เสริมพลัง "การเรียนรู้ลูก" ได้จากที่บ้าน

lead image

โรงเรียนเลิกไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้ของลูกจะต้องสิ้นสุดลง แต่ลูกยังเรียนรู้ได้ต่อในรูปแบบที่ต่างไปจากในห้องเรียน แทนที่จะจำกัดการเรียนรู้ไว้เพียงแค่ในรูปแบบการศึกษาที่เป็นระบบตามหลักสูตรในห้องเรียน มาทำให้บ้านของคุณกลายเป็นแหล่งความรู้ที่น่าค้นหาสำหรับลูกๆ โดยใช้กิจกรรมที่ทำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน (หรือบางอย่างที่อาจจะนานๆ ทำครั้งหนึ่ง) เพื่อเสริมสร้างความสนใจใฝ่เรียนรู้ให้กับลูก

เด็กยกมือตอบคำถามในห้องเรียน

เด็กยกมือตอบคำถามในห้องเรียน

ลงมือปฏิบัติ

ไม่ว่าจะมีสไตล์ การเรียนรู้ แบบใด เด็กทุกคนชอบลงมือทำกันทั้งนั้น เปิดทุกโอกาสที่เป็นได้ให้ทั้งตัวคุณเองและลูกได้เพิ่มพูนทักษะต่าง ๆ ที่บ้าน

ให้ลูกช่วยงานคุณในครัว ไม่ว่าจะเป็นแกะผักกาดออกจากต้น หั่นผัก ขูดชีส ตวงเครื่องปรุง อ่าน/ทำตามขั้นตอนในการปรุงอาหาร และทำความเข้าใจกับเลขเศษส่วน

การพับผ้าเป็นการสอนให้เด็กรู้จักแยกประเภทสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

การกวาดใบไม้และการทำสวนช่วยให้เด็ก ๆ ได้รู้จักใบไม้และต้นไม้ชนิดต่าง ๆ รวมถึงรู้วิธีการปลูกและดูแลต้นไม้

การเอาจานเก็บเข้าที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้หัดแยกประเภทและจัดวางจานให้ซ้อนกันตามขนาด รวมทั้งแยกแยะเครื่องใช้ต่าง ๆ บนโต๊ะอาหาร

สู่โลกกว้าง

พาลูกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ

สำรวจสนามหญ้าและที่อื่น ๆ รอบตัวว่ามีแมลงอะไรอยู่บ้าง

สะสมใบไม้และทำป้ายบอกไว้ด้วยว่าเป็นใบของต้นอะไร ลูกจะได้รู้จักต้นไม้ต่าง ๆ ที่มีในย่านที่คุณอาศัยอยู่

ปลูกดอกไม้ ผักและ/หรือสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อสอนให้ลูกรู้ว่าจริง ๆ แล้วอาหารมาจากไหน

ไปตกปลา

สอนให้ลูกก่อไฟและหัดทำอาหารบนกองไฟ

ดูดาวและช่วยกันมองหาดาวเคราะห์และกลุ่มดาวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ไปเก็บผลไม้ แล้วอาจนำมาแปรรูปเป็นแยม ผลไม้กวนหรือเจลลี่

ช่วยลูกค้นหาสิ่งที่ชื่นชอบ

ไปพิพิธภัณฑ์และงานแสดงศิลปะต่าง ๆ แล้วพูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบเห็น

พาลูกไปเข้าร่วมกิจกรรมหรือเวิร์คช็อปที่จัดขึ้นโดยร้านขายอุปกรณ์ต่อเติมบ้านหรือร้านที่ขายอุปกรณ์ทำงานฝีมือต่างๆ เพื่อให้ลูกได้มีประสบการณ์ในการสร้างชิ้นงานโดยใช้ไม้และเครื่องมือแบบง่าย ๆ การทาสี การทำงานประดิษฐ์โดยใช้ดินประดิษฐ์ กระดาษและสื่ออื่น ๆ

ซื้อกล้องถ่ายรูปราคาไม่แพงนักและอนุญาตให้เด็ก ๆ ใช้ได้ถ้าต้องการ และซื้อคู่มือถ่ายภาพสำหรับเด็กไว้ด้วยเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เทคนิคในการถ่ายภาพ

พาลูก ๆ ไปชมและเล่นกีฬาต่าง ๆ อย่าบังคับให้ลูกเล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ให้ลูกเลือกเองว่าอยากเล่นอะไร

รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้ลูกได้ คือการทำให้ลูกได้รู้ทั้งจากคำพูดและการกระทำ ว่าการศึกษาของลูกมีความสำคัญสำหรับคุณ ทั้งโดยการมีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน ด้วยการเป็นผู้ปกครองอาสาสมัคร การสื่อสารกับคุณครูอย่างสม่ำเสมอ และการพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ๆ กับลูกแต่ละคนเป็นประจำทุกวัน

เวลาพูดคุยกับลูก ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณจะต้องไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่ากำลังถูกสอบสวน คุณควรถามคำถามง่าย ๆ ไม่กี่คำถามที่ต้องการคำตอบมากกว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” แล้วฟังลูก คุณแสดงความเห็นสั้น ๆ หรือถามเป็นระยะ ๆ แต่สิ่งที่ลูกต้องการจริง ๆ คือให้คุณเป็นผู้ฟัง เช่น “วันนี้ลูกทำอะไรบ้างช่วงพักกลางวัน” “อืม พีทเค้าเตะบอลแรงขนาดนั้นเลยเหรอลูก” “วันนี้ลูกทำอะไรบ้างนอกจากอ่านหนังสือ” “เล่นเกมคิดเลขก็ทำให้เรียนสนุกขึ้นไม่ใช่เหรอลูก ถ้าทุกคนได้เล่น มันก็ไม่สำคัญหรอกนะลูก ว่าใครจะแพ้หรือชนะ”

เช็คกระเป๋าหนังสือของลูกทุกวัน เด็ก ๆ ไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่บอกคุณหรอกว่าวันนี้มีจดหมายมาจากโรงเรียนหรือไม่ทำการบ้าน แค่พอออกจากโรงเรียนเด็ก ๆ ก็พร้อมจะลืมทุกสิ่งอย่างแล้ว

ถ้าโรงเรียนของลูกคุณมีช่องทางสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ปกครอง คุณควรเข้าใช้งานช่องทางเหล่านั้นเนื่องจากคุณสามารถติดตามพัฒนาการของลูก รับทราบข้อมูล กิจกรรมของโรงเรียนและประกาศต่าง ๆ รวมถึงส่งอีเมลหาคุณครูได้

นี่คือหน้าที่ของพ่อแม่

เด็ก ๆ เรียนรู้จากสิ่งที่เขาพบเห็นในชีวิต ถ้าคุณกระตือรือร้นให้ความสนใจกับ การเรียนรู้ลูก เขาก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน การสร้างรากฐาน การเรียนรู้ลูก ด้วยความสนใจและความปรารถนาที่จะเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ มีทัศนคติในการเรียนรู้เช่นนี้ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย (เผลอเดี๋ยวเดียวลูกก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว) นอกจากนี้ ในฐานะของคุณพ่อคุณแม่ การปลูกฝังความรักที่จะเรียนรู้ให้ลูกเป็นหน้าที่ของคุณ ด้วยการสร้างและหยิบยื่นโอกาสให้ลูก ๆ ได้ทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกต้องการไม่ว่าจะในด้านของอารมณ์ความรู้สึกหรือสติปัญญา เด็ก ๆ จำเป็นต้องรู้ว่าสิ่งที่จะจำกัดเขาได้มีเพียงท้องฟ้าเท่านั้น