยู่กับลูกมานานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย

อันที่จริงการติดผ้าห่มดูไม่ได้เป็นนิสัยที่ส่งผลร้ายอะไรและเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ให้ลูกได้ปลอบโยนตัวเองอีกด้วย แต่มันจะเริ่มเป็นเรื่องแปลก ๆ เมื่อลูกยืนกรานไม่ยอมออกบ้านหากไม่มีผ้าห่มผืนนั้น แม้กระทั่งเมื่อลูกโตจนต้องไปโรงเรียนแล้ว คุณจะทำยังไงให้ลูกปล่อยผ้าห่มผืนนั้นท่ามกลางน้ำตาและเสียงกรีดร้องกันล่ะ?

ค่อย ๆ คุย ค่อย ๆ ทำ

เริ่มต้นโดยการบอกกับลูกว่าผ้าห่มผืนนั้นต้องอยู่กับบ้านในห้องนอนเมื่อลูกออกจากบ้าน หากลูกต่อต้าน คุณต้องต่อรองกับลูก บอกกับลูกว่าลูกเอาผ้าห่มไปด้วยก็ได้ แต่ผ้าห่มต้องอยู่ในรถ ไม่ตามลูกไปโรงเรียน เป็นต้น หากผ้าห่มอยู่ในบ้าน คุณก็ใช้โอกาสนี้ซักผ้าห่มเสียเลย การที่ลูกไม่ได้มีผ้าห่มอยู่ใกล้ ๆ บ้างในระหว่างวันก็ช่วยให้ลูกเลิกพึ่งพาผ้าห่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้

ให้ทางเลือก

หากลูกเป็นเด็กวัยไปโรงเรียนแล้ว ใช้จังหวะนี้เป็นโอกาสในการกำจัดผ้าห่มผืนนั้นทิ้งไปโดยการให้ทางเลือกกับลูก แทนที่จะให้ลูกเอาผ้าห่มไปด้วย คุณให้ลูกเอารูปถ่ายของผ้าห่มไปแทน การที่ลูกได้เห็นผ้าห่ม แม้จะเป็นเพียงผ้าห่มในรูป ก็ช่วยให้ลูกลดความรู้สึกกระวนกระวายจากการแยกจากผ้าห่มไปได้ สำหรับเด็กผู้หญิง คุณให้พวงกุญแจตุ๊กตาสัตว์เล็ก ๆ หรือผ้าเช็ดหน้า เป็นสิ่งแทนที่ดีได้เช่นกัน สำหรับเด็กผู้ชาย คุณให้ผ้าเช็ดหน้า หรือสติ๊กเกอร์ติดกล่องดินสอเป็นสิ่งแทนก็ได้ เมื่อลูกกลับถึงบ้าน คุณก็บอกลูกว่าผ้าห่มของลูกยังคงอยู่ดีและจะอยู่ดีเสมอแม้ว่าจะอยู่ในตู้เสื้อผ้าก็ตาม

อ่านเคล็ดลับวิธีแยกจากผ้าห่ม หน้าถัดไป >>>

ให้เวลาลูกได้ “แยกจาก” กับผ้าห่ม

อย่ากดดันลูกให้เลิกติดผ้าห่มทันทีทันใด แม้ว่าอาจดูเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะหักดิบ แต่คุณควรให้ลูกได้ “แยกจาก” กับผ้าห่มอย่างเหมาะสม ให้ลูกได้ทำอะไรสักอย่างกับผ้าห่มเพื่อลดการกระชากความรู้สึก อะไรสักอย่างที่ว่าอาจเป็นการให้ลูกได้เป็นคนนำผ้าห่มเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าเองทุกวันหรือให้ลูกได้กอดกับผ้าห่มก่อนออกจากบ้าน

ให้คำอธิบายกับลูก

ลูกอาจต่อต้านแต่เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเอาผ้าห่มไปจากลูกจริง ๆ คุณก็ต้องให้คำอธิบายที่เหมาะสมให้กับลูกว่าทำไมคุณถึงต้องทำแบบนั้น เช่น คุณใช้ตัวเองหรือคนในครอบครัวเพื่อเป็นตัวอย่างของคนที่ลูกรู้จักและรักก็ได้ว่า ไม่มีใครกอดผ้าห่มไปไหนมาไหนตลอดเวลา เพราะมีอะไรสนุก ๆ อื่น ๆ อีกตั้งเยอะแยะให้ทำ อย่าลืมเตือนลูกว่า ส่วนใหญ่แล้วการเล่น กิน และทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ที่ลูกชอบทำก็ต้องใช้สองมือ ณ จุด ๆ นี้ลูกอาจยังเจรจาและตั้งคำถาม แต่อย่าเพิ่งหมดความอดทนไปถ้าลูกถามว่าผ้าห่มของลูกยังอยู่ดีในตู้เสื้อผ้ารึเปล่า การที่คุณย้ำให้ลูกมั่นใจจะช่วยลูกได้มาก

ให้แรงกระตุ้น แต่อย่าทำโทษ

สิ่งที่แย่ที่สุดในการพยายามที่จะแยกลูกจากผ้าห่มคือการทำโทษลูกหรือทำให้ลูกอาย ทำความเข้าใจสถานการณ์และให้ทางเลือกในการชื่นชมกับพฤติกรรมดี ๆ แทนจะดีกว่า เมื่อลูกยอมแยกจากผ้าห่ม (แม้ว่าจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง) ชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ นี้ด้วยอะไรใหม่และสนุก เช่น การอบคุกกี้ด้วยกัน หรือ การเล่นระบายสี คุณควรใช้ความคิดสร้างสรรค์กับรางวัลและสิ่งล่อใจเพื่อให้แน่ใจว่าลูกคุณจะสนุกสนาน แต่อย่าให้รางวัลลูกด้วยอะไรก็ตามที่คุณมักจะห้ามลูกไม่ให้ได้รับหรือได้ทำมากเกินไป เช่น การให้ลูกได้กินไอศครีมหรือดูโทรทัศน์

วิธีสร้างนิสัยที่ดีให้กับลูก