เล่นอย่างไร เสริมสร้างจินตนาการ เพื่อลูกเก่งและแกร่ง

lead image

ลูกชอบเล่นคนเดียว พูดคุยกับตุ๊กตาตัวโปรด สมมติให้คุณพ่อเป็นคนไข้ สร้างครัวจำลองบนโต๊ะรับแขก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ผู้ใหญ่อาจมองเป็นเพียงเรื่องเล่นๆ แต่รู้หรือไม่ว่า พ่อแม่สามารถสนับสนุนเรื่องเล่นให้เป็นทางลัดของการเรียนรู้ได้

การเล่นบทบาทสมมติ คือโลกใบจิ๋วที่ของเด็กๆ ที่ไม่เพียงมอบความสนุกสนานเพลินเพลิน และช่วย เสริมสร้างจินตนาการ เท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนลักษณะนิสัย ความรู้สึกนึกคิด และสิ่งที่เด็กๆ สนใจ เป็นทางลัดในการสร้างลูกให้  เก่งและแกร่ง ในเวลาเดียวกัน พร้อมเรียนรู้เงื่อนไขของสังคมผ่านเรื่องเล่นๆ

การเล่นบทบาทสมมุติยังเป็นกระจกสะท้อนลักษณะนิสัยความรู้สึกนึกคิด และสิ่งที่เด็กๆสนใจ คุณหมอบางท่านยังใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมการเล่นลูกน้อย เพื่อประเมินพัฒนาการของเด็กๆ ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จึงควรปล่อยให้เด็กๆ เล่นบทบาทสมมติอย่างอิสระ สนุกสนานกับกิจกรรมสุดโปรดได้เต็มที่ตามวัย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/06/Hi Q 002.jpg เล่นอย่างไร เสริมสร้างจินตนาการ เพื่อลูกเก่งและแกร่ง

ประโยชน์ 5 ข้อ ที่พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูก เล่นบทบาทสมมติ

  • ด้านความคิดสร้างสรรค์ การเล่นบทบาทสมมติ เป็นการ เสริมสร้างจินตนาการ โดยตรง เพราะเด็กๆ จะมีกระบวนการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เข้ากับความทรงจำที่เคยได้พบเห็นมา อาทิ การเล่นสมมติเป็นคุณหมอ เด็กๆ จะนึกถึงตอนที่พ่อแม่พาไปหาหมอ จำว่าหมอทำอะไรบ้าง แล้วนำมาเลียนแบบ หากเด็กๆ ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่ดี อาจเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกอยากทำอาชีพนั้นๆ ในอนาคตได้อีกด้วย
  • ด้านความจำ การเลียนแบบบทบาทสมมติ ยังใช้สมองส่วนการจดจำ เพื่อนำพฤติกรรม และบุคลิกท่าทางที่เคยเห็นมาใช้การเล่น และยังสามารถต่อยอดไปถึงการเรียนรู้ด้านต่างๆ อาทิ หากลูกต้องการเลียนแบบนิทาน ที่คุณแม่อ่านให้ฟังก่อนนอนเรื่อง ลูกเป็ดขี้เหร่ คุณแม่อาจสมมติให้ลูกรักเป็น เป็ดน้อย ระหว่างนั้นก็ชักชวนให้เด็กๆ นึกถึงลักษณะการเดิน เสียงร้อง สอนลูกว่าเป็ดมีปีกเหมือนนก แถมยังว่ายน้ำได้ด้วย ลูกรักก็จะได้ทั้งการฟื้นความทรงจำ และเรียนรู้ลักษณะต่างๆ ของเป็ดไปพร้อมกันในคราวเดียว
  • ด้านภาษา การพูดคุยขณะเล่นบทบาทสมมติ ช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะด้านการใช้ภาษา แม้ในเวลาที่ลูกเล่นกับจินตนาการของตัวเอง เด็กๆ ก็ยังได้พูดคุย ออกเสียง ยิ่งลูกเล่นกับพ่อแม่ยิ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้แทรกคำใหม่ๆ เข้าไประหว่างการเล่น ซึ่งเป็นเทคนิคการเพิ่มจำนวนคำศัพท์ที่ได้ผลดีเยี่ยม
  • ด้านอารมณ์และความรู้สึก การเล่นบทบาทสมมติเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงออกทางอารมณ์อย่างเต็มที่ ทั้งยังสอนให้ลูกได้เรียนรู้ว่าอารมณ์มีหลายด้าน ทั้งดีใจ เสียใจ เศร้า การอดทนรอ ความสุข ความทุกข์ ฯลฯ ซึ่งหากได้รับการปลูกฝังอย่างถูกต้อง เด็กๆ ก็จะเติบโตเป็นคนละเอียดอ่อน เข้าใจความรู้สึกของคนรอบตัวได้ดี มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูงกว่าเด็กวัยเดียวกัน
  • ด้านสังคม การเล่นสมมติ ยังเป็นการสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กฏกติกาการเข้าสังคม การปรับตัวเข้าหากัน การสร้างความสัมพันธ์ ฝึกการตัดสินใจ ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รวมทั้งเรียนรู้การอดทน รอคอย ยืดหยุ่น รับฟังความคิดเห็น และการเคารพสิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่เพื่อน

นอกจากนี้ การเล่นยังหมายถึงการขยับตัว เด็กๆ จะได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ไปพร้อมๆ กับการฝึกฝนประสาทสัมผัส และ เสริมสร้างจินตนาการ ซึ่งรวมๆ แล้ว การสวมบทบาทสมมติ จะช่วยให้ลูก เก่งและแกร่ง ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังเป็นการปลูกฝัง ภูมิต้านทานอุปสรรค ให้กับลูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ระหว่างการเล่นอีกด้วย

แม้พ่อแม่ยุคใหม่จะมีเวลาในการดูแลเจ้าตัวเล็กค่อนข้างจำกัด เพราะต้องรับภาระในการทำงานควบคู่ไปด้วย ก็ควรแบ่งเวลาว่างเพื่อเล่นกับลูกอย่างน้อยวันละ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกรักสัมผัสได้ถึงความรัก ความอบอุ่น และความใส่ใจ โดยอาจหาตัวช่วยเป็นของเล่นที่สนับสนุน กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติ อย่าง Future Dream Career Set ชุดอาชีพเตรียมสู่ความสำเร็จ (ชุดหมอพิชิตฝัน และชุดเชฟคนเก่ง) ชุดของเล่นพรีเมี่ยมจาก Hi-Q 1 Plus Prebio Proteq มาเติมเต็มจินตนาการสุดสร้างสรรค์ให้บรรเจิดมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้เด็กๆ สวมบทบาทได้สมจริง เสริมสร้างจินตนาการ และได้ประโยชน์จากการเล่นอย่างเต็มที่

สนับสนุนโดย สินค้า Hi-Q 1 Plus Prebio Proteq (ไฮคิว วัน พลัส พรีไบโอ โพรเทค) #ภูมิต้านทานอุปสรรค #เก่งและแกร่ง

สามารถเข้าไปดูกิจกรรมและข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/kV6UBo

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/06/Hi Q 001.jpg เล่นอย่างไร เสริมสร้างจินตนาการ เพื่อลูกเก่งและแกร่ง